บทความวิชาการ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์ อาจารย์สถาบันสันติศึกษา และคุณภัทรภร ภู่ทองนักวิจัยอิสระ ได้เข้าร่วมนำเสนอบทความวิชาการในรูปแบบออนไลน์ในงานสัมมนา World Human Rights Cities Forum 2026 (WHRCF) ณ เมืองควังจู สาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยนำเสนอผลงานเรื่อง “Challenges and Opportunities for Developing Human Rights City in the Context of Unrest in Thailand’s Southern Border Provinces” ภายใต้หัวข้อหลัก “Human Rights Cities Against Authoritarianism and Populism”

การเข้าร่วมนำเสนอบทความวิชาการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การพัฒนาเมืองสิทธิมนุษยชน (Human Rights City) ตามมาตรฐานสากลสำหรับบริบทประเทศไทย” ซึ่งมีสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นหน่วยงานหัวหน้าโครงการ

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดและศึกษาบทความวิชาการต่างๆที่น่าสนใจฉบับเต็ม คลิ๊ก ที่นี่ 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

บทความวิชาการของบุคลากรของสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ ได้รับการในตีพิมพ์ในหนังสือรวมรวมบทความวิชาการ และบทความวิจัยในโครงการการพัฒนาและกระบวนการสร้างประชาคมในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (2020-2024) นำโดย University of the Ryukyus ได้แก่

1. ประชาสังคมหญิงชายแดนใต้กับการขับเคลื่อนสันติภาพและสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนใต้ โดย อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์

2. หนึ่งทศวรรษแห่งการต่อสู้ทางภาษา บทสนทนาและวาทกรรมของสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้ โดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่

หนังสือรวมงานวิชาการและบทความวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยและการพัฒนาเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่จากประเทศไทยและประเทศลาวในประเด็นบทบาทของประชาคมและการพัฒนาท้องถิ่น ได้แก่ University of the Ryukrus, Niigata Univerity, Ibarki University, Doshisha, Hokkaido University จากประเทศไทยได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, วิทยาลัยชุมชนยโสธร, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และจากประเทศลาว National University of Laos

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

🎉 วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา (CPSJ) ผ่านการประเมินวารสารใหม่เข้าสู่ฐานข้อมูล TCI (Thai Citation Index) และได้รับการจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 (TCI Tier 2)

โดยมีผลตั้งแต่ มกราคม พ.ศ. 2568 ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2572

กองบรรณาธิการวารสารขอขอบคุณทุกแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วนทั้งผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความ ผู้เขียน และผู้อ่าน และจะพัฒนาคุณภาพวารสารอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นพื้นที่เผยแพร่และเป็นคลังข้อมูลความรู้ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและสันติศึกษา ✨📚

-------------------------------------------------

🎉 The Conflict and Peace Studies Journal (CPSJ) has officially passed the Thai Citation Index (TCI) evaluation for new journals, and has been indexed in TCI Tier 2.

Effective from January 2025 to December 2029

The editorial team would like to express our gratitude for the support received from peer reviewers, authors, and readers. We remain committed to continuously improving the quality of the CPSJ journal to serve as a platform for publication and a knowledge repository in the field of conflict and peace studies. ✨📚
.
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/share/p/1ZhFSwj5P5/

CPSJ Archive: https://so07.tci-thaijo.org/index.php/cpsj_psu/issue/archive

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ความสัมพันธ์ระหว่างการสร้างความชอบธรรม การแบ่งปันอำนาจ และการสร้างสันติภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี

สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

บทคัดย่อ

            ปฏิบัติการสันติภาพได้รับผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสองมิติ คือ มิติด้านดินแดนหรือความมั่นคง และมิติด้านทรัพยากร การสร้างสันติภาพจะบังเกิดความยั่งยืนได้ก็ด้วยความเข้าใจกระบวนการแห่งอัตสัมพันธ์วิสัยและการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย แต่ทว่ายังมีกระบวนการสร้างความชอบธรรมอีกสองชนิดที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการสร้างสันติภาพ ซึ่งก็คือการกระจายอำนาจและความมั่งคั่งใหม่ และการยอมรับใน  อัตลักษณ์ การกระจายอำนาจและความมั่งคั่งใหม่ เป็นกระบวนการที่ช่วยให้การสร้างสันติภาพบรรลุความชอบธรรม ส่วนการยอมรับอัตลักษณ์ เป็นกระบวนการทำให้การสร้างสันติภาพได้มีความเป็นตัวแทนและความชอบธรรม กระบวนการทั้งสองอย่างทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีความยุติธรรม ซึ่งนำไปสู่การยอมรับสิทธิของผู้ปกครอง ในอีกด้านหนึ่ง สันติภาพยังมีประเด็นการกระจายอำนาจหรือการแบ่งปันอำนาจ (Power-Sharing) ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ดังนั้น รูปแบบทางการเมืองประชาธิปไตยที่ถูกเสนอขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการแบ่งปันอำนาจคือระบอบประชาธิปไตยแบบสหสังคมหรือ Consociationalism ซึ่งเป็นรัฐที่มีการแบ่งแยกภายในตามแนวชาติพันธุ์ ศาสนา หรือภาษา แต่ยังคงมีเสถียรภาพเนื่องจากการปรึกษาหารือกันระหว่างชนชั้นนำในกลุ่มเหล่านี้ รัฐแบบสหสังคมมักถูกนำไปเปรียบเทียบว่าดีกว่ารัฐที่มีระบบการเลือกตั้งในแบบเสียงข้างมากในการแก้ปัญหาความขัดแย้งอัตลักษณ์ แนวทางที่สองคือระบอบประชาธิปไตยแบบเน้นศูนย์กลางหรือ Centripetalism โดยระบอบประชาธิปไตยแบบเน้นศูนย์กลางมุ่งจะลดความเป็นการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์และสนับสนุนพรรคการเมืองที่ร่วมมือกันหลายชาติพันธุ์
            ผลจากการศึกษาเปรียบเทียบกับบริบทสังคมหลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่า จังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซียได้พัฒนาไปสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบเน้นศูนย์กลาง (Centripetalism) การแก้ปัญหาความขัดแย้งของมินดาเนามีส่วนคล้ายคลึงกับแนวคิดประชาธิปไตยแบบสหสังคม (Consociationalism) ผสมกับการเมืองระบบอุปถัมภ์ใหม่ ในขณะที่การแก้ปัญหาภาคใต้ของประเทศไทย รัฐไทยมีแนวโน้มที่จะเลือกเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบเน้นศูนย์กลาง (Centripetalism) มากกว่าเพราะยังคงสับสนกับการแก้ปัญหาแบบอำนาจนิยม ส่วนการจัดการของปาปัว ในอินโดนีเซียเป็นการผสมระหว่างประชาธิปไตยแบบสหสังคม (Consociationalism) และประชาธิปไตยแบบเน้นศูนย์กลาง (Centripetalism) อันทำให้มีลักษณะสันติภาพที่แตกแยกแตกต่าง

 

ที่มา วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เรื่องเล่าจากพื้นที่ ชวนอ่านบทความวิชาการ

"กระบวนการสันติภาพในปาตานี : จุดเปลี่ยนพลวัตของความขัดแย้งในชายแดนใต้"

โดย ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช และ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี

บทความฉบับเต็ม : bit.ly/3V9mRJe

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา