มลายูมุสลิม

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ทัศนะต่อการพูดคุยสันติภาพของชาวมลายูมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนใต้: ผลสำรวจจากโครงการ Peace Survey

โดย ฟารีดา ปันจอร์

กระบวนการสันติภาพเป็นกระบวนการทางสังคมและการเมืองในพื้นที่สาธารณะ ที่ต้องอาศัยการสนับสนุนจากประชาชนในวงกว้างอย่างเปิดเผย โดยประสบการณ์ความขัดแย้งในทุกที่ทุกแห่งในโลกชี้ให้เห็นว่า การสนับสนุนจากประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การแก้ปัญหาประสบความสำเร็จและมีความยั่งยืน การใช้เครื่องมือแบบสำรวจความคิดเห็น หรือที่เรียกว่า Peace Poll หรือ Peace Survey ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งในการช่วยให้ได้มาซึ่งเสียงความต้องการของประชาชนด้วยกระบวนการที่น่าเชื่อถือได้ในทางวิชาการ  การสำรวจครั้งนี้จัดทำโดยองค์กรวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคมในสามจังหวัดชายแดนใต้กว่า 24 องค์กร ซึ่งดำเนินการเป็นครั้งที่ 6 ระหว่างเดือน เมษายน – กรกฎาคม 2564 โดยรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจากการใช้แบบสอบถาม จำนวน 1,391 ตัวอย่าง ที่อาศัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอีก 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา คือ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย  ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม จำนวน 1,029 คน (ร้อยละ 78.5) และผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ จำนวน 281 คน (ร้อยละ 21.4) นอกจากนี้ยังมีการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนสันติภาพ จำนวน 80 คน จากผลสำรวจชาวพบว่ามลายูมุสลิมส่วนกว่า  828 คน (ร้อยละ 63.2) สนับสนุนการพูดคุย/เจรจาฯ แต่มีข้อสังเกตว่าแม้ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงเชื่อมั่นว่ากระบวนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุข ว่ายังคงเป็นกระบวนการหลักในการแก้ไขความขัดแย้ง อย่างไรก็ตามกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านกระบวนการสันติภาพมาอย่างยาวนานให้ความเห็นว่า แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะยังคงสนับสนุนกระบวนการพูดคุยในฐานะวิธีการ แต่ยังคงมีความไม่เชื่อมั่นด้วยเหตุผลต่างๆ เนื่องจากการการพูดคุยสันติภาพในปัจจุบันไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่มีการสื่อสารต่อประชาชนมากพอ  นอกจากนี้วิธีการการทำงานในฝ่ายของเจ้าหน้าที่รัฐเองที่ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งการขาดองค์กรหลักในการหนุนเสริมการพูดคุยที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งหมดสะท้อนถึงความไม่จริงจังของรัฐมากพอในการดำเนินการพูดคุยสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้ 

 

ที่มา เอกสารประกอบ งานประชุมวิชาการมุสลิมศึกษาระดับชาติครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านของสังคมมุสลิมในสังคมไทย ในรอบ 100 ปี”

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ข้อถกเถียงว่าด้วยการเป็นผู้นำทางการเมืองกับผู้หญิงมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้

ยาสมิน ซัตตาร์

คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

อิมรอน ซาเหาะ

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

อับดุลเอาว์วัล สิดิ

โครงการมะดีนะตุสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี

 

บทคัดย่อ

จุดประสงค์ บทความเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่องพื้นที่ทางการเมืองแบบเป็นทางการของผู้หญิงมลายูมุสลิมชายแดนใต้: บทบาท โอกาส และข้อท้าทาย โดยงานชิ้นนี้ต้องการอภิปรายข้อถกเถียงว่าด้วยเรื่องการเป็นผู้นำของสตรีในอิสลาม โดยมีกรณีตัวอย่างของผู้หญิงมลายูมุสลิมชายแดนใต้

 

วิธีการศึกษา งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้วิธีการศึกษาผ่านงานวิจัยและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการศึกษาผ่านการเก็บข้อมูลในพื้นที่สนามการเมืองชายแดนใต้ที่มีสตรีมลายูมุสลิมอยู่ในพื้นที่

 

ผลการศึกษา พบว่า ในพื้นที่ชายแดนใต้มีข้อท้าทายประการสำคัญสำหรับผู้หญิงมุสลิมในการเข้าสู่พื้นที่ทางการเมือง นั่นคือข้อถกเถียงเรื่องบทบาทของผู้หญิงมุสลิมในพื้นที่ทางการเมืองซึ่งมีการตีความของนักกฎหมายอิสลามและผู้รู้ในอดีตในบริบทที่ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวิธีการมองบทบาทหน้าที่ของความเป็นผู้หญิงหรือมีจารีตประเพณีในแต่ละสังคม และสำหรับผู้รู้ศาสนาอิสลามบางท่านก็ไม่ได้มองว่าการมีบทบาทของผู้หญิงในฐานะผู้นำไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักการศาสนา ตราบใดที่เมื่ออยู่ในตำแหน่งนั้นแล้วผู้หญิงคนนั้นยังคงสามารถรักษาการปฏิบัติตนตามหลักการศาสนาอิสลามเอาไว้ได้ ขณะเดียวกันในพื้นที่ชายแดนใต้พบว่าผู้คนส่วนใหญ่ยังคงไม่ยอมรับในบทบาทการเป็นผู้นำของผู้หญิง ซึ่งมีผลต่อตัวนักการเมืองสตรีในพื้นที่ที่แม้จะมีต้นทุนในเรื่องต่าง ๆ ประกอบกันแล้ว ก็อาจทำให้ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตได้

 

การนำผลวิจัยไปใช้ ผลของงานวิจัยชิ้นนี้ได้นำไปแลกเปลี่ยนกับตัวแทนสมาชิกผู้แทนราษฎรหญิงในพื้นที่ตลอดจนองค์กรภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนในการพัฒนาศักยภาพของผู้หญิงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งใช้ประกอบในการดำเนินงานต่อไป


ที่มา วารสารอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ณ คณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นายอิมรอน ซาเหาะ จากสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมนำเสนอบทความวิจัย เรื่อง “ข้อถกเถียงว่าด้วยเรื่องผู้หญิงมุสลิมกับการทำงานในพื้นที่สาธารณะผ่านการศึกษานักการเมืองสตรีมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้ (Discussion on Muslim Women and Public Space through the Case Study of Muslim Women Politicians in the Deep South of Thailand)” โดยเขียนร่วมกับ ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ นายอับดุลเอาว์วัล สิดิ จากโครงการมะดีนะตุสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ในการประชุมวิชาการระดับชาติอิสลามศึกษามุสลิมศึกษา ครั้งที่ 5 ประจำปี 2564 (The 5th National Conference on Islamic and Muslim Studies 2021) "อิสลามศึกษาและมุสลิมศึกษาในศตวรรษที่ 21 ความท้าทายในยุค New Normal"

โดยบทความดังกล่าวนี้ได้รับรางวัล​การนำเสนอ​ผลงานวิจัย​ภาคบรรยาย​ ระดับดีเด่น โดยมี 7 บทความ จาก 101 บทความที่ได้รับรางวัลระดับดีเด่นในครั้งนี้ นอกจากนั้นแล้วยังมีอีกหลายบทความที่น่าสนใจ อาทิ บทความเรื่อง “ประวัติศาสตร์อิลมู (ความรู้) :ความหมาย ความแตกต่างและการจำแนกชนิดอิลมู (ความรู้) อิสลาม ในโลกอาหรับ, มลายู, สยาม และปาตานี” นำเสนอโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์โชคชัย วงษ์ตานี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทั้งนี้ มีคณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ และนักศึกษาอีกกว่าร้อยคน/ร้อยบทความเข้าร่วมนำเสนอในครั้งนี้ด้วย

ขอบคุณภาพจาก Faculty of Islamic Sciences - คณะวิทยาการอิสลาม ม.อ.ปัตตานี