Peace Survey

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เปิดข้อเสนอเชิงนโยบายจากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชายแดนใต้ (Peace Survey) ในห้วง 10 ปี จำนวน 10,582 ตัวอย่าง ประชาชนเรียกร้องทุกฝ่ายหยุดความรุนแรง – เร่งเดินหน้าพูดคุยสันติภาพ – สร้างพื้นที่ปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมอัล-อัยยูบีร์ คณะวิทยาการอิสลามนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยเครือข่ายวิชาการ Peace Survey ได้จัดงานนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการประมวลผลข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ครั้งที่ 1–7 โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรุณีวรรณ บัวเนี่ยว รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวต้อนรับและยืนยันถึงพันธกิจสำคัญด้านการคลี่คลายความขัดแย้งและสร้างสันติภาพซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์หลัก (Strategic Objective 4) ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานเปิดงานและได้ย้ำถึงความสำคัญของการนำผลการสำรวจความคิดเห็นฯ Peace Survey นี้มาใช้ในการผลักดันทางนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะตัวแทนเครือข่ายวิชาการ Peace Survey ได้นำเสนอสรุปสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่ปี 2547 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2568 ว่า มีเหตุการณ์ความไม่สงบจำนวน 23,191 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7,736 คน และผู้บาดเจ็บ 14,630 คน แม้ว่าแนวโน้มสถานการณ์ความไม่สงบจะลดลงอย่างเป็นระบบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ภายหลังจากมีกระบวนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุขระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐ แต่ก็ยังมีความแปรปรวน ระดับความถี่ของเหตุการณ์ได้สูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 ผศ.ดร.ศรีสมภพวิเคราะห์ว่า ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีลักษณะเป็น “ความยึดเยื้อ เรื้อรังและต่อเนื่อง”

ดังนั้น สถาบันทางวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคมทั้งในและนอกพื้นที่กว่า 25 องค์กรจึงได้ประสานความร่วมมือกันในนาม “เครือข่ายวิชาการ Peace Survey” เพื่อศึกษาวิจัยและสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อแนวทางการคลี่คลายความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพมาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน การสำรวจสันติภาพหรือ Peace Survey ได้ดำเนินการอย่างมาแล้ว 7 ครั้ง สอบถามความคิดเห็นของประชาชนกว่า 10,582 คน จนได้เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการวิเคราะห์และจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

8 ข้อเสนอที่สำคัญจากประชาชนในพื้นที่ ได้แก่

ข้อเสนอที่ 1      การลดความรุนแรงและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ข้อเสนอที่ 2      สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม

ข้อเสนอที่ 3     พัฒนาเศรษฐกิจบนฐานทุนทางสังคมและวัฒนธรรมของพื้นที่ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ข้อเสนอที่ 4      ส่งเสริมการเคารพสิทธิทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์

ข้อเสนอที่ 5     สานต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุขที่ครอบคลุมทุกฝ่าย และมีกลไกรับรองให้การพูดคุยฯ มีเสถียรภาพ

ข้อเสนอที่ 6      เพิ่มบทบาทของประชาชน สร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างครอบคลุมทุกฝ่าย

ข้อเสนอที่ 7      กระจายอำนาจการปกครองมากขึ้นให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของพื้นที่ 

ข้อเสนอที่ 8       พัฒนาและปรับปรุงกลไกการสื่อสาร เพื่อสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ประสานความเข้าใจระหว่างผู้คนต่างวัฒนธรรม/พื้นที่

ข้อมูลที่น่าสนใจจากการสำรวจครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดเมื่อปี 2566  พบว่า ประชาชนร้อยละ 70.1 สนับสนุนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุข และโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีความตื่นตัวในการแสดงความคิดเห็นและได้เสนอมาตรการเร่งด่วนที่ควรดำเนินการ เช่น การหลีกเลี่ยงการก่อเหตุความรุนแรงกับพลเรือน เจ้าหน้าที่พึงหลีกเลี่ยงการวิสามัญฆาตกรรมผู้มีความเห็นต่างจากรัฐที่ต่อสู้ในระหว่างปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น การเสริมศักยภาพของชุมชนในการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยของตนเองโดยปราศจากอาวุธ รวมไปถึงการตั้งคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่ายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ความรุนแรง รวมทั้งควรมีการพูดคุยถึงรูปแบบการเมืองการปกครองที่เหมาะสมในการจัดการท้องถิ่น

นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า ประชาชนต้องการพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกกลุ่มทั้งชาวพุทธและมุสลิม โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ตลาด ศาสนสถาน ร้านน้ำชา/ร้านอาหาร การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและเวทีสาธารณะ ในขณะที่พื้นที่ของรัฐ เช่น ด่านตรวจ สถานที่ราชการ การที่เจ้าหน้าที่มาเยี่ยมบ้าน หรือการอยู่ใกล้เจ้าหน้าที่รัฐที่มีอาวุธ ต้องไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าถูกคุกคาม สำหรับสถานการณ์ที่ประชาชนยังรู้สึกไม่ปลอดภัยคือการแสดงออกทางความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐหรือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หรือการวิจารณ์รัฐ และการชุมนุมในทางการเมืองโดยสงบ ซึ่งหากจะแก้ไขปัญหาความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจของประชาชน คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายจึงควรสร้างเชื่อมั่นและให้ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่ถูกคุกคาม

สำหรับข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในระยะยาวที่ประชาชน (ร้อยละ 26.5) โดยเฉพาะกลุ่มตัวอย่างในกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Gen Y) สนับสนุนและอยากให้เป็นอย่างนั้นมากที่สุด คือการแก้ปัญหาในทางการเมืองการปกครอง ด้วยการจัดการรูปแบบการปกครองแบบกระจายอำนาจมากขึ้นโดยโครงสร้างมีลักษณะแบบพิเศษที่สอดคล้องกับพื้นที่ภายใต้กรอบกฎหมายของไทย  

เครือข่ายวิชาการ Peace Survey นี้เป็นความร่วมมือของสถาบันวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคมทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีพันธกิจและบทบาทในการทำงานเพื่อสันติภาพและการพัฒนา ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันพระปกเกล้า มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธากัมปงตักวา มูลนิธิความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ และวิทยาลัยประชาชน และองค์กรอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 25 องค์กร

ดูประมวลภาพ คลิ๊ก ที่นี่

รับชมเทปบันทึกย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ทัศนะต่อการพูดคุยสันติภาพของชาวมลายูมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนใต้: ผลสำรวจจากโครงการ Peace Survey

โดย ฟารีดา ปันจอร์

กระบวนการสันติภาพเป็นกระบวนการทางสังคมและการเมืองในพื้นที่สาธารณะ ที่ต้องอาศัยการสนับสนุนจากประชาชนในวงกว้างอย่างเปิดเผย โดยประสบการณ์ความขัดแย้งในทุกที่ทุกแห่งในโลกชี้ให้เห็นว่า การสนับสนุนจากประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การแก้ปัญหาประสบความสำเร็จและมีความยั่งยืน การใช้เครื่องมือแบบสำรวจความคิดเห็น หรือที่เรียกว่า Peace Poll หรือ Peace Survey ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งในการช่วยให้ได้มาซึ่งเสียงความต้องการของประชาชนด้วยกระบวนการที่น่าเชื่อถือได้ในทางวิชาการ  การสำรวจครั้งนี้จัดทำโดยองค์กรวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคมในสามจังหวัดชายแดนใต้กว่า 24 องค์กร ซึ่งดำเนินการเป็นครั้งที่ 6 ระหว่างเดือน เมษายน – กรกฎาคม 2564 โดยรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจากการใช้แบบสอบถาม จำนวน 1,391 ตัวอย่าง ที่อาศัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอีก 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา คือ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย  ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม จำนวน 1,029 คน (ร้อยละ 78.5) และผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ จำนวน 281 คน (ร้อยละ 21.4) นอกจากนี้ยังมีการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนสันติภาพ จำนวน 80 คน จากผลสำรวจชาวพบว่ามลายูมุสลิมส่วนกว่า  828 คน (ร้อยละ 63.2) สนับสนุนการพูดคุย/เจรจาฯ แต่มีข้อสังเกตว่าแม้ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงเชื่อมั่นว่ากระบวนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุข ว่ายังคงเป็นกระบวนการหลักในการแก้ไขความขัดแย้ง อย่างไรก็ตามกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านกระบวนการสันติภาพมาอย่างยาวนานให้ความเห็นว่า แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะยังคงสนับสนุนกระบวนการพูดคุยในฐานะวิธีการ แต่ยังคงมีความไม่เชื่อมั่นด้วยเหตุผลต่างๆ เนื่องจากการการพูดคุยสันติภาพในปัจจุบันไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่มีการสื่อสารต่อประชาชนมากพอ  นอกจากนี้วิธีการการทำงานในฝ่ายของเจ้าหน้าที่รัฐเองที่ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งการขาดองค์กรหลักในการหนุนเสริมการพูดคุยที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งหมดสะท้อนถึงความไม่จริงจังของรัฐมากพอในการดำเนินการพูดคุยสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้ 

 

ที่มา เอกสารประกอบ งานประชุมวิชาการมุสลิมศึกษาระดับชาติครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านของสังคมมุสลิมในสังคมไทย ในรอบ 100 ปี”

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 4 – 5  มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม ซีเอส ปัตตานี เครือข่ายวิชาการ Peace Survey 23 องค์กร จัดกิจกรรมการอบรมการพัฒนาศักยภาพพนักงานสัมภาษณ์และการเตรียมความพร้อมการสำรวจภาคสนาม ภายใต้โครงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ {Peace Survey} ครั้งที่ 7

ภายในงานมีหลายกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น กิจกรรมการบรรยายพิเศษ เรื่อง "แนวคิดการสร้างสันติภาพและกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้" โดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี  สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เวทีเสวนาวิชาการว่าด้วยเรื่อง "เสียงประชาชน: ความสำคัญและบทบาทของโครงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้ " วิทยากรโดย อ.ชญานิษฐ์  พูลยรัตน์  คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คุณรักชาติ  สุวรรณ์  เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ชายแดนใต้ และ คุณฆอซาลี  อาแว  สถาบนสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินรายการโดย คุณอิมรอน  ซาเหาะ  สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เวทีเสวนาวิชาการว่าด้วยเรื่อง "หลักการและทักษะการเก็บข้อมูลภาคสนามและการสัมภาษณ์” วิทยากรโดย  ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ผศ.ดร.มะนะพียะ เมาตี สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และ อ.อับดุลการีม อัวมาแอ สถาบันอัสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ดำเนินรายการโดย คุณอิมรอน  ซาเหาะ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

การบรรยายวิชาการว่าด้วยเรื่อง "หลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์และขั้นตอนการปฏิบัติงานสำรวจภาคสนาม" วิทยากรโดย ผศ.ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดำเนินรายการโดย คุณวิลาสินี โสภาพล สำนักงานสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

การฝึกปฏิบัติการ หัวข้อ "การสัมภาษณ์โดยใช้แบบสอบถามและการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลเบื้องต้น" วิทยากรโดย อ.ชญานิษฐ์  พูลยรัตน์  คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ผศ.ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดำเนินรายการโดย คุณวิลาสินี โสภาพล สำนักงานสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

 

โดยไฮไลท์ของงานอยู่ที่กิจกรรมการแสดงบทบาทสมมติจำลองเหตุการณ์การเข้าพื้นที่ในหมู่บ้านเพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดย ตัวแทนผู้เข้าร่วมอบรม และกิจกรรมระดมสมองถอดบทเรียนจากภาคสนามโดยพนักงานเก็บข้อมูลในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการรับมอบประกาศนียบัตรสำหรับผู้ผ่านการอบรมการพัฒนาศักยภาพพนัดงานสัมภาษณ์และการเตรียมความพร้อมการสำรวจภาคสนามอีกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2566 ณ ห้องประชุมสถานวิจัยความขัดแย้งฯ สถาบันสันติศึกษา ม.อ.ปัตตานี เครือข่ายวิชาการ Peace Survey ได้จัดกิจกรรมการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพพนักงานสัมภาษณ์และการเตรียมความพร้อมการสำรวจภาคสนาม เพิ่มเติมอีกครั้ง สำหรับผู้ที่ไม่ได้มาอบรมครบสองวัน เมื่อวันที่ 4-5 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพนักงานเก็บข้อมูลทุกท่านที่ปฏิบัติงานภาคสนาม ผ่านการอบรมครบหลักสูตร

 

ดูรูเพิ่มเติมได้ที่เพจ CSCD - PSU Pattani