พื้นที่ทางการเมือง

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

" ประชาชนทุกคนมีสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง ด้วยสิทธินี้พวกเขาจึงสามารถกำหนดสถานะทางการเมืองของตนเองได้อย่างอิสระ และดำเนินชีวิตเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของตนเองได้อย่างอิสระ "

เชิญชวนร่วมเวทีเสวนา พื้นที่ทางการเมือง และ การจัดการความขัดแย้ง พบกับนักกิจกรรมนักศึกษาและนักศึกษาคดี Self Determination [ ประชามติจำลอง ] ผู้นำเสนอทางเลือกการต่อสู้ทางการเมืองโดยไม่ใช้อาวุธ ร่วมกับ นักกฎหมายวิชาการด้านกฎหมายและนักวิชาการด้านความขัดแย้งและการแสวงหาทางออกทางการเมือง

อาเต็ฟ โซ๊ะโก

: เมื่อการเคลื่อนไหวทางการเมือง ผิดกฎหมาย ผลกระทบต่อชีวิตและการต่อสู้ทางการเมืองเปลี่ยนไปอย่างไร

ฮุซเซ็น บือแน

: เจตนารมณ์การเคลื่อนไหวของนักศึกษามลายูในประเด็นการกำหนดอนาคตตนเอง ความสำคัญของการต่อสู้แบบไม่ใช้อาวุธ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ

: หลักสิทธิเสรีภาพและเจตนารมณ์ของกฎหมาย มองผ่านสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ความมั่นคงของรัฐและสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี

: เมื่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองผิดกฎหมาย ทิศทางความขัดแย้งและกระบวนการสันติภาพจะเป็นอย่างไรในอนาคต

ทนายอธิวัฒน์ เส้งคุ่ย

: มุมมองต่อการใช้ยุทธศาสตร์ทางกฎหมายในการยับยั้งการมีส่วนร่วมของประชาชน จากประสบการณ์การคดีสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคปาตานี/จังหวัดชายแดนใต้

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 ถึง 16.00

ณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่

หรือสามารถติดตามรับชมการเสวนาผ่านไลฟ์สดทางเพจ The Patani และ เพจ มูลนิธินักกฎหมายสิทธิมนุษยชนภาคใต้-SHLF

สามารถลงทะเบียนผ่าน QR Code ในโปสเตอร์และใต้คอมเมนต์ใต้โพสต์ได้เลย

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

การแปรเปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงสู่วิถีทางการเมืองของอดีตกองกำลังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานีกับความท้าทายของการต่อสู้ในระบบประชาธิปไตยของประเทศไทย

โดย

อิมรอน ซาเหาะ  สถานวิจัยความขัดแย้งฯ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์  คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์    

                  

บทคัดย่อ

          บทความเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง “การแปรเปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงสู่การใช้แนวทางทางการเมืองของกลุ่มผู้เห็นต่างในพื้นที่ชายแดนใต้” ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยงานชิ้นนี้ต้องการอภิปรายประเด็นการแปรเปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงสู่การใช้แนวทางทางการเมืองของอดีตกองกำลังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานีกับความท้าทายของการต่อสู้ในระบบการเมืองการเลือกตั้งของประเทศไทย งานชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลผ่านการศึกษาเอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการสัมภาษณ์เชิงลึกของอดีตกองกำลังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี หรือ BRN โดยใช้ตลอดจนเทคนิคการวิจัยแบบศึกษาประวัติชีวิต (Life History) ผลการศึกษาพบว่าการยุติการใช้ความรุนแรงของอดีตนักรบพบว่าในกระบวนการแปรเปลี่ยนความขัดแย้งจากการใช้ความรุนแรงสู่การไม่ใช้ความรุนแรงจำเป็นต้องมองทั้งในระดับบุคคลและความสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรมและเชิงโครงสร้าง ทั้งนี้ มีข้อท้าทายหลายประการที่ทำให้การแปรเปลี่ยนในเชิงโครงสร้างไม่สามารถก้าวไปได้มากนัก โดยเฉพาะแนวทางที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาลไทยที่มีต่อกระบวนการพูดคุยและแนวทางจัดการความขัดแย้งในพื้นที่ยังคงมุ่งเน้นแนวทางทางการทหารเป็นหลัก รวมถึงความไม่เป็นเอกภาพของกลุ่มองค์กรที่ต่อสู้กลุ่มต่างๆ นอกจากนี้การแปรเปลี่ยนมาต่อสู้ในพื้นที่ทางการเมืองของอดีตนักรบในระบบประชาธิปไตยของประเทศไทยในปัจจุบันก็ต้องเผชิญกับข้อท้าทายหลากหลายประการทั้งพื้นที่การเมืองในระดับท้องถิ่นตลอดจนการเมืองในระดับชาติ

 

ที่มา เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 24 (KPI Congress) ความท้าทายของความมั่นคงใหม่กับประชาธิปไตย