Fundamental Fund ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

 

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดีมหาวิยาลัยราชภัฏยะลา เป็นประธานเปิดกิจกรรม OPEN HOUSE โรงเรียนสาธิต สู่ความเป็นต้นกล้าสันติภาพ โดยความร่วมมือของหลักสูตรคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการวิจัยกัลยาณมิตรในพื้นที่  

ผศ.ดร.จิรภรณ์ มั่นเศรษฐวิทย์ อาจารย์หลักสูตรปฐมวัย คณะครุศาตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา หัวหน้าโครงการวิจัยกล่าวว่า โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาต้นแบบนโยบายการศึกษาบนฐานกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเชิงสันติภาพที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นโครงการวิจัยย่อยที่ 3 ภายใต้ชุดโครงการวิจัย "การพัฒนาองค์ความรู้และต้นแบบนโยบายบูรณาการด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สันติภาพ และยุติธรรม เพื่อสร้างสมานฉันท์และการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้" โดยมี ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี เป็นหัวหน้าชุดโครงการวิจัย นับเป็นการวิจัยและพัฒนาที่เกิดขึ้นในความร่วมมือระหว่างสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

ภายในงานประกอบด้วยการแสดงความสามารถของนักเรียน เช่น การแสดงรักกันไว้เถิด ระบำตารีกีปัส การจัดนิทรรศการแสดงผลงาน การมอบเกียรติบัตรให้กับหนูน้อยนักสันติภาพ โดยคัดเลือกจากเด็กนักเรียนที่ให้ความร่วมมือเข้าเรียนออนไลน์ และมอบเกียรติบัตรให้คุณครู ตลอดจนมีการเสวนาหัวข้อ สันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเริ่มที่เด็กปฐมวัย โดยงานดังกล่าวนี้ถือเป็นการปิดโครงการย่อยที่ 3 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ดร.พระโสภณ ธรรมมุนี เจ้าอาวาสวัดนิโรธสังฆาราม หนึ่งในวิทยากรร่วมเสวนาได้กล่าวถึงเรื่องราวการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายว่า ครูเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคนจากที่ไม่รู้ให้รู้ มองการณ์ไกล  เป็นแบบอย่างให้กับเด็ก  ให้เด็กรู้จักรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม รักตัวเองและไม่เบียดเบียนผู้อื่น

ด้าน ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี มองในเรื่องของคำนิยาม “สันติภาพ” จากโครงการและนิทานที่ทุกคนที่รับชมไป จะเห็นได้ว่า นิทานแสดงให้เห็นว่าสันติภาพคือ การรักกัน ไม่เกลียดกันในความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นระหว่างสัตว์-สัตว์ สัตว์-คน ทั้งหมดเริ่มจากจิตใจที่สงบสุข รักผู้อื่น เห็นอกเห็นใจกัน

โดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ กล่าวเสริมว่า การเห็นอกเห็นใจกัน คือการเห็นคนอื่นสำคัญพอๆ กับที่เห็นตัวเอง เห็นว่าทุกคนเท่าเทียมกัน เป็นมนุษย์เหมือนกัน จากนิทานจะเห็นว่าการเจอกันครั้งแรกยังไม่คุ้นเคยกัน ไม่รู้จักกัน พอได้ทำความรู้จักก็จะเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกัน จากโครงการนี้จะเห็นในมุมที่เด็กมีสมาธิ และกล้าแสดงออก ซึ่งไม่ใช่สันติภาพในมุมของความเป็นวิชาการหรือเป็นเรื่องการเมืองอย่างที่มองๆกัน แต่เป็นในมุมของ Peaceful mind  เป็นสันติภาพจากภายในจิตใจที่เริ่มจากเด็ก

ส่วน ผศ.ดร.จิรภรณ์ มั่นเศรษฐวิทย์ มองว่าโครงการนี้ในสถานการณ์โควิด สำเร็จได้เพราะมีผู้ปกครองและผู้บริหารให้ความช่วยเหลือ โดยหากโรงเรียนสามารถนำไปต่อยอดได้ก็จะเป็นความสำเร็จสูงสุดของโครงการนี้

ผศ.ดร.กฤษฎา กุณฑล จากคณะครุศาสตร์ ชื่นชมในการทำงานของ ผศ.ดร..จิรภรณ์ และผู้บริหารโรงเรียนที่ยอมรับแนวคิดนี้เพื่อทดลองใช้ในโรงเรียนของตัวเอง และคุณครูที่ทุ่มเทเวลาและตั้งใจทำการเรียนการสอน ผลิตสื่อการสอนในสถานการณ์แบบนี้

ทางด้าน รศ.ดร.ศิษฎ์ธวัช มั่นเศรษฐวิทย์ จากคณะวิทยาการจัดการ และนักวิจัยร่วมในโครงการวิจัย กล่าวถึงตนเองที่ทำงานในสายของการจัดการ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าจะเกิดสันติภาพในเด็กได้อย่างไร จนกระทั่งมาเห็นกิจกรรมที่ทำเด็กเกิดสันติภาพในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำสมาธิ การออกกำลังกาย การแบ่งปัน ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานที่ดีให้กับเด็ก

ผศ.ดร.มูหัมมัดตอลาล แกมะ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิต ม.ราชภัฎยะลา เชื่อว่าสันติภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนโหยหาย แต่ก่อนจะมีสันติภาพเราต้องมีสันติสุขก่อน เพื่อจะได้เป็นสันติภาพที่ยั่งยืน คือ ต้องมีความสุขก่อน  ความสุขจะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

ด้าน อ.อรวรรณ เรืองหิรัญ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเบตง มองว่าการศึกษาเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศชาติ โครงการนี้สามารถตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ สอนให้เห็นถึงการดำเนินชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรมที่หลากหลาย เข้าใจบริบทพื้นที่/ศาสนา อยากให้มีการต่อยอดหลักสูตรในหลักสูตรแกนกลาง

อ.วรัญญา เฟื่องฟูขจร ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลปาดังเบซาร์ กล่าวว่า โครงการนี้เห็นถึงการที่ครูเป็นแบบอย่าง สร้างความสุขให้ตัวเองผ่านการสอน แล้วเด็กจะเห็นเอง และขอรูปแบบการเรียนการสอนอันนี้ไปใช้ คือ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ว่าจะเป็นระหว่างครูกับครู ครูกับผู้ปกครอง ครูกับเด็ก การรู้จักตัวตนของเรา รู้ถึงความแตกต่างและการยอมรับ โดยอยากให้โครงการนี้มีการต่อยอดในระดับมัธยม/อุดมศึกษา

อ.สาวิตรี แก้วจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเกาะแลหนัง กล่าวว่า โครงการนี้ทำให้เห็นว่าเด็กเข้าใจตนเองมากขึ้น เข้าใจธรรมชาติของความแตกต่าง อยู่ร่วมกับเพื่อนในห้องเรียน ครูในโรงเรียน และผู้ปกครองได้

อ.มารีน่า สะนี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านศรีท่าน้ำ มองว่าโครงการนี้ทำให้เห็นการมีส่วนร่วมระหว่างครูกับผู้ปกครอง เห็นความมุ่งมั่นในการผลิตสื่อ/หลักสูตรของโครงการ

ด้านตัวแทนผู้ปกครอง มองถึงเรื่องประโยชน์จากโครงการ/หลักสูตรนี้ในหลายๆ ด้าน เช่น มีการสอนเรื่องการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่าง เป็นการปูพื้นฐาน หรือการที่เด็กรู้จักการจัดการอารมณ์ตนเอง มีเหตุผล รู้จักคุณค่าของตนเองและผู้อื่น เรียนรู้และต่อยอดการเรียนรู้ รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อออกไปข้างนอกในสถานการณ์โควิดไม่ว่าจะเป็นการล้างมือหรือสวมแมสก์ตลอดเวลา การรู้จักสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยผู้ปกครองได้ชื่นชมครูผู้สอนที่สามารถทำกิจกรรมได้ครบ ในส่วนของข้อจำกัดก็พบบ้าง อาทิ สัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่ค่อยดี ผู้ปกครองที่ไม่มีเวลาเรียนกับลูก อาจทำให้ลูกเล่นเกมส์แทนที่จะตั้งใจเรียน

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี กล่าวทิ้งท้ายถึงโครงการวิจัยดังกล่าวนี้ว่าถือเป็นการปูพื้นฐานให้กับเด็กปฐมวัยเพื่อให้เกิดสันติภาพ เป็นการสร้างงานเพื่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนอนุบาลเบตง (สุภาพอนุสรณ์) อ.เบตง จ.ยะลา โครงการวิจัยพัฒนาต้นแบบนโยบายกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเชิงสันติภาพที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้ชุดโครงการวิจัย พัฒนาองค์ความรู้และต้นแบบนโยบายบูรณาการด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สันติภาพ และยุติธรรม เพื่อสร้างสมานฉันท์และการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้จัดกิจกรรมการมอบเกียรติบัตรแด่โรงเรียนอนุบาลเบตง (สุภาพอนุสรณ์) ที่ได้รับการรับรองให้เป็นหน่วยปฏิบัติการวิจัยต้นแบบ นำหลักสูตรสันติศึกษาระดับปฐมวัยและรูปแบบ PEACE ไปใช้กับเด็กปฐมวัย ได้ประสบผลสำเร็จในระดับ “ดีเยี่ยม” พร้อมด้วยรางวัลครูปฐมวัยนักสันติภาพต้นแบบ ได้แก่ คุณอัสมา แมเราะ และคุณลัดดา ดือราแม นอกจากนี้ยังมีการเสวนาในประเด็นที่เกี่ยวข้อง มีการแสดงความสามารถของนักเรียน และมีการจัดนิทรรศการสันติภาพผลงานจากนักเรียนปฐมวัย โดยมี รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง ตัวแทนเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน ตัวแทนคุณครู ตัวแทนผู้ปกครอง นักเรียนในระดับปฐมวัยเข้าร่วมในกิจกรรมในครั้งนี้

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี หัวหน้าชุดโครงการวิจัยฯ ได้กล่าวถึงความสำคัญของโครงการวิจัยดังกล่าวนี้ โดยถือว่าโครงการวิจัยเป็นการบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาปัญหาจังหวัดชายแดนใต้อย่างยั่งยืน โครงการวิจัยได้ให้ความสำคัญกับการสร้างสันติภาพในเด็กปฐมวัย โดยที่มาที่ไป ตนเองเคยที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของหัวหน้าโครงการวิจัยสมัยเรียนปริญญาเอก ซึ่งเมื่อ ผศ.ดร. จิรภรณ์ มั่นเศรษฐวิทย์ ได้ต่อยอดมาเป็นโครงการวิจัย ตนเองก็ได้คลุกคลีกับงานพัฒนาสันติภาพ/สันติสุขในแง่ของงานปฐมศึกษาและสันติศึกษา ถือเป็นก้าวใหม่ของการสร้างสันติภาพในเด็กปฐมวัย

ผศ.ดร. จิรภรณ์ มั่นเศรษฐวิทย์ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า โครงการวิจัยเริ่มจากที่ตนเองตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้เกิดสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านกระบวนการด้านการศึกษา โดยเริ่มที่เด็กปฐมวัย ซึ่งเราจะไม่พูดเรื่องสงครามกับเด็ก ทว่าจะเน้นสันติภาพที่เกิดขึ้นได้จริง ประเมิน 5 ด้าน การมีสมาธิ การอยู่ร่วมกันในความหลากหลาย (สังคมพหุวัฒนธรรม) อยู่ร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำรงชีวิตในวิถีชีวิตใหม่ (new normal) การแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี

รศ.ดร.ศิษฎ์ธวัช มั่นเศรษฐวิทย์ นักวิจัยร่วมในโครงการวิจัย กล่าวว่า ความพร้อมของโรงเรียนอนุบาลเบตง เริ่มต้นจากผู้บริหารให้การสนับสนุนโครงการ คณะครูทุ่มเทเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการสอนออนไลน์ ผู้ปกครองให้คำแนะนำ/เรียนรู้ไปกับลูก เริ่มต้นจากสันติภาพในตัวเอง การฝึกสมาธิ จิตสาธารณะ ช่วยเหลือครอบครัว สันติภาพต่อสังคม ช่วยเหลืองานสังคม สิ่งแวดล้อม การเก็บขยะ

ด้าน อ.อรวรรณ  เรืองหิรัญ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเบตง กล่าวว่า แนวทางการขับเคลื่อนในสถานศึกษานั้น หัวใจสำคัญคือผู้ปกครอง คุณครู เด็กๆ  เริ่มด้วยประขุมบุคลากร ผู้ปกครอง ศึกษางานวิจัย ต้องดำเนินการอย่างไร วิเคราะห์ปัจจัยภายใน-ภายนอก เชิญบุคลากรสำนักงานเขต สร้างวิสัยทัศน์ พันธกิจ ในการขับเคลื่อนงานนี้ ทำ MOU คิดหลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ 7 หน่วย (7 กิจกรรม) วิเคราะห์การเรียนการสอน (ปัญหา และการแก้ไข) บ้านเป็นหัวใจสำคัญสุดในการขับเคลื่อนหลักสูตรในวิถีใหม่ ร่วมคิดในการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมทำ (ครู ผู้ปกครอง) ร่วมกันแก้ปัญหา (ระดมความคิด ช่วยกันแก้ปัญหา) เสริมทักษะชีวิต สร้างนวัตกรรมสื่อร่วมกัน และตอบยุทธศาสตร์ชาติ

คุณขนิษฐา ลีเมาะ ตัวแทนผู้ปกครองนักเรียน ได้ให้ความคิดเห็นในการนำหลักสูตรสันติศึกษามาพัฒนาเด็ก ว่าเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ช่วงโควิดเรียนออนไลนที่บ้าน แจ้งความจำนงค์ขอเข้าร่วมหลักสูตร ทำให้ครู ผู้ปกครองเด็ก มีปฏิสัมพันธ์ เหมาะกับสังคมพหุวัฒนธรรม การทำชิ้นงานช่วยกันทำทั้งครอบครัว เช่น ชิ้นงานใบไม้ร่วงหล่น ช่วยกันเก็บใบไม้ ช่วยกันคิด/ประดิษฐ์ ภูมิใจที่มีโอกาสเป็นผู้ช่วยคุณครู โดยก่อนหน้านี้ ลูกจะซนมากๆ แต่กิจกรรมทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ มีกิจกรรมทำ เช่น การทำสมาธิ การทำชิ้นงาน

ด้าน คุณสุชาติ เอกประชา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายะลาเขต 3 กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือของโรงเรียนกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา การใช้พื้นที่เป็นฐาน การทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากกว่าทำงานคนเดียว การขับเคลื่อนโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นเครือข่าย การใช้สื่อออนไลน์ ผู้ปกครองมีส่วนร่วม ครู

ส่วนครูพิชญา พิทยาเกษม กล่าวในมุมมองของผู้ปฏิบัติในการเอาหลักสูตรไปใช้ในการเรียนการสอน โดยได้ขอบคุณผู้ปกครอง ที่ช่วยในเรื่องการสื่อสารกับผู้ปกครองเพื่อทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ตลอดจนผู้ปกครองที่คอยสนับสนุนส่งเสริมการนำไปปฏิบัติ ถ่ายคลิปพูดถึงความประทับใจต่อผลงานตัวเอง

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม 2564 สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษาได้จัดการประชุม หัวข้อ ทิศทางการวิจัยด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับยุทธศาสตร์การวิจัยของประเทศณ ห้องประชุมสถาบันสันติศึกษา และการประชุมออนไลน์ผ่านระบบ ZOOM โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสถาบันสันติศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสถาบันสันติศึกษา และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา ร่วมนำวงพูดคุยแลกเปลี่ยน มีผู้บริหารและคณาจารย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากหลากหลายคณะและหน่วยงานเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยน

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 นักวิจัยสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมนำเสนอรายงานความก้าวหน้าการวิจัย โครงการวิจัยที่ได้รับทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม - ทุนงานวิจัยพื้นฐาน Fundamental Fund ประเภท Basic Research Fund ประจำปีงบประมาณ 2564 หรือ FF 64 กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ในรูปแบบออนไลน์ โดยมี 1 ชุดโครงการวิจัย และ 1 โครงการวิจัย ดังนี้

1. ชุดโครงการวิจัย ชื่อแผนงาน “การพัฒนาองค์ความรู้และตัวแบบนโยบายบูรณาการด้านเศรษฐกิจสังคม การศึกษา สันติภาพและยุติธรรมเพื่อสร้างสมานฉันท์และการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยมี ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี เป็นผู้อำนวยการแผนงานวิจัย มีโครงการวิจัยย่อย ดังนี้

          1.1 โครงการวิจัย เรื่อง บูรณาการความรู้และพัฒนาระบบข้อมูลนโยบายเศรษฐกิจสังคมและเหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อสร้างสมานฉันท์และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมี ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี เป็นหัวหน้าโครงการ

1.2. โครงการวิจัย เรื่อง การสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อนโยบายการแก้ปัญหาและพัฒนาในจังหวัดชายแดนใต้และการสำรวจความเห็นผู้มีส่วนได้เสียในการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ เป็นหัวหน้าโครงการ และ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี เป็นนักวิจัยร่วม

1.3. โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาองค์ความรู้บนฐานกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเชิงสันติภาพที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ผศ.ดร.จิรภรณ์ มั่นเศรษฐวิทย์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา เป็นหัวหน้าโครงการ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และ รศ.ดร.ศิษฎ์ธวัช มั่นเศรษฐวิทย์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เป็นนักวิจัยร่วม

1.4. โครงการวิจัย เรื่อง แนวคิดและตัวแบบนโยบายเพื่อการสื่อสารกระบวนการยุติธรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่านในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ เป็นหัวหน้าโครงการ และ ผศ.สุทธิศักดิ์ ดือเระ คณะวิทยาการอิสลาม เป็นนักวิจัยร่วม

1.5. โครงการวิจัย เรื่อง การศึกษากระบวนการการจัดทำงบประมาณบูรณาการการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ และบทบาทรัฐสภาในกระบวนการงบประมาณ ตั้งแต่ปี 2560-ปัจจุบัน โดยมี อ.ฟารีดา ปันจอร์ เป็นหัวหน้าโครงการ และนายรอมฎอน ปันจอร์ เป็นนักวิจัยร่วม

1.6. โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาตัวแบบนโยบายด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ของเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ผ่านกรณีศึกษาชุมชนในอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี โดยมี นายอิมรอน ซาเหาะ เป็นหัวหน้าโครงการ และ ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ คณะรัฐศาสตร์ เป็นนักวิจัยร่วม

 

2. โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาศักยภาพพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน จังหวัดนราธิวาสสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนใต้      โดยมี นายอิมรอน ซาเหาะ เป็นหัวหน้าโครงการ และ ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ คณะรัฐศาสตร์ เป็นนักวิจัยร่วม

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วันนี้ (18 ก.พ. 2564) ที่ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อ.เมือง จ.ยะลา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ลงนาม MOU โครงการวิจัยพัฒนาต้นแบบนโยบายกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเชิงสันติภาพ ที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้โครงการวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้และต้นแบบนโยบายบูรณาการด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สันติภาพ และยุติธรรม เพื่อสร้างสมานฉันท์และการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม - ทุนงานวิจัยพื้นฐาน (FF) ปีงบประมาณ  2564 โดยมี รศ.ดร. บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา พร้อมด้วย ผศ.ดร. รุ้งลาวัณย์ จันทรัตนา คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา  ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี หัวหน้าชุดโครงการวิจัยการพัฒนาองค์ความรู้และต้นแบบนโยบายบูรณาการด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สันติภาพ และยุติธรรม เพื่อสร้างสมานฉันท์และการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผศ.ดร. จิรภรณ์ มั่นเศรษฐวิทย์ หัวหน้าโครงการวิจัยย่อยที่ 3 โครงการวิจัยพัฒนาต้นแบบนโยบายกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเชิงสันติภาพที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้ลงนาม พร้อมกันนี้ได้ร่วมลงนามระดับเครือข่าย 16 หน่วยปฏิบัติการวิจัย ประกอบด้วย 13 โรงเรียน 3 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

โดยตัวแทนเครือข่าย 16 หน่วยปฏิบัติการวิจัย ประกอบด้วย จังหวัดยะลา จำนวน 9 แห่ง จังหวัดปัตตานี จำนวน 3 แห่ง จังหวัดนราธิวาส จำนวน 2 แห่ง และจังหวัดสงขลา จำนวน 2 แห่ง ดังนี้ 

จังหวัดยะลา 9 แห่ง ได้แก่ 1. ผศ.ดร.มูหัมมัดตอลาล แกมะ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 2. นางอรวรรณ เรืองหิรัญ  ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเบตง (สุภาพอนุสรณ์) อำเภอเบตง จังหวัดยะลา 3. นายสุหริ ทิพย์มณี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านด่านสันติราษฏร์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา 4. นายชนกนันท์ พะสุโร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจาเราะปะไต อำเภอเบตง  จังหวัดยะลา 5. นางพัชรี เจ๊ะและ ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๙๔ (บ้านบ่อน้ำร้อน) อำเภอเบตง จังหวัดยะลา  6. นางมารีน่า สะนี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านศรีท่าน้ำ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา 7. นางสาวไลลา สะมะแอ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหน้าถ้ำ (พุทธไสยานุสรณ์) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 8. นางสาว ฟารีด๊ะ รอแม ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลตำบลบาลอ อ.รามัน จังหวัดยะลา 9. นางรอฟีอา ประดู่  หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลบาลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา    

จังหวัดปัตตานี จำนวน 3 แห่ง ได้แก่  1. นางมาซีเตาะห์ สุหลง รองผู้อำนวยการ โรงเรียนส่งเสริมอิสลามศึกษา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี 2. นางสาว นายียะห์ เจะหะ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี 3. นางสาว เกศริน สาเมาะยูโสะ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กควนลังงา อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี 

จังหวัดนราธิวาส จำนวน 2 แห่ง ได้แก่  1. นางสาว สุพิศ มุสิกะชะนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเจ๊ะยอ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส 2.นางสาว รดี นฤมิตสุธน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกยามู อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

จังหวัดสงขลา จำนวน 2 แห่ง ได้แก่  1. นางวรัญญา เฟื่องฟูขจร ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลปาดังเบซาร์ ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา  2. นางสาว สาวิตรี แก้วจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเกาะแลหนัง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

นอกจากนี้ ในโครงการวิจัยดังกล่าวนี้ยังมีคณะทำงานอีก 3 ท่าน ประกอบไปด้วย รศ.ดร.ศิษฏ์ธวัช มั่นเศรษฐวิทย์ ในฐานะนักวิจัยร่วมในโครงการวิจัยดร.พระโสภณธรรมมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดยะลา เจ้าอาวาสวัดนิโรธสังฆาราม และ พันเอกชลัช ศรีวิเชียร ผู้ช่วยเลขานุการคณะประสานงานระดับพื้นที่ สำนักงานเลขานุการคณะประสานงานระดับพื้นทึ่ (สล.3) ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ที่ปรึกษาโครงการวิจัยฯ

ผศ.ดร.จิรภรณ์ มั่นเศรษฐวิทย์ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เพื่อพัฒนาสมรรถนะเชิงสันติภาพให้กับเด็กปฐมวัย ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ด้วยกระบวนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ในระดับโรงเรียนที่เปิดสอนระดับปฐมวัย และ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ด้วยการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาตั้งแต่ระดับผู้บริหารสถานศึกษา ครูปฐมวัย ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง เพื่อช่วยให้การพัฒนาสมรรถนะเชิงสันติภาพของเด็กปฐมวัย บรรลุตามจุดมุ่งหมายของการวิจัย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันสาขาการศึกษาปฐมวัย ซึ่งได้เปิดสอนรายวิชาในหลักสูตรปริญญาตรี 5 ปี โดยมีรายวิชา สันติศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ได้ดำเนินการมาแล้ว 5 ปี นักศึกษารุ่นปัจจุบัน ได้เรียนรู้การพัฒนาสันติภาพที่เริ่มต้นจาก สันติภาพในการดำรงตน ที่จะให้กายใจสุขสงบ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการฝึกหัดเด็กปฐมวัยให้มีความสมดุลกายใจ เพื่อเรียนรู้การอยู่กับตนเองอย่างสันติสุข การอยู่ร่วมกับผู้อื่นท่ามกลางความแตกต่างหลากหลาย การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การอยู่ในสังคมวิถีชีวิตใหม่ และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

26 มกราคม 2564 สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดประชุมรายงานความก้าวหน้าและวางแผนการดำเนินโครงการวิจัยภายใต้แผนงานวิจัย/ชุดโครงการ​วิจัย​ เรื่อง “การพัฒนาองค์ความรู้และตัวแบบนโยบายบูรณาการด้านเศรษฐกิจสังคม การศึกษา สันติภาพและยุติธรรมเพื่อสร้างสมานฉันท์และการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยมี ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี เป็นผู้อำนวยการแผนงานวิจัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม - ทุนงานวิจัยพื้นฐาน (FF) ปีงบประมาณ  2564

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดประชุมแผนงานวิจัย/ชุดโครงการ​วิจัย​ เรื่อง “การพัฒนาองค์ความรู้และตัวแบบนโยบายบูรณาการด้านเศรษฐกิจสังคม การศึกษา สันติภาพและยุติธรรมเพื่อสร้างสมานฉันท์และการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยมี ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี เป็นผู้อำนวยการแผนงานวิจัย ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม - ทุนงานวิจัยพื้นฐาน (FF) ปีงบประมาณ  2564 มีโครงการวิจัยย่อย 6 โครงการวิจัย ประกอบ​ด้วย

1. โครงการวิจัย เรื่อง บูรณาการความรู้และพัฒนาระบบข้อมูลนโยบายเศรษฐกิจสังคมและเหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อสร้างสมานฉันท์และการพัฒนาที่ยั่งยืน มี ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี เป็นหัวหน้าโครงการ

2. โครงการวิจัย เรื่อง การสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อนโยบายการแก้ปัญหาและพัฒนาในจังหวัดชายแดนใต้และการสำรวจความเห็นผู้มีส่วนได้เสียในการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มี ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ เป็นหัวหน้าโครงการ และ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี เป็น​นักวิจัย​ร่วม

3. โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาองค์ความรู้บนฐานกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเชิงสันติภาพที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มี ผศ.ดร.จิรภรณ์ มั่นเศรษฐวิทย์ เป็นหัวหน้าโครงการ พร้อม​ด้วย ผศ.ดร.ศรี​สมภพ​ จิตร​์​ภิรมย์​ศรี และ รศ.ดร.ศิษฎ์ธวัช มั่นเศรษฐวิทย์ เป็น​นักวิจัย​ร่วม​

4. โครงการวิจัย เรื่อง แนวคิดและตัวแบบนโยบายเพื่อการสื่อสารกระบวนการยุติธรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่านในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มี ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ เป็นหัวหน้าโครงการ และ ผศ.สุทธิศักดิ์​ ดือเระ เป็น​นักวิจัย​ร่วม​

5. โครงการวิจัย เรื่อง การศึกษากระบวนการการจัดทำงบประมาณบูรณาการการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ และบทบาทรัฐสภาในกระบวนการงบประมาณ ตั้งแต่ปี 2560-ปัจจุบัน มี อ.ฟารีดา ปันจอร์ เป็นหัวหน้าโครงการ

6. โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาตัวแบบนโยบายด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ของเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ผ่านกรณีศึกษาชุมชนในอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มี นายอิมรอน ซาเหาะ เป็นหัวหน้าโครงการ และ ดร.ยาสมิน ซัต​ตาร์​ เป็น​นักวิจัย​ร่วม

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วันที่ 12​ พฤศจิกายน​ 2563 สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดการประชุมแนวทางการจัดทำคำของบประมาณวิจัย Fundamental Fund ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ประจำปีงบประมาณ 2565 โดยมี ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ในฐานะผู้ประสานงานหลักในการจัดทำข้อเสนอการวิจัยเพื่อเสนอของบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นผู้นำเสนอภาพรวม​ของโครงการ​วิจัย​ที่ส่งข้อเสนอ​โครงการ​มาแล้วกว่า​ 33 แผนงาน​/โครงการ​ พร้อม​ตอบคำถาม​ ตลอด​จนนำวงพูดคุย​แลกเปลี่ยน​ โดยมีคณาจารย์และนักวิจัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม​แลกเปลี่ยน​ ณ ห้องประชุมปัตตานีภิรมย์​ชั้น 3 อาคารสำนักงานวิทยาเขตปัตตานี (ตึกเรือ)​ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี​ และประชุมผ่านโปรแกรม​ Zoom