สุวรา แก้วนุ้ย

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

การศึกษาความสัมพันธ์ของการเกิดเหตุความรุนแรงที่ส่งผลต่อสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพื่อวิเคราะห์หารูปแบบและความสัมพันธ์ของการเกิดเหตุความรุนแรงในสถานศึกษาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การศึกษาครั้งนี้เป็นการพัฒนาระบบฐานข้อมูลของสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และอำเภอเทพา นาทวี สะบ้าย้อย และจะนะ ในจังหวัดสงขลา และการวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data) จากฐานข้อมูลของคณะทำงานฐานข้อมูลเหตุการณ์ชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ในช่วงปี 2547 – 2560 ทำการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา

ผลการศึกษา พบว่า สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ร้อยละ 37. โดยเป็นโรงเรียนรัฐบาลร้อยละ 55.6 และโรงเรียนเอกชน ร้อยละ 44.4 ส่วนใหญ่จัดการเรียนการสอนแบบสายสามัญ ร้อยละ 64.1 สายศาสนา ร้อยละ 26.4 และสายศาสนาควบคู่สามัญ ร้อยละ 9.4 และประมาณครึ่งหนึ่งจัดการเรียนการสอนในระดับก่อนประถมและประถมศึกษา (ร้อยละ 50.8) ในประเด็นการวิเคราะห์หารูปแบบและความสัมพันธ์ของการเกิดเหตุความรุนแรงในสถานศึกษา พบว่า การก่อเหตุความรุนแรงในสถานศึกษา ระหว่าง ปี 2547 – 2560 มีทั้งสิ้น 1,197 เหตุการณ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 18.00 - 23.59 น. โดยมีรูปแบบการก่อเหตุสูงสุด 3 อันดับแรกได้แก่ 1) การวางเพลิง 2) ยิง และ3) การระเบิด ซึ่งผลกระทบจากเหตุการณ์ ส่วนใหญ่ส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ในพื้นที่จังหวัดจังหวัดปัตตานี มีจำนวนเหตุการณ์โดยรวม จำนวนการเกิดเหตุวางเพลิง ยิง และระเบิด สูงที่สุด

เมื่อเปรียบเทียบเหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษากับเหตุการณ์ภาพรวมความรุนแรงในพื้นที่ พบว่า แนวโน้มการก่อเหตุในสถานศึกษาจะสูงในช่วงเริ่มต้นของเหตุการณ์ความรุนแรง ตั้งแต่ปี 2547- ปี 2551 ซึ่งต่างกับเหตุการณ์ความรุนแรงในภาพรวมที่มีสถานการณ์ดีขึ้น สำหรับช่วงเวลาของเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในภาพรวม ส่วนใหญ่อยู่ใน ช่วงเวลา 06.00 - 11.59 น. แต่การเกิดเหตุความรุนแรงในสถานศึกษาสูง คือ ช่วงเวลา 00.00 - 05.59 น. โดยการก่อเหตุในสภานการณ์ความรุนแรงภาพรวม ส่วนใหญ่เป็นการยิง แต่การก่อเหตุในสถานศึกษา ส่วนใหญ่เป็นเหตุการณ์วางเพลิง และการเกิดเหตุความรุนแรงในภาพรวมส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส แต่ความรุนแรงในสถานศึกษาของพื้นที่จังหวัดปัตตานี

จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา ควรมีมาตรการดูแลความปลอดภัยด้วยการพัฒนาสภาพแวดล้อม ออกแบบและจัดทำระบบรักษาความปลอดภัยมีความรัดกุมและมาตรฐานระดับสากลที่ใช้เทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือหลัก และการให้ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมและบทบาทในการดูแลความปลอดภัยให้สถานศึกษา ที่เชื่อมโยงกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน นอกจากนี้ ทุกฝ่ายควรร่วมกันผลักดันให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่ไม่มีปฏิบัติการจากทั้งกลุ่มขบวนการ และเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะผลต่อสุขภาพจิตในระยะยาวต่อครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และสังคม

คำสำคัญ: สถานการณ์ความไม่สงบ, รอมฎอน , กระบวนการสันติภาพ, จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

การศึกษารูปแบบการจัดการความรู้ในกระบวนการสร้างสันติภาพ : กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้และจังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย

 

บทคัดย่อ

ในห้วงเวลาความขัดแย้งที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นเวลากว่า16 ปีที่ผ่านมา นักปฏิบัติการสร้างสันติภาพชายแดนใต้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสันติภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ ปี 2556 ซึ่งถือเป็นเป็นหมุดหมายสำคัญในการริเริ่มกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้อย่างเป็นทางการ เป้าหมายของงานวิจัยชิ้นนี้ต้องการที่จะศึกษาเปรียบเทียบประสบการณ์ของนักปฏิบัติการสร้างสันติภาพทั้งสองพื้นที่ความขัดแย้ง คือ ชายแดนใต้ของประเทศไทยและจังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซียว่ามีการพัฒนา การสื่อสาร รวมทั้งปรับประยุกต์ใช้ข้อมูลและความรู้ของตนเองอย่างไรเพื่อสร้างประสิทธิภาพในกระบวนการสร้างสันภาพที่ยั่งยืน งานวิจัยชิ้นนี้เน้นวิธีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและวิธีเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถาม ผลการวิจัยพบว่าจากประสบการณ์ของอาเจะห์ นักปฏิบัติการสร้างสันติภาพสามารถปรับใช้ความรู้ที่สะสมมาตั้งแต่ห้วงเวลาของความขัดแย้งและพยายามปรับใช้ในสถานการณ์ใหม่ๆ ที่ยึดโยงกับข้อตกลงสันติภาพ และการคงไว้ซึ่งหลักสิทธิมนุษยชนและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน อย่างไรก็ตามอาเจะห์ยังต้องพัฒนาความรู้ในแง่เศรษฐกิจและสังคมอีกมากหลังความขัดแย้งสิ้นสุดล

ขณะที่การทำงานของนักปฏิบัติการชายแดนใต้พบว่า การทำงานระหว่างนักปฏิบัติการสร้างสันติภาพและนักวิชาการในช่วงระหว่างความขัดแย้งยังพบความไม่ลงรอยกัน ดังนั้นการทำงานของนักปฏิบัติการไม่ควรอิงอยู่กับสูตรความสำเร็จ แต่ในความจริงจำเป็นต้องใช้กรอบคิด ถกเถียงหาทางเลือกต่างๆ ซึ่งบางครั้งต้องมีกระบวนการชัดเจนและต้องกระทำภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้ง ความหวาดระแวงและความไม่ไว้วางใจที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการจัดการความรู้ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งในชายแดนใต้ คือ การร่วมมือกันระหว่างนักวิชาการและนักปฏิบัติการสร้างสันติภาพที่สามารถพัฒนาและสื่อสารประเด็นใหม่ๆได้อย่างอิสระและไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ

 

คำสำคัญ จังหวัดชายแดนใต้ อาเจะห์ การจัดการความรู้ กระบวนการสร้างสันติภาพ นักปฏิบัติการสร้างสันติภาพ

 

 

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

โครงการประเมินข้อมูลความต้องการพื้นฐานของประชาชน (Baseline Data) เพื่อปรับปรุงตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของนโยบายรัฐด้านการพัฒนาศักยภาพคน สังคมและเศรษฐกิจภายใต้นโยบายการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2560 - 2562

สารบัญ

บทที่ 1  แนวคิดและที่มาของแผนยุทธศาสตร์บูรณาการ

บทที่ 2  การวิเคราะห์แนวคิดและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

บทที่ 3  การวิเคราะห์ความต้องการของประชาชน

บทที่ 4  ข้อเสนอการปรับปรุงตัวชี้วัด

(รายผลการวิจัยบางส่วน)

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

การศึกษาสภาพทางสังคมและสถานการณ์ยาเสพติดภายใต้บริบทการพูดคุยสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

การพัฒนาฐานข้อมูลความขัดแย้งและการวิเคราะห์โมเดลความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้: การศึกษาช่วงปี 2547-2557

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบและกระบวนการสันติภาพ

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

การสำรวจแนวโน้มทัศนคติของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในสถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบ ความยุติธรรม ปัญหาสังคม และการสร้างสันติภาพ