ข่าวสาร

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสะบารัง โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ผ่านกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ได้ดำเนินโครงการเครือข่ายผู้บริโภคสื่อ ตรวจสอบข่าวลวง และร่วมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้แกนนำเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ มีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ สามารถเฝ้าระวังและตรวจสอบข่าวลวง หรือข้อมูลบิดเบือน ตลอดจนร่วมสร้างกลไกและพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสานความร่วมมือ เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันจะนำไปสู่การหนุนเสริมกระบวนการสร้างสังคมสันติสุขอย่างสร้างสรรค์

ปัจจุบัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของข่าวลวง (Fake News) และข้อมูลบิดเบือน (Misinformation & Disinformation) ในสื่อสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สร้างความขัดแย้งในสังคมอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เปราะบางอย่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางอำเภอของจังหวัดสงขลา) ซึ่งมักมีการนำประเด็นอ่อนไหวทางด้านประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ศาสนา และอัตลักษณ์ความเป็นมลายู มาผลิตเป็นข่าวลวงเชิงวาทกรรม ก่อให้เกิดอคติและความเข้าใจผิดระหว่างพหุวัฒนธรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคง วิถีชีวิต และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะสถาบันวิชาการในพื้นที่ ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินโครงการนี้ขึ้น โดยมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตามกรอบสากล เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนพลังผู้บริโภคสื่อและสร้างแกนนำเยาวชนในพื้นที่ให้มีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล อย่างไรก็ดี การจะสร้างกลไกเฝ้าระวังและการกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพนั้น ไม่อาจดำเนินงานได้โดยลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคความมั่นคง ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมอย่างเป็นระบบ ทางคณะทำงานจึงได้จัดเวทีประชุมครั้งนี้ขึ้นเพื่อนำผลจากการทบทวนวรรณกรรมและการสัมภาษณ์เชิงลึกมาเป็นฐานข้อมูลตั้งต้น ในการร่วมกันออกแบบนโยบายและแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนในปัจจุบัน

กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน เช่น เวทีเสวนา และระดมความคิดเห็น (ช่วงที่ 1): "การร่วมออกแบบและกำหนดแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายผู้บริโภคสื่อ ตรวจสอบข่าวลวง และร่วมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้" นำเสนอผลการทบทวนวรรณกรรมและข้อค้นพบจากการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาข่าวลวงและวาทกรรมในพื้นที่ ระบุบทบาทของแต่ละหน่วยงานในการสนับสนุนเครือข่าย วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, รศ.เจ๊ะเหลาะ แขกพงศ์, ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่, ผศ.ดร.อาทิตยา สมโลก, ผศ.ดร.กฤษดี พ่วงรอด และ ดร.สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์

เวทีระดมความคิดเห็น (ช่วงที่ 2): "การเชื่อมโยง บูรณาการแผนงานร่วมกัน" วางกลไกประสานงานระหว่าง ม.อ., ภาครัฐ (ศอ.บต./กอ.รมน.), ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ออกแบบช่องทางรับ – ส่งข้อมูลการเตือนภัยข่าวลวงร่วมกัน วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, รศ.เจ๊ะเหลาะ แขกพงศ์, ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่, ผศ.ดร.อาทิตยา สมโลก, ผศ.ดร.กฤษดี พ่วงรอด และ ดร.สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์

การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop): "การกำหนดหลักเกณฑ์ และคัดเลือกเยาวชน ประชาชน เข้าร่วมโครงการ" กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติแกนนำเฝ้าระวัง 3 จังหวัด วางแผนการกระจายสัดส่วนผู้เข้าร่วมอบรมในระดับอำเภอ  วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, รศ.เจ๊ะเหลาะ แขกพงศ์, ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่, ผศ.ดร.อาทิตยา สมโลก, ผศ.ดร.กฤษดี พ่วงรอด และ ดร.สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์

"การสรรหาบุคคลเพื่อจัดตั้งคณะที่ปรึกษาโครงการ และกำหนดกลไกการให้คำปรึกษาแก่สมาชิกเครือข่ายเฝ้าระวัง" เสนอรายชื่อบุคคลสำคัญในพื้นที่เพื่อแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาโครงการ สรุปข้อตกลงและกลไกการทำงานร่วมกันในระยะต่อไป วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, รศ.เจ๊ะเหลาะ แขกพงศ์, ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่, ผศ.ดร.อาทิตยา สมโลก, ผศ.ดร.กฤษดี พ่วงรอด และ ดร.สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์

ขอบคุณภาพจาก สำนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และพันธกิจสังคม - OMS 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

projek Sama Sama ชวนแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนาสาธารณะ “เขียนอนาคตปาตานี ปลดล็อกรัฐธรรมนูญไทย” พร้อมรับฟังข้อเสนอจุดยืนนักเคลื่อนไหวต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. (บ่ายโมงครึ่ง เป็นต้นไป) ณ พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา


กำหนดการ

13.30 ร่วมลงชื่อประชาชนปาตานี/ชายแดนใต้ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.256

14.00 - 14.15 น. กล่าวปาฐกถา โดย ตัวแทนสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ CAP

14.15 - 16.30 น. เสวนาสาธารณะ หัวข้อ “เขียนอนาคตปาตานี ปลดล็อกรัฐธรรมนูญไทย”

วิทยากร

- ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี
สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา ม.อ.

- ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์
รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร คณะรัฐศาสตร์ ม.อ.

- คุณรอมฎอน ปันจอร์
ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร 

- คุณอาเต็ฟ โซ๊ะโก
ประธาน เดอะ ปาตานี (The Patani)

ดำเนินรายการโดย

- ซาฮารี เจ๊ะหลง
THE MOTIVE


*16.30 - 16.45 น. อ่านแถลงจุดยืนเรื่องรัฐธรรมนูญ ยืนยันเจตจำนงของภาคีเครือข่ายนักกิจกรรมประชาคมปาตานี ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ต้องมีสันติภาพปาตานี และเปิดตัวการรณรงค์เชิญชวนเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน


หมายเหตุ : กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมสันติธรรม สถาบันสันติศึกษา ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมชมและติดตามผลการดำเนินงานของสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา พร้อมด้วยคณาจารย์และบุคลากรให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ บุคลากรของสถาบันได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ

🔹ขับเคลื่อนองค์ความรู้สันติศึกษาสู่สังคมพหุลักษณ์

สถาบันสันติศึกษาได้นำเสนอพันธกิจและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งผลิตองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านสันติศึกษา พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีสมรรถนะในการใช้สันติวิธี และร่วมขับเคลื่อนสังคมพหุลักษณ์ผ่านเครือข่ายวิชาการ ภาคประชาสังคม และความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยมีการบริหารงานแบบสองวิทยาเขต (หาดใหญ่–ปัตตานี) ที่สะท้อนพลังการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

🔹จากห้องเรียนสู่พื้นที่จริงของสังคม

คณาจารย์และบุคลากรได้ร่วมสะท้อนบทบาทของสถาบันในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านกระบวนการสันติภาพ การส่งเสริมจิตตปัญญาศึกษาและรายวิชาชีวิตที่ดี การทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา สถานพินิจ และเรือนจำ ตลอดจนการใช้กระบวนการสันติวิธีและการมีส่วนร่วมในการจัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในหลายพื้นที่สำคัญของภาคใต้ โดยใช้พื้นที่จริงเป็น “ห้องปฏิบัติการทางสังคม” (Social Lab) เพื่อสร้างการเรียนรู้และแสวงหาทางออกอย่างสันติร่วมกัน

🔹มองวิกฤตเป็นโอกาส สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สถาบันสันติศึกษาได้รายงานการติดตามผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผ่านความร่วมมือกับหลายคณะและหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย พร้อมสะท้อนว่า ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสในการปรับตัวและสร้างความยั่งยืน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจสีเขียว พลังงานทางเลือก และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งมหาวิทยาลัยสามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

🔹ข้อเสนอแนะเพื่ออนาคตของสถาบันสันติศึกษา

ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ได้ให้ข้อเสนอแนะสำคัญต่อการพัฒนาสถาบันสันติศึกษา ทั้งการพัฒนาหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาให้ตอบโจทย์ปัญหาความขัดแย้งร่วมสมัย การผลักดันองค์ความรู้ด้านสันติศึกษาให้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาทุกคน และการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ประเทศ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานและเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงสังคมที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

✨นายกสภามหาวิทยาลัยได้แสดงความชื่นชมต่อบทบาทของสถาบันสันติศึกษาในการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับปัญหาจริงของสังคม และเห็นว่าภาคใต้ซึ่งเต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประเด็นความท้าทายต่าง ๆ สามารถเป็นพื้นที่เรียนรู้และห้องปฏิบัติการทางสังคมที่สำคัญ อันจะนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ การอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่าง และการพัฒนาสังคมอย่างสันติและยั่งยืนต่อไป

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

📣📣📣 สถาบันสันติศึกษา ม.อ.หาดใหญ่ ขอเชิญชวนนักศึกษา ม.อ.ปัตตานี ลงทะเบียนเรียน(ข้ามวิทยาเขต)รายวิชาเลือกเสรี (3 หน่วยกิต)
.
🎉 วิชาเลือกเสรี 3 หน่วยกิต
🚩 ภาค 1/2569
🎯 สำหรับนักศึกษาทุกคณะ ทุกชั้นปี
.
📍 950-301 ความขัดแย้งและสันติภาพในอาเซียน (CONFLICTS AND PEACE IN ASEAN) SEC 03 เฉพาะนักศึกษาวิทยาเขตปัตตานี (รับเพียง 50 ที่นั่งเท่านั้น)
👥ดำเนินการเรียนการสอน ณ อาคาร 19 ม.อ.ปัตตานี
📅 วันและเวลาเรียน:
• วันจันทร์ เวลา 13.00 - 14.50 น.
• วันอังคาร เวลา 13.00 – 13.50 น.

.
📣 แจ้งรายชื่อประสงค์จะลงทะเบียนเรียนได้ที่
ลิงก์: https://forms.gle/P4hhMFG8trSGJuAy9 หรือสแกน QRCode
⚡️ ภายในวันที่ 17 มิถุนายน 2568
👥 สอบถามเพิ่มเติม สแกน QRCode

🕊️ เรียนสนุก ท้าทาย เปิดโลกหลากหลาย!!!

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม ซี เอส ปัตตานี นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Chief of Peace Dialogue) คนปัจจุบัน ซึ่งได้ลงนามแต่งตั้งจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการเจรจากับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐและผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อหารือร่วมกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้ นำโดย คุณลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ พร้อมคณะกรรมการสภาฯ และผ้แทนองค์กรสมาชิก โดยมี คุณอิมรอน ซาเหาะ จากสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะประธานกลุ่มงานสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้ เข้าร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ด้วย

โดยสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ซึ่งเป็นเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีสมาชิกจำนวน 47 องค์กร ได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสะท้อนเสียง ความต้องการ และข้อห่วงกังวลของประชาชนในพื้นที่ พร้อมผลักดันให้กระบวนการสันติภาพเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง มีส่วนร่วม และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

สภาประชาสังคมชายแดนใต้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554 จากการรวมตัวขององค์กรภาคประชาสังคม 20 องค์กร โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อนสันติภาพ การพัฒนาสังคม และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันได้ขยายเครือข่ายเป็น 47 องค์กร และทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอจากภาคประชาชนมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 15 ปี

ในเอกสารข้อเสนอ สภาประชาสังคมฯ ระบุว่า แม้ประชาชนจำนวนมากจะรู้สึกอ่อนล้าและผิดหวังกับความล่าช้าของกระบวนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง แต่ยังคงมีความหวังที่จะเห็นการพูดคุยสันติสุขนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และขอให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีเพื่อร่วมกันแสวงหาทางออกอย่างจริงจัง

ข้อเสนอสำคัญประกอบด้วย การใช้กรอบการพูดคุย 3 วาระหลัก ได้แก่ การลดเหตุรุนแรง การแสวงหาทางออกทางการเมือง และการปรึกษาหารือสาธารณะ ควบคู่กับการคุ้มครองพลเรือนตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการสื่อสารความคืบหน้าของกระบวนการสันติภาพต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ สภาประชาสังคมฯ ยังเสนอให้เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในฐานะตัวแทนกลุ่มต่าง ๆ เช่น ผู้หญิง เยาวชน คนพิการ ผู้นำศาสนา และกลุ่มเปราะบาง ทั้งในฐานะผู้สังเกตการณ์และผู้ส่งข้อเสนอเข้าสู่โต๊ะเจรจา เพื่อให้เสียงของประชาชนได้รับการสะท้อนอย่างเป็นระบบ

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญ คือ การจัดตั้งกลไกติดตามและประเมินผลข้อตกลงร่วม (Monitoring Mechanism) ที่เป็นอิสระและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย โดยมีองค์ประกอบจากภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ผู้นำศาสนา ตัวแทนสตรี และเยาวชน เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจต่อกระบวนการสันติสุข

สภาประชาสังคมฯ ยังเสนอให้มีคณะทำงานติดตามสถานการณ์และคณะทำงานประสานงานฉุกเฉิน เพื่อรองรับเหตุการณ์ความรุนแรงหรือสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการพูดคุย โดยสามารถสื่อสาร ประสานงาน และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างทันท่วงที เพื่อลดความตึงเครียด ป้องกันความเข้าใจผิด และรักษาความต่อเนื่องของกระบวนการสันติภาพ

พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อกระบวนการสันติภาพ โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองพลเรือนและกลุ่มเปราะบาง หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง การปฏิบัติการข่าวสาร (IO) การฟ้องปิดปาก (SLAPP) และมาตรการที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่จำเป็น เพื่อเปิดพื้นที่ทางการเมืองที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์

สภาประชาสังคมชายแดนใต้ระบุว่า การเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมและประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย จะช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจต่อกระบวนการสันติภาพ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

“สันติภาพที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกภาคส่วนได้รับโอกาสในการมีส่วนร่วม รับฟัง และร่วมกันกำหนดอนาคตของพื้นที่” เป็นสารสำคัญที่สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ต้องการสื่อสารผ่านข้อเสนอฉบับนี้ต่อคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์ อาจารย์สถาบันสันติศึกษา และคุณภัทรภร ภู่ทองนักวิจัยอิสระ ได้เข้าร่วมนำเสนอบทความวิชาการในรูปแบบออนไลน์ในงานสัมมนา World Human Rights Cities Forum 2026 (WHRCF) ณ เมืองควังจู สาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยนำเสนอผลงานเรื่อง “Challenges and Opportunities for Developing Human Rights City in the Context of Unrest in Thailand’s Southern Border Provinces” ภายใต้หัวข้อหลัก “Human Rights Cities Against Authoritarianism and Populism”

การเข้าร่วมนำเสนอบทความวิชาการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การพัฒนาเมืองสิทธิมนุษยชน (Human Rights City) ตามมาตรฐานสากลสำหรับบริบทประเทศไทย” ซึ่งมีสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นหน่วยงานหัวหน้าโครงการ

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดและศึกษาบทความวิชาการต่างๆที่น่าสนใจฉบับเต็ม คลิ๊ก ที่นี่ 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ให้การต้อนรับ คุณกิตติพงษ์ สุ่นประเสริฐ บรรณารักษ์และหัวหน้าสำนักงานกรุงเทพ สำนักงานหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (Library of Congress Representative Office, U.S. Embassy Thailand) ในโอกาสเดินทางมาเพื่อรวบรวมสิ่งพิมพ์ทางวิชาการในพื้นที่ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการจัดทำวารสารของสถาบันสันติศึกษา ณ ห้องประชุมสถาบันสันติศึกษา โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ บรรณาธิการวารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา (CPSJ) ร่วมต้อนรับ

ในการนี้ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และบรรณาธิการฯ ได้ให้ข้อมูลแนวทางการดำเนินงานของวารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา (Conflict and Peace Studies Jornal: CPSJ) ซึ่งเป็นวารสารในการกำกับดูแลของสถาบันสันติศึกษา รวมไปถึงชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการห้องสมุดสถาบันสันติศึกษา วิทยาเขตหาดใหญ่ และห้องสมุดสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา วิทยาเขตปัตตานี

ในโอกาสเดียวกันนี้ สถาบันสันติศึกษาได้มอบหนังสือและสิ่งพิมพ์ทางวิชาการของสถาบันฯ ซึ่งเป็นผลงานของคณาจารย์และนักวิจัยประจำสถาบันสันติศึกษา ให้แก่สำนักงานหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน เพื่อสนับสนุนการรวบรวมและเผยแพร่ทรัพยากรทางวิชาการในระดับนานาชาติ

สถาบันสันติศึกษารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเกิดความร่วมมือด้านการเผยแพร่ผลงานวิชาการและวารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา (CPSJ) เพื่อประโยชน์ทางวิชาการในระดับนานาชาติต่อไป

Institute for Peace Studies Welcomes Head of the Library of Congress Office in Bangkok for Academic Exchange on Library and Journal Management

──────────────────

On 18 May 2026, the Institute for Peace Studies (IPS), Prince of Songkla University (PSU), led by Asst. Prof. Dr. Kusuma Kooyai, Director of the Institute, accompanied by Assoc. Prof. Dr. Bussabong Chaijaroenwatana, Editor in Chief of the Conflict and Peace Studies Journal (CPSJ), welcomed Mr. Kittipong Soonprasert, Head of Library of Congress Representative Office, U.S. Embassy Thailand, for his visit to IPS, PSU, to exchange knowledge on academic journal management, and to collect academic publications published in the southern region.

During the exchange, the Director and Editor in Chief presented the Conflict and Peace Studies Journal (CPSJ) editorial and publication management processes, and also shared information regarding the management of IPS libraries at both Hat Yai Campus and at the Center for Conflict Studies and Cultural Diversity (CSCD) Library, Pattani Campus.

On this occasion, the Institute for Peace Studies (IPS) also presented books and academic publications produced by the IPS’s faculty members and researchers to the Library of Congress Representative Office in support of the collection and dissemination of academic resources at the international level.

IPS is honored to welcome the representative from the Library of Congress and sincerely hopes that this visit will contribute to future academic collaboration and wider dissemination of scholarly publications and the Conflict and Peace Studies Journal (CPSJ).

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

Eid Mubarak 2026

SELAMAT HARI RAYA AIDIL ADHA 1447 H.
MAAF ZAHIR DAN BATIN

สุขสันต์วันอีดอีดิ้ลอัฎฮา พ.ศ. 2569

Center for Conflict Studies and Cultural Diversity [CSCD], Institute for Peace Studies (IPS), Prince of Songkla University (PSU).

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

سلامت هاري راي عيد الاضحى ١٤٤٧ هجرية
معاف ظاهير دان باطن

ڤوسة ڤڽليديقكن كونفليك دانكڤلباڬين بوداي سلاتن 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

หัวข้องานเสวนาทางวิชาการ

"22 ปี จชต. ถอดบทเรียนความมั่นคง สู่พื้นที่ปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืน"


ความร่วมมือ 4 สถาบัน

  1. คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา

  2. สถาบันพระปกเกล้า

  3. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

  4. มหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันยุทธศาสตร์ความมั่นคงและสันติภาพสุวรรณภูมิ


วัน เวลา และสถานที่

  • วันเสวนา: วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569

  • สถานที่: ณ ห้องประชาธิปก ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

 


ประธานและผู้กล่าวรายงาน

  • พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ (รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง) — ประธานพิธีเปิดการเสวนา

  • นายสมบูรณ์ หนูนวล (ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา) — กล่าวรายงาน

  • รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ (เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า)


วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ

ปาฐกถาพิเศษ

  • พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร (อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขคนแรก)

วิทยากร

  • ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี (สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผู้กำกับดูแลศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้)

  • ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง (อัยการพิเศษ ฝ่ายประจำสำนักงานอัยการสูงสุด)

  • นายศัณสวีร์ สืบแสง (ผู้เชี่ยวชาญด้านสันติภาพ มนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน ผู้ลี้ภัย ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)

ผู้ดำเนินรายการ

  • นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ (อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวไทยพีบีเอส และพิธีกรอิสระ)


ประเด็นสำคัญในการเสวนา

  • การพัฒนาแนวคิดพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone)

  • การส่งเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข (Dialogue Space)

  • การบูรณาการในนโยบายความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม


วัตถุประสงค์

  • ทบทวนสถานการณ์ด้านความมั่นคงและบทเรียนตลอด 22 ปีในพื้นที่ จชต.

  • แลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางสู่สันติสุขที่ยั่งยืน

  • เสริมสร้างความเข้าใจด้านความมั่นคงแบบบูรณาการ

  • สนับสนุนบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการกำหนดนโยบายและติดตามการบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพ


กลุ่มเป้าหมาย

  • สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

  • หน่วยงานภาครัฐและความมั่นคง

  • นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ

  • ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน

  • ประชาชนทั่วไปที่สนใจ


ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม มูลนิธิศูนย์กลางเพื่อการพัฒนายะลา นายอิมรอน ซาเหาะ บุคลากรสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ในฐานะประธานกลุ่มงานสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ได้เข้าร่วมประชุมสมาชิกสามัญองค์กรสมาชิกสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ประจำภาคใต้ตอนล่าง

จัดโดย สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ประสานงานสภาเครือข่ายฯ ประจำภาคใต้ตอนล่าง (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) เพื่อหารือแนวทางการบริหารงาน และคัดเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ (วาระปี 2569 - 2573)  

เปิดการประชุม และบรรยาย เรื่อง "ความร่วมมือและการขับเคลื่อนภารกิจด้วยความเป็นเครือข่าย" โดย นพ.อนันต์ชัย ไทยประทาน ประธานสภาเครือข่ายฯ โดย นายอนุสรณ์ ศรีอดุลย์พันธุ์ เลขาธิการสภาเครือข่ายฯ ได้อธิบายบทบาทและกลไกการทำงานของศูนย์ประสานงานฯ

เปิดเวทีแสดงความคิดเห็น เรื่อง "รูปแบบและวิธีการในการมีส่วนร่วมขององค์กรสมาชิกฯ" โดย นายรอซีดี เลิศอริยะพงษ์กุล ประธานฝ่ายยุทธศาสตร์และพัฒนาองค์กร นอกจากนี้ ยังมีการคัดเลือกกรรมการศูนย์ประสานสภาเครือข่าย ประจำภาคใต้ตอนล่างชุดใหม่ด้วย

ทั้งนี้ ตัวแทนสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ได้นำเสนอ 3 ประเด็น ได้แก่ 1. ถอดบทเรียนการทำงานของสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 2. Mapping องค์กรสมาชิกของสภาเครือข่ายฯ และ 3. สร้างความร่วมมือ กับหน่วยงานภาครัฐ เช่น ศอ.บต. กอ.รมน. ฯลฯ

นอกจากนี้ยังได้เสนอประเด็นการมีส่วนร่วมกับองค์กรสมาชิกและเครื่องข่ายโดยการขยายพันธกิจจากการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติอย่างเดียว ให้มีการช่วยเหลือด้านความเดือดร้อนจากสถานการณ์ความไม่สงบด้วย โดยไม่แบ่งแยกศาสนา ชาติพันธุ์ ยึดหลักการช่วยเหลือในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นหลัก