การสื่อสารเพื่อสันติภาพ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสะบารัง โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ผ่านกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ได้ดำเนินโครงการเครือข่ายผู้บริโภคสื่อ ตรวจสอบข่าวลวง และร่วมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้แกนนำเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ มีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ สามารถเฝ้าระวังและตรวจสอบข่าวลวง หรือข้อมูลบิดเบือน ตลอดจนร่วมสร้างกลไกและพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสานความร่วมมือ เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันจะนำไปสู่การหนุนเสริมกระบวนการสร้างสังคมสันติสุขอย่างสร้างสรรค์

ปัจจุบัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของข่าวลวง (Fake News) และข้อมูลบิดเบือน (Misinformation & Disinformation) ในสื่อสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สร้างความขัดแย้งในสังคมอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เปราะบางอย่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางอำเภอของจังหวัดสงขลา) ซึ่งมักมีการนำประเด็นอ่อนไหวทางด้านประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ศาสนา และอัตลักษณ์ความเป็นมลายู มาผลิตเป็นข่าวลวงเชิงวาทกรรม ก่อให้เกิดอคติและความเข้าใจผิดระหว่างพหุวัฒนธรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคง วิถีชีวิต และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะสถาบันวิชาการในพื้นที่ ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินโครงการนี้ขึ้น โดยมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตามกรอบสากล เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนพลังผู้บริโภคสื่อและสร้างแกนนำเยาวชนในพื้นที่ให้มีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล อย่างไรก็ดี การจะสร้างกลไกเฝ้าระวังและการกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพนั้น ไม่อาจดำเนินงานได้โดยลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคความมั่นคง ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมอย่างเป็นระบบ ทางคณะทำงานจึงได้จัดเวทีประชุมครั้งนี้ขึ้นเพื่อนำผลจากการทบทวนวรรณกรรมและการสัมภาษณ์เชิงลึกมาเป็นฐานข้อมูลตั้งต้น ในการร่วมกันออกแบบนโยบายและแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนในปัจจุบัน

กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน เช่น เวทีเสวนา และระดมความคิดเห็น (ช่วงที่ 1): "การร่วมออกแบบและกำหนดแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายผู้บริโภคสื่อ ตรวจสอบข่าวลวง และร่วมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้" นำเสนอผลการทบทวนวรรณกรรมและข้อค้นพบจากการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาข่าวลวงและวาทกรรมในพื้นที่ ระบุบทบาทของแต่ละหน่วยงานในการสนับสนุนเครือข่าย วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, รศ.เจ๊ะเหลาะ แขกพงศ์, ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่, ผศ.ดร.อาทิตยา สมโลก, ผศ.ดร.กฤษดี พ่วงรอด และ ดร.สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์

เวทีระดมความคิดเห็น (ช่วงที่ 2): "การเชื่อมโยง บูรณาการแผนงานร่วมกัน" วางกลไกประสานงานระหว่าง ม.อ., ภาครัฐ (ศอ.บต./กอ.รมน.), ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ออกแบบช่องทางรับ – ส่งข้อมูลการเตือนภัยข่าวลวงร่วมกัน วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, รศ.เจ๊ะเหลาะ แขกพงศ์, ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่, ผศ.ดร.อาทิตยา สมโลก, ผศ.ดร.กฤษดี พ่วงรอด และ ดร.สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์

การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop): "การกำหนดหลักเกณฑ์ และคัดเลือกเยาวชน ประชาชน เข้าร่วมโครงการ" กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติแกนนำเฝ้าระวัง 3 จังหวัด วางแผนการกระจายสัดส่วนผู้เข้าร่วมอบรมในระดับอำเภอ  วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, รศ.เจ๊ะเหลาะ แขกพงศ์, ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่, ผศ.ดร.อาทิตยา สมโลก, ผศ.ดร.กฤษดี พ่วงรอด และ ดร.สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์

"การสรรหาบุคคลเพื่อจัดตั้งคณะที่ปรึกษาโครงการ และกำหนดกลไกการให้คำปรึกษาแก่สมาชิกเครือข่ายเฝ้าระวัง" เสนอรายชื่อบุคคลสำคัญในพื้นที่เพื่อแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาโครงการ สรุปข้อตกลงและกลไกการทำงานร่วมกันในระยะต่อไป วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, รศ.เจ๊ะเหลาะ แขกพงศ์, ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่, ผศ.ดร.อาทิตยา สมโลก, ผศ.ดร.กฤษดี พ่วงรอด และ ดร.สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์

ขอบคุณภาพจาก สำนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และพันธกิจสังคม - OMS 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เชิญติดตามรายการร่วมแรงร่วมใจชายแดนใต้
วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2569
เวลา 16.00-16.30 น.
ดําเนินรายการโดย นางสาวพัชรา ยิ่งดำนุ่น
อํานวยการผลิตโดย
ดร.ชไมพร อินทร์แก้ว
หัวหน้าสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี
ฝ่ายเทคนิค วันไซดี เจ๊ะแว
ชมรายการย้อนหลังที่นี่

ประเด็นที่น่าสนใจ
●สัมภาษณ์ : ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่
ผอ.สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ประเด็น
"มุมมองและข้อเสนอการนำเสนอข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้ง จชต.กรณีการใช้ AI ทำภาพข่าวประกอบการสื่อสารข้อเท็จจริง"

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกต่าง ต่อเหตุการณ์ความขัดแย้งในสังคม นำมาซึ่งการสื่อสารที่ทวีความเข้มข้น ข้อมูลที่บิดเบือน และต่อสู้กันบนภูมิทัศน์สื่อยุคดิจิทัล
สื่อขนาดเล็กที่มีรากสำคัญในพื้นที่จะสามารถร่วมมือกันสร้างข้อมูลหรือเรื่องเล่าทางเลือกที่เปิดพื้นที่ให้เสียงของประชาชนในพื้นที่ความขัดแย้งถูกมองอย่างเป็นมนุษย์ ที่ไม่ใช่ภาพเหมารวมของรัฐหรือกระแสหลักได้อย่างไร
ชวนแลกเปลี่ยนในวงเสวนาออนไลน์งานเปิดพื้นที่ Restoration : พื้นที่ฟื้นฟูความสัมพันธ์ของผู้คน ทาง Facebook Live เพจ นักข่าวพลเมือง Thai PBS
📌 วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568
09.30 – 10.00 น. Keynote “สื่อสาธารณะ สื่อสันติภาพ: สะพานความสัมพันธ์ สร้างสรรค์โลกที่เป็นหนึ่ง” โดย ประธานกรรมการนโยบาย “นายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์”
10.00 - 10.30 น. รับชมหนังสารคดี “เพื่อนบ้านเดอะสตอรี่” สารคดีโดย ชาญณรงค์ วรรณสอน
10.45 – 12.00 น. วงเสวนา “บทบาทสื่อมวลชนในสถานการณ์ความขัดแย้ง
ผู้ร่วมเสวนา
🔸ผศ.ดร. ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
🔸ผศ.ดร. สมัชชา นิลปัทม์ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
🔸ผศ.ดร. แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
🔸โกวิท โพธิสาร เดอะอีสานเรคคอร์ด
🔸มูฮัมหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ บรรณาธิการ The Motive
🔸ธนก บังผล สำนักข่าวชายขอบ
ดำเนินวงเสวนา วิภาพร วัฒนวิทย์ ผู้ประกาศข่าวรายการเสียงเปลี่ยนเมือง ไทยพีบีเอส

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

อ่านข่าวสารสรุปประเด็นสำคัญ คลิ๊ก ที่นี่ 

ขอบคุณภาพและเรื่องจากเพจ นักข่าวพลเมือง Thai PBS 

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ชี้ว่า ความขัดแย้งชายแดนไทย - กัมพูชาส่งผลกระทบต่อความรู้สึกชาตินิยมของสังคมไทยอย่างรุนแรง และมีลักษณะเป็น “สงครามขนาดใหญ่” ที่กระทบต่อความเชื่อเรื่องอธิปไตยและเอกราช ซึ่งเป็นแนวคิดที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่มีพลังสูงมากในการผลักดันสังคมไปสู่ความรุนแรง

หัวใจสำคัญคือ บทบาทของสื่อในการสร้างวาทกรรม หากสื่อไม่สามารถสร้างคำอธิบายที่แตกต่างจากกรอบของรัฐ ก็เท่ากับล้มเหลวในหน้าที่ และอาจมีส่วนทำให้ “สงครามกลายเป็นเรื่องปกติ” ขณะที่ “สันติภาพกลายเป็นสิ่งแปลกแยก”

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ต้องพึ่งระลึกเสมอว่า “ความจริงเป็นสิ่งหายาก” ในภาวะวิกฤติ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา

แสดงความกังวล ต่ออุณหภูมิความรู้สึกของผู้คนทั้งสองประเทศ ในการเสพข่าวสารความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ที่มาจากหลากหลายช่องทาง โดยเฉพาะข่าวสารที่ไม่ได้มีข้อเท็จจริง

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา การสื่อสารของรัฐไทยไม่ตอบสนองความต้องการข้อมูลข่าวสารของประชาชนได้ทันท่วงที และยังไม่เป็นเอกภาพ ทั้งจากรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ หรือหน่วยงานด้านความมั่นคง จึงเป็นจุดอ่อน ทำให้เกิดข่าวสารบิดเบือน ใส่สีตีไข่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะข่าวสารในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ ที่ปลุกเร้าอารมรณ์ ทำให้เกิดความเกลียดชัง

เช่นเดียวกับการใช้สื่อสารของฝั่งประเทศกัมพูชาที่สื่อสารโดยตรงกับประชาชน ที่ยังคงเน้นการถูกละเมิด การถูกรุกราน รวมผสมกับประวัติศาสตร์ที่ถือกับคนละเล่มกับไทย

ขณะเดียวกันการสื่อสารกับโลกภายนอก ก็มีการวางรูปแบบหรือบทไว้ตรงกัน โดยเน้นย้ำถึงการรักสันติเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ และสร้างความชอบธรรมในการสู้รบครั้งนี้ และดึงประชาคมโลกให้เข้ามาในปัญหา

แต่ทั้งสองวิธีการนี้ อาจส่งผลระยะยาวในความสัมพันธ์ของผู้คนของทั้งสองประเทศแม้การต่อสู้ยุติลง

“เมื่อขัดแย้งกันย่อมมีบาดแผล ซึ่งการจัดการกับบาดแผล เมื่อเป็นแผลเป็นที่ดูเหมือนไม่มีร่องรอย แต่เมื่อแผลถูกกระแทกซ้ำลงไป ในแต่ละช่วงเวลา มันยิ่งบาดลึกลงไป ความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนเดิมจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความสัมพันธ์ที่พอจะฟื้นฟูขึ้นมาได้ อันนี้ทำได้แน่ ถ้าทั้งสองฝั่งตั้งใจผ่านการฟื้นฟูระยะสั้น ระยะยาว

โดยในระยะยาว เราต้องคุยกันแบบจริงจัง ว่าจริงๆแล้วเรารู้จักเพื่อนบ้านเราจริงหรือเปล่า หรือ เค้ารู้จักเราจริงหรือเปล่า ” ผอ.สถาบันสันติศึกษา กล่าว

ส่วนการไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขของทั้งสองประเทศ หลังการหารือที่ประเทศมาเลเซีย อาจลดความน่าเชื่อของประเทศคนกลางอย่างมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา หรือจีน

แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า ในวิกฤติความขัดแย้ง ยังมีความจำเป็นที่ต้องเจรจา เพื่อหยุดยิงให้ได้ก่อน แล้วจึงเริ่มฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจขึ้นมาใหม่

“ในระยะสั้นต้องหยุดยิงให้ได้ก่อน แต่วันนี้ก็พิสูจน์แล้ว การเรียกด่วนมาคุยแล้วบอกจะหยุดยิง มันไม่สำเร็จ แต่การหยุดยิงยังเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ไว้วางใจกัน หรือ แหกข้อตกลง มันไม่มีทางที่คุยกันต่อได้ ” ผศ.กุสุมา กล่าวย้ำ

ขณะที่ประชาชนผู้เสพสื่อ นักวิชาการด้านสันติวิธี ย้ำว่า ต้องพึ่งระลึกเสมอว่า ความจริงเป็นสิ่งหายาก ในภาวะวิกฤติ จึงต้องรู้เท่าทันว่า อารมณ์ หรือการกระทำจะทำให้ใครได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์ เพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือที่สร้างความขัดแย้งเพิ่ม

ติชิลา พุทธสาระพันธ์
ThaiPBSศูนย์ข่าวภาคใต้ เรียบเรียง

 

ที่มา Thai PBS ศูนย์ข่าวภาคใต้

 

รับชม วีดีโอสัมภาษณ์ คลิ๊ก ที่นี่