เอกรินทร์ ต่วนศิริ

ประเภทเนื้อหา
เนื้อหา

Publication: การเมืองการเลือกตั้งของนักการเมืองท้องถิ่นชายแดนใต้ท่ามกลางบริบทความรุนแรง

วารสาร:

  • วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • ปีที่ 31 ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน 2563

ปีที่พิมพ์:

  • 2563

ผู้เขียน:

  • เอกรินทร์ ต่วนศิริ

รายละเอียด:

บทคัดย่อ

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษาพฤติกรรมทางการเมืองของนักการเมืองในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ท่ามกลางบริบทความรุนแรง โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย 1) เพื่อศึกษาบทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นท่ามกลางบริบทความรุนแรง 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมและลักษณะการหาเสียงของนักการเมืองท้องถิ่น 3) เพื่อศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่กับการเมืองการเลือกตั้งและบทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระเบียบวิธีการวิจัยเป็นการศึกษาโดยอาศัยการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) โดยมีการรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (in-dept interview)  จากการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบลูกโซ่ (snowball sampling) ซึ่งเป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยอาศัยการแนะนำของผู้ให้สัมภาษณ์ไปเรื่อยๆ และการค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งจากเอกสาร งานวิชาการ และบทความออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง

ผลงานวิจัยภาพรวมพบว่า พฤติกรรมทางการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่มีรูปแบบเดียวกับนักการเมืองท้องถิ่นทั่วไปในประเทศไทย กล่าวคือมีการผูกโยงกับการซื้อเสียงและเครือข่ายอุปถัมภ์ของนักการเมืองระดับชาติได้ลงสู่การเมืองระดับท้องถิ่นอย่างเหนียวแน่น

หากทว่าการเมืองในพื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเฉพาะที่อิงกับกลุ่มศาสนา และพบว่ารูปแบบการหาเสียงและพฤติกรรมการเลือกตั้งของนักการเมืองและชาวบ้านในหลายพื้นที่ก็มีพื้นที่ต่อรองทางด้านความเชื่อศาสนา

นอกจากนี้ ลักษณะเฉพาะในพื้นที่ พฤติกรรมการเลือกตั้งก็ยังคงยึดกับตัวบุคคลเป็นหลัก ประกอบกับการที่ไม่มีพรรคการเมืองใดผูกขาดการเมืองในพื้นที่ได้ และแม้ว่าความรุนแรงในช่วงการเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่ได้มีการสอบสวนสืบสวนเพราะถูกอธิบายเหมารวมด้วยสถานการณ์ความรุนแรงระหว่างรัฐกับกลุ่มขบวนการติดอาวุธ

คำสำคัญ: นักการเมืองท้องถิ่น, สามจังหวัดชายแดนภาคใต้, ความรุนแรงในการเลือกตั้ง, การเลือกตั้งท้องถิ่น

Abstract

This research is to study the political behaviour of politicians in local elections in the southern border provinces amid the violent context.  The objectives of the research project are 1) to study the role of local politicians in the context of violence, 2) to study behaviour and campaign characteristics of local politicians, and 3) to analyse the relationship between the unrest situation in the area, electoral politics, and the roles of local politicians in the three southern border provinces. It employs a qualitative methodology. In-dept interview method; with snowball sampling which is a sample selection by using the advice of interviewers, is used to collect data together with secondary research on academic papers and related online articles.

The research finds that the behaviors of local politicians in the three southern border provinces are similar to those of local politicians in other regions of Thailand. Local elections mostly rely on vote-buying and patronage system overseen by national-level politicians; and such system are also deep-rooted in the local politics.

However, local politics in this region is particularly adhered to religious groups. It can be seen through the political behaviour of the local politicians and people during the political canvass that spaces for dialogues and negotiations on religious-related issues emerged in several areas.

Furthermore, it is specific to this region that electoral behaviours rely highly on individuals due to the lack of monopolized power by any political parties.  Several violent incidents occurring continuously throughout electoral-related periods were left unexplained and not properly investigated because they were mostly assumed as violence between the state and armed groups.

Keywords: local politicians, southern border provinces of Thailand, electoral violence, local election

เว็บที่เกี่ยวข้อง:

  • https://journal.oas.psu.ac.th/index.php/asj/article/view/1458

ดาวน์โหลดเอกสาร:

  • https://drive.google.com/file/d/1pLu8SIJROrSUVMlBOMFtwmO9_V0BUBJk/view
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

บทบาทนักการเมืองระดับท้องถิ่นในเขตพื้นที่ความรุนแรงของจังหวัดชายแดนภาคใต้

บทคัดย่อ

พฤติกรรมของนักการเมืองในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนใต้ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้บริบทของสถานการณ์ความไม่สงบที่ต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษมีลักษณะโดยรวมในเชิงมหภาคเช่นเดียวกับส่วนอื่นในประเทศไทยคือมีการผูกโยงกับการซื้อเสียงและเครือข่ายอุปถัมภ์ของนักการเมืองระดับชาติที่หยั่งรากลึกลงสู่การเมืองระดับท้องถิ่นอย่างเหนียวแน่น อย่างไรก็ดี การดำรงอยู่ของสองสิ่งนี้ก็มีความซับซ้อนและไม่ได้สะท้อนถึงความล้าหลังทางการเมืองในพื้นที่อย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ แม้การเมืองในพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีลักษณะอิงกับศาสนา แต่รูปแบบการหาเสียงและพฤติกรรมการเลือกตั้งของนักการเมืองและชาวบ้านในหลายพื้นที่ก็ยังแฝงลักษณะความเป็นพหุวัฒนธรรม และแม้ชาวบ้านในพื้นที่จะมีพัฒนาการทางการเมืองสูงขึ้นแต่การเมืองในพื้นที่ก็ยังคงมีลักษณะผูกโยงกับตัวบุคคล ประกอบกับการที่ไม่มีพรรคการเมืองใดผูกขาดการเมืองในพื้นที่ได้ ทำให้เกิดความรุนแรงในการเลือกตั้งอยู่บ่อยครั้ง ความรุนแรงในการเลือกตั้งมีความสัมพันธ์กับสถานการณ์ความไม่สงบอย่างสลับซับซ้อน ความรุนแรงจากสถานการณ์ความไม่สงบได้บดบังความรุนแรงในการเลือกตั้งจนแทบจะมองไม่เห็น และส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการเลือกตั้งของชาวบ้านและนักการเมืองในพื้นที่ ในบางพื้นที่สถาบันการเลือกตั้งถูกใช้เป็นเครื่องมือของขบวนการในการขึ้นสู่อำนาจและใช้อำนาจที่ได้จากตำแหน่งนั้นเอื้อประโยชน์ให้กับการเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์ สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเลือกตั้งในพื้นที่ของประชาชนบางส่วนและจากหน่วยงานของรัฐ จนกระทั่งในบางพื้นที่ตำรวจต้องมีมาตรการวิสามัญอย่างไม่เป็นทางการต่อนักการเมืองท้องถิ่นเหล่านี้

ภายใต้บริบทความรุนแรงความแตกต่างทางชาติพันธุ์ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดบทบาทของนักการเมืองท้องถิ่น นักการเมืองมุสลิมต้องเผชิญกับปัญหาและสถานการณ์ที่ยากจะจัดการกว่านักการเมืองพุทธ เนื่องจากสถานภาพของนักการเมืองทั้งสองฝ่ายที่แตกต่างกัน ความชอบธรรมที่บกพร่องของรัฐชาติไทยในความสัมพันธ์กับคนมุสลิมทำให้นักการเมืองมุสลิมต้องตกอยู่ในสภาวะอันย้อนแย้งที่จะต้องจัดการกับความหวาดระแวงไม่ไว้ใจของรัฐไทยไปพร้อม ๆ กับการเป็นปากเสียงและปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประชาชนมุสลิมที่มองว่าตนเองถูกกดขี่ ในทางกลับกันความเป็นรัฐชาติไทยกลับมีความชอบธรรมอย่างเต็มเปี่ยมในมุมมองคนพุทธและทำให้นักการเมืองพุทธไม่ต้องเผชิญกับสภาวะข้างต้นและด้วยหน้าที่ของนักการเมืองมุสลิมที่ต้องเป็นตัวแทนหรือเป็นผู้ปกครองในชุมชนซึ่งมิอาจทราบได้ว่าสมาชิกในชุมชนนั้นสังกัดฟากฝั่งใด ขณะที่การปฏิบัติการของฝ่ายความมั่นคงก็ส่งผลกระทบในทางลบต่อชุมชนและชาวบ้านของพวกเขาอยู่เสมอ สถานการณ์เช่นนี้บีบบังคับให้พวกเขาจำเป็นต้องดำเนินความสัมพันธ์กับรัฐไทยและฝ่ายความมั่นคงแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ เพื่อรักษาความไว้วางใจต่อลูกบ้านมุสลิมเพื่อรักษาสถานภาพทางอำนาจและความปลอดภัยในชีวิตซึ่งทำให้พวกเขากลายเป็นบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจของรัฐมากขึ้นไปอีก แม้จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแต่นักการเมืองท้องถิ่นในบางคนก็สามารถบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ให้เบาบางลงได้ผ่านการจัดกิจกรรมสานความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกพุทธและมุสลิมในชุมชน และการเปลี่ยนชุมชนให้กลายเป็นชุมชนเปิด ความสำเร็จดังกล่าวมาพร้อมกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่ลดลง

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญอย่างสลับซับซ้อน ทั้งในกระบวนการได้มาซึ่งอำนาจผ่านการเลือกตั้งและกระบวนการใช้อำนาจและการรักษาไว้ซึ่งอำนาจผ่านการปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขา ด้วยภาระหน้าที่และสถานการณ์ที่ต้องเผชิญที่ยากจะจัดการโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักการเมืองมุสลิมทำให้นักการเมืองท้องถิ่นเหล่านี้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงได้อย่างง่ายดาย