มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วช. จัดเสวนา “การพัฒนาองค์ความรู้และการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้งในประเทศไทย” ในงาน อว.แฟร์ 2025

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้ง จัดกิจกรรมเสวนาเรื่อง “การพัฒนาองค์ความรู้และการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้งในประเทศไทย” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

กล่าวต้อนรับ ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND ณ ห้องประชุม MR 207 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่าในนามของ วช. ภายใต้กระทรวง อว.รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมการเสวนาในหัวข้อ “การพัฒนาองค์ความรู้และการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้งในประเทศไทย” พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนากลไกเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ผ่านการสนับสนุน Hub of Talents และ Hub of Knowledge เพื่อสร้างเครือข่ายนักวิจัยและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา หน่วยงานรัฐ และเอกชน ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาทักษะ และต่อยอดผลงานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนเป็นเวทีเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณะ และสร้างความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนทำให้การเสวนาครั้งนี้สำเร็จตามวัตถุประสงค์

รองศาสตราจารย์ ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้ง (Talent Hub for Monitoring Violence and Conflict) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวถึงบทบาทและการดำเนินงานของศูนย์ฯ ว่า ศูนย์ฯ ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก วช. เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลซึ่งจะช่วยสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลเพื่อลดความขัดแย้ง โดยพัฒนาจัดทำเป็นฐานข้อมูล ได้แก่ ฐานข้อมูลเฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ฐานข้อมูลความคิดเห็นประชาชน ฐานข้อมูลเศรษฐกิจและสังคม และฐานข้อมูลงบประมาณแผ่นดิน ผ่านการบูรณาการข้อมูลจากหลายภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเฝ้าระวังและจัดการปัญหาความรุนแรงและความขัดแย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ถัดมาเป็น การเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมัชชา นิลปัทม์ รองผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และ คุณสมเกียรติ จันทรสีมา ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และกิจกรรมช่วงถามตอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เข้าร่วม

กิจกรรมครั้งนี้มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือและพัฒนาองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายและปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความรุนแรงและความขัดแย้งในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจ สามารถเข้าร่วมงาน “อว.แฟร์ 2025” และ “NST Fair 2025” ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงาน อว.แฟร์ 2025 จะจัดขึ้นที่ฮอลล์ 1-4 ชั้น G และงาน NST Fair 2025 จะจัดขึ้นที่ฮอลล์ 5-6 ชั้น LG สามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอบคุณเรื่องและภาพจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ติดตามรับชมการถ่ายทอดสด การแข่งขันประกวดสุนทรพจน์รอบชิงชนะเลิศ และประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบและผู้ได้รับรางวัลช่อมะกอก ปีที่ 11 ประจำปี 2568 ประเภทบทกวี เรื่องเล่า และสุนทรพจน์ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่

เพจ FB: โครงการประกวดสื่อสันติภาพ สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ : https://www.facebook.com/olivebranchips

เพจ FB สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ : https://www.facebook.com/ips.psu

เพจ FB สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ : https://www.facebook.com/CSCD.IPS.PSU

อย่าลืมติดตามชม ลุ้นผลการแข่งขัน และให้กำลังใจน้องๆ เยาวชนในการประกวดสื่อสันติภาพ #รางวัลช่อมะกอก11 กันนะครับ...

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

📣📣ขอเชิญนักเรียน นักศึกษาหรือผู้มีอายุเทียบเท่า ส่งผลงานเข้าประกวดสื่อสันติภาพ “รางวัลช่อมะกอก” ปีที่ 11 ประจำปี 2568 (Olive Branch Awards 11th 2025)📣📣

▪สุนทรพจน์

▪บทกวี

▪เรื่องเล่า

🏆เงินรางวัลกว่า 60,000 บาท🏆

หมดเขต 31 กรกฎาคม 2568

รายละเอียดการประกวด: https://link.psu.th/AkCTar

ส่งผลงานได้ที่: https://link.psu.th/AkGzxv

🗞ผู้ส่งผลงานทุกท่านจะได้รับเกียรติบัตรการเข้าร่วม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่

โทร: 074-289463 (คุณอุสมาน)

Facebook: โครงการประกวดสื่อสันติภาพ สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์

Website สถาบันสันติศึกษา: www.ips.psu.ac.th

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ต้องพึ่งระลึกเสมอว่า “ความจริงเป็นสิ่งหายาก” ในภาวะวิกฤติ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา

แสดงความกังวล ต่ออุณหภูมิความรู้สึกของผู้คนทั้งสองประเทศ ในการเสพข่าวสารความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ที่มาจากหลากหลายช่องทาง โดยเฉพาะข่าวสารที่ไม่ได้มีข้อเท็จจริง

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา การสื่อสารของรัฐไทยไม่ตอบสนองความต้องการข้อมูลข่าวสารของประชาชนได้ทันท่วงที และยังไม่เป็นเอกภาพ ทั้งจากรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ หรือหน่วยงานด้านความมั่นคง จึงเป็นจุดอ่อน ทำให้เกิดข่าวสารบิดเบือน ใส่สีตีไข่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะข่าวสารในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ ที่ปลุกเร้าอารมรณ์ ทำให้เกิดความเกลียดชัง

เช่นเดียวกับการใช้สื่อสารของฝั่งประเทศกัมพูชาที่สื่อสารโดยตรงกับประชาชน ที่ยังคงเน้นการถูกละเมิด การถูกรุกราน รวมผสมกับประวัติศาสตร์ที่ถือกับคนละเล่มกับไทย

ขณะเดียวกันการสื่อสารกับโลกภายนอก ก็มีการวางรูปแบบหรือบทไว้ตรงกัน โดยเน้นย้ำถึงการรักสันติเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ และสร้างความชอบธรรมในการสู้รบครั้งนี้ และดึงประชาคมโลกให้เข้ามาในปัญหา

แต่ทั้งสองวิธีการนี้ อาจส่งผลระยะยาวในความสัมพันธ์ของผู้คนของทั้งสองประเทศแม้การต่อสู้ยุติลง

“เมื่อขัดแย้งกันย่อมมีบาดแผล ซึ่งการจัดการกับบาดแผล เมื่อเป็นแผลเป็นที่ดูเหมือนไม่มีร่องรอย แต่เมื่อแผลถูกกระแทกซ้ำลงไป ในแต่ละช่วงเวลา มันยิ่งบาดลึกลงไป ความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนเดิมจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความสัมพันธ์ที่พอจะฟื้นฟูขึ้นมาได้ อันนี้ทำได้แน่ ถ้าทั้งสองฝั่งตั้งใจผ่านการฟื้นฟูระยะสั้น ระยะยาว

โดยในระยะยาว เราต้องคุยกันแบบจริงจัง ว่าจริงๆแล้วเรารู้จักเพื่อนบ้านเราจริงหรือเปล่า หรือ เค้ารู้จักเราจริงหรือเปล่า ” ผอ.สถาบันสันติศึกษา กล่าว

ส่วนการไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขของทั้งสองประเทศ หลังการหารือที่ประเทศมาเลเซีย อาจลดความน่าเชื่อของประเทศคนกลางอย่างมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา หรือจีน

แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า ในวิกฤติความขัดแย้ง ยังมีความจำเป็นที่ต้องเจรจา เพื่อหยุดยิงให้ได้ก่อน แล้วจึงเริ่มฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจขึ้นมาใหม่

“ในระยะสั้นต้องหยุดยิงให้ได้ก่อน แต่วันนี้ก็พิสูจน์แล้ว การเรียกด่วนมาคุยแล้วบอกจะหยุดยิง มันไม่สำเร็จ แต่การหยุดยิงยังเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ไว้วางใจกัน หรือ แหกข้อตกลง มันไม่มีทางที่คุยกันต่อได้ ” ผศ.กุสุมา กล่าวย้ำ

ขณะที่ประชาชนผู้เสพสื่อ นักวิชาการด้านสันติวิธี ย้ำว่า ต้องพึ่งระลึกเสมอว่า ความจริงเป็นสิ่งหายาก ในภาวะวิกฤติ จึงต้องรู้เท่าทันว่า อารมณ์ หรือการกระทำจะทำให้ใครได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์ เพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือที่สร้างความขัดแย้งเพิ่ม

ติชิลา พุทธสาระพันธ์
ThaiPBSศูนย์ข่าวภาคใต้ เรียบเรียง

 

ที่มา Thai PBS ศูนย์ข่าวภาคใต้

 

รับชม วีดีโอสัมภาษณ์ คลิ๊ก ที่นี่

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เนื้อหา

แถลงการณ์เครือข่ายสถาบันวิชาการสันติศึกษา องค์กรด้านสันติภาพและสิทธิมนุษยชน ต่อกรณีปัญหาความขัดแย้งและเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา

“ขอรัฐบาลทั้งสองเคารพข้อตกลงหยุดยิง เพื่อใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง เรียกร้องให้มีตัวกลางทางการทูตเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสและไม่เลือกข้าง วอนประชาชนทั้งสองประเทศหยุดการประนามเหมารวมและสื่อสารความเกลียดชังต่อกัน และฝากความหวังให้สื่อยึดหลักความรับผิดชอบทางวิชาชีพ ไม่ส่งต่อข่าวลวงและการโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อเป็นพื้นที่การสื่อสารที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์”
----------------------------------------------

จากการประชุมร่วมไทย-กัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ที่ทั้งสองฝ่ายได้มีความเห็นพ้องให้มีการหยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข เครือข่ายสถาบันวิชาการสันติศึกษา องค์กรด้านสันติภาพและสิทธิมนุษยชน ขอสนับสนุนความพยายามของทั้งสองประเทศที่ได้ใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งรุนแรงที่เกิดขึ้นตลอดห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และเพื่อให้กระบวนการสร้างสันติภาพมีความยั่งยืน สถาบันและองค์กรในเครือข่ายจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลทั้งสองฝ่ายและผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. ขอให้รัฐบาลทั้งสองฝ่ายเคารพในข้อตกลงหยุดยิงที่ได้ทำกันไว้ ยุติการปะทะด้วยกำลังอาวุธ และใช้การเจรจาทางการทูตเป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน
การมี “ฝ่ายที่สาม” หรือ “ความร่วมมือแบบพหุภาคี” ไม่ว่าจะเป็นตัวกลางทางการทูต หรือผู้สังเกตการณ์ซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกัน จะเป็นกลไกที่ช่วยให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจและตรวจสอบได้ในกระบวนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และไม่เลือกข้าง เพื่อเปิดทางออกสู่การแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการไม่ใช้ความรุนแรงและแปรเปลี่ยนความขัดแย้งด้วยการประสานผลประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย

2. ขอให้รัฐบาลทั้งสองฝ่ายพึงรักษาความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดแก่ทุกฝ่าย ทั้งคู่เจรจาและประชาชน
ข้อตกลงในการหยุดยิงทันที จะต้อง “พิสูจน์ให้เห็นได้” จากการปฏิบัติจริงตามกระบวนการที่ยอมรับร่วมกัน และมีกระบวนการติดตามตรวจสอบผลการปฏิบัติที่เป็นจริง

3. เปิดพื้นที่การสื่อสารและสานความสัมพันธ์ของประชาชนทั้งสองประเทศ
ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาไม่ควรถูกลดทอนด้วยความขัดแย้งเฉพาะหน้า ความขัดแย้งทางการเมืองไม่ควรทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ ดังนั้น การเปิดพื้นที่การสื่อสารระหว่างประชาชน ทั้งผ่านสื่อ การศึกษา วัฒนธรรม และความร่วมมือภาคพลเมือง จะช่วยสกัดกั้นการแพร่กระจายของข้อมูลที่บิดเบือน เหมารวมและปลูกฝังความเกลียดชัง
ในฐานะเพื่อนบ้าน ประชาชนของทั้งสองประเทศมีประวัติศาสตร์ ความผูกพัน ความใกล้ชิด และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้น การมองกันในฐานะศัตรูจะบั่นทอนศักยภาพของความร่วมมือกันในอนาคต

4. ชดเชยเยียวยาผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงอย่างเหมาะสมและโดยเร็ว
ดำเนินการชดเชยเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง รวมถึงการฟื้นฟูผลกระทบทางด้านจิตใจ ด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม โดยมีกระบวนการที่โปร่งใสและครอบคลุม

5. ขอเรียกร้องให้สื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้วยความรับผิดชอบ ยึดหลักความถูกต้อง รอบด้าน และ เป็นธรรม เปิดพื้นที่การสื่อสารที่ปลอดภัย
สื่อพึงระมัดระวังการใช้ถ้อยคำที่เป็นการยั่วยุ เร้าอารมณ์หรือมีอคติ และขอให้สังคมใช้วุฒิภาวะในการรับฟังข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน ตระหนักและรู้เท่าทันข่าวสารและความคิดเห็นที่แฝงอคติหรือยั่วยุให้เกิดความเกลียดชัง เปิดพื้นที่การสื่อสารที่ปลอดภัยด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง เพื่อร่วมกันแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งด้วยวิถีทางแห่งสันติภาพ

ความขัดแย้งทำให้ผู้คนเชื่อว่า ไม่มีทางเลือกอื่นในการตอบโต้ความรุนแรงนอกจากการใช้ความรุนแรง แต่ประชาชนทั้งสองประเทศมีทางเลือกเสมอที่จะฝันถึงอนาคตที่จะอยู่อย่างเกื้อกูลกัน และสร้างความสมานฉันท์ได้
แน่นอนว่ากระบวนการสันติภาพนั้นอาจไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่เราก็คาดหวังว่ารัฐบาลของทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันประคับประคองกระบวนการสันติภาพนี้ให้บรรลุผล และขอยืนยันอีกครั้งว่า สันติภาพมิใช่เป็นเพียงเป้าหมายเท่านั้น หากแต่เป็นกระบวนการที่ต้องร่วมกันลงมือทำด้วยตั้งแต่วันนี้

ด้วยความเคารพต่อทุกชีวิตและความหวังในสันติภาพ
เครือข่ายสถาบันวิชาการสันติศึกษา องค์กรด้านสันติภาพและสิทธิมนุษยชน
วันที่ 29 กรกฎาคม 2568

เครือข่ายสถาบันวิชาการสันติศึกษา องค์กรด้านสันติภาพและสิทธิมนุษยชน ประกอบด้วย
1. สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
2. สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
3. ศูนย์ข่าวสารสันติภาพ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
4. ศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
5. ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
6. ศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
7. เครือข่ายเพื่อนรักต่างศาสนาเพื่อสันติภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล
8. มูลนิธิความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ (PRC)
9. สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)
10. สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.)
11. มูลนิธิสันติภาพและวัฒนธรรม
12. มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.)
13. สมาคมเพื่อสันติภาพและการพัฒนา
14. มูลนิธิวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย
15. มูลนิธิการศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองไทย (Thai Civic Education)
16. เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ
17. มูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุขและสันติ
18. เสมสิกขาลัย (Spirit in Education Movement: SEM)
19. สภาประชาสังคมชายแดนใต้
20. สมาคมประชาสังคมนราธิวาส
21. สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา
22. วิทยาลัยประชาชน
23. สมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน
24. สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
25.
สมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 
26. ผศ.ดร.อัมพร หมาดเด็น คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
27. วิลาสินี โสภาพล นักวิจัย Centre of Excellence for the Elimination of Violence against Women (CEVAW), Griffith University, Australia
28. ไฟโรส อยู่เป็นสุข ประธานมูลนิธิโรงเรียนศาสนูปถัมภ์
29. หลักสูตรนักธุรกิจไทย-ตะวันออกกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
30. สถาบันพัฒนาธุรกิจการค้าแห่งมหาวิทยาลัยเกริก
31. สมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
32. มูลนิธิเพื่อเอสเอ็มอีไทย
33. บริษัท เอฟวายพีกรุ๊ปเซอร์วิส จำกัด
34. บริษัท เดเสร์ทฮอริซอน จำกัด
35. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
36. ศูนย์วิจัยผู้หญิงและความมั่นคงทางสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ ดร.นอร์เบิร์ต โรเปอร์ส อดีตผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้จุดประกายความรู้และร่วมสร้างพื้นที่กลางเพื่อสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดห้วงเวลากว่าทศวรรษ “พื้นที่กลางสร้างสันติภาพจากคนใน” (Insider Peacebuilders Platform - IPP)

We mourn the loss of Norbert Ropers, whose unwavering dedication to peace in the Deep South of Thailand inspired many. May his spirit of compassion continue to guide us in our pursuit of peace and harmony. ” เขียนคำอาลัย โดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สถาบันสันติศึกษา หารือแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและบริการวิชาการกับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนราธิวาส พร้อมแนะนำหลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-degree) “การจัดการความขัดแย้ง : เครื่องมือและการประยุกต์ใช้” รุ่นที่ 4

…………….

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดนราธิวาส ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาความขัดแย้งและสันติศึกษา และ ผศ.ดร.จิราภรณ์ เรืองยิ่ง อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา ร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและการบริการวิชาการ กับ นายดารุณ จางวาง ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนราธิวาส คณะบุคลากรในสถานพินิจฯ โดยมีตัวแทนจากกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรมร่วมหารือด้วย

ในโอกาสนี้ ผศ.ดร.จิราภรณ์ เรืองยิ่ง ได้นำเสนอผลการวิจัยที่ผ่านมาในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ เพื่อเตรียมความพร้อมการกลับคืนสู่ชุมชนในบริบทจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสนอแนวทางการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะการปฏิบัติงานของบุคลากรในสถานพินิจฯ ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและบริบทพื้นที่ ในด้านการจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์แก่เยาวชน การเสริมสร้างทักษะทางวัฒนธรรมแก่เยาวชน การเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงของเด็กและเยาวชนในชุมชน โดยจะมีการประสานความร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในโอกาสต่อไป

การร่วมหารือในครั้งนี้ถือเป็นการเสริมสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และสนับสนุนบุคลากรเข้าศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-degree) “การจัดการความขัดแย้ง : เครื่องมือและการประยุกต์ใช้” ที่กำลังเปิดรับสมัครอยู่ในขณะนี้ จนถึง 15 เมษายน 2568

ดูรายละเอียดหลักสูตรและสมัครได้ ที่นี่ 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

🎊สวัสดีปีใหม่ 2568🎊

ขอเชิญทุกท่านรับชมคลิปวิดีโอ 🌟 สวัสดีปีใหม่ 2568 จากใจสถาบันสันติศึกษา 🌟 และขอให้ปี 2568 นี้ เปี่ยมไปด้วยความหวัง สันติภาพ และเป็นปีแห่งความมั่นคงงอกงามสำหรับทุกคน

 

ด้วยความปรารถนาดี

สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ❤️

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา รับการประเมินคุณภาพภายในระดับหลักสูตรตามเกณฑ์ AUN QA (Version 4.0) รูปแบบ Site Visit ประจำปีการศึกษา 2566

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม 2567 ณ ห้องประชุมสันติธรรม สถาบันสันติศึกษา และผ่านระบบ Zoom Meeting ตลอดการประเมินได้รับเกียรติจาก ดร.อภิวัฒน์ อายุสุข ประธานกรรมการ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ซัมซู สาอุ กรรมการประเมิน ที่ได้ให้ข้อเสนอแนะและแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานของหลักสูตรที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ขอขอบคุณผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ตัวแทนนักศึกษาปัจจุบัน ศิษย์เก่า และผู้ใช้บัณฑิตทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล สะท้อนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นต่อไป

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ขอแสดงความยินดีกับ
อาจารย์ธรรมศาสตร์ โสตถิพันธ์ุ อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา
ในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา

ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2567 เป็นต้นไป