2566

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

14 พ.ค. 66 นี้ อย่าลืมไปเลือกตั้ง

เพราะการเลือกตั้งนั้นส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตของพวกเราโดยตรง

ที่มา แลต๊ะแลใต้ 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

หลังการเลือกตั้งอยากเห็นประเทศเป็นอย่างไร?

ชวนควังเสียง "คนใต้" กับความคาดหวังที่จะเห็นทิศทางการพัฒนาประเทศไทยหลังเลือกตั้ง

ที่มา แลต๊ะแลใต้

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

รายงานการวิจัยนี้ www.voicetv.co.th/read/-HnlKNGsM จะอธิบายการเมืองยุคหลังปี 2562 ที่ทำให้อำนาจของตระกูลการเมืองสามารถฟื้นคืนขึ้นมาได้ มรดกทางการเมืองแบบอัตตาธิปไตยและปฏิกิริยาตอบสนองต่อความมั่นคงทำให้เกิดตาข่ายใหม่ของระบบอุปถัมภ์ต่อตระกูลการเมือง

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้อุปถัมภ์และลูกน้องถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตระกูลการเมือง เส้นทางความสัมพันธ์ที่เกิดจากอดีตมากำหนดปัจจุบันทำให้ตระกูลการเมืองเหล่านี้ได้ประโยชน์ตอบแทน ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จในเชิงกลยุทธ์คือ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของชนชั้นนำ รวมทั้งการใช้วิธีบีบบังคับ การใช้ต้นทุนที่มีอยู่แล้ว การติดต่อสัมพันธ์กับกลุ่มอื่นและการยอมเข้าเป็นพวกกับฝ่ายทหาร กลยุทธ์เหล่านี้ถูกใช้ได้ผลในอดีต

รายงานกรณีศึกษาทั้งหมดประกอบด้วยสี่จังหวัด คือเชียงใหม่ พิษณุโลก สุโขทัยและปัตตานี แต่ในรายงานฉบับนี้จะสรุปให้เห็นเพียงแค่กรณีจังหวัดเชียงใหม่และปัตตานีเท่านั้น

รายงานวิจัยโดย :
พอล แชมเบอร์ สถานประชาคมอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คัตสิยูกิ ทากาฮาชิ สถานประชาคมอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

สรุปความและเรียบเรียงโดย : ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี

อ่านต่อ : www.voicetv.co.th/read/-HnlKNGsM

ที่มา https://www.facebook.com/VoiceOnlineTH/photos/a.131804224847/10163638264419848/

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เลือกตั้ง66 : จับสัญญาณเลือกตั้งชายแดนใต้

ที่มา https://thecitizen.plus/node/78889

สนามเลือกตั้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส ที่ถูกโอบล้อมด้วยกฎหมายพิเศษจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นมายาวนาน เป็นพื้นที่ที่นโยบายความมั่นคงแทรกผ่านวิถีชีวิตของผู้คน ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความตื่นตัวทางการเมืองสูง รวมถึงกระแสการแก้ปัญหาในแนวทางสันติภาพหรือการพูดคุยสันติภาพ เป็นข้อท้าทายสำคัญที่จะทำอย่างไร ให้มีความก้าวหน้ามากกว่าเดิม เเน่นอนว่าสมรภูมิการเมืองที่ปลายด้ามขวานตอนนี้ดุเดือดไม่แพ้พื้นทีอื่นในภาคใต้

จากการสำรวจจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ปี 66ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ (จ.ปัตตานี, จ.ยะลา, จ.นราธิวาส, 4 อำเภอ จ.สงขลา) มีจำนวนรวม 1,694,343 คน แต่จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายใหม่รวม 194,633 ฅน มีสส.จำนวน 15 คนได้แก่ จ.ปัตตานี 5 คน จ.ยะลา 3 คน จ.นราธิวาส 5 คนและ 4 อำเภอ จ.สงขลา เขต7, เขต8 2 คน (ข้อมูล : สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครองข้อมูลแยกตามจำนวนประชากรที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เดือนกุมภาพันธ์ 2566)

การเลือกตั้ง66 ที่จะมาถึงนี้ ทีมงานเเลต๊ะเเลใต้ พูดคุยกับ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี  สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ถึงบรรยากาศเลือกตั้งชายแดนใต้

การเลือกตั้งรอบนี้ประชาชนตื่นตัวมากแค่ไหน ?  

ภาพรวมทั่วประเทศในรอบนี้ประชาชนตื่นตัวทางการเมืองสูงมาก เพราะเป็นเวลา 8 ปีแล้วที่การปกครองภายใต้คณะรัฐประหารนำไปสู่การสืบทอดอำนาจยิงยาวของรัฐบาลปัจจุบัน ความผิดหวัง ความผิดพลาดในการบริหารงานของรัฐบาลปัจจุบันที่ทำหลายอย่างเกิดความผิดพลาด กระแสของการความไม่พอใจมีมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 – 4 ปีที่ผ่านมา กระแสการเรียกร้องหรือว่าความไม่พอใจในด้านต่างๆ เยอะมาก ตั้งแต่หลังช่วงโควิดและหลังโควิด คลื่นของการเมืองสูง แล้วก็ต่อเนื่องหลายๆคลื่น

 

การสื่อสารเองก็ขยายตัวมากในช่วง  4 -5 ปีที่ผ่านมา ขยายตัวของพื้นที่การสื่อสารในโซเชียลมีเดียมันไปไกลมาก ลงสู่คนทุกระดับทุกรุ่นทุกวัย เพราะฉะนั้น กระแสของการเมืองลงไปเเบบละเอียดมากในคนทุกกลุ่มเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ความรู้สึกอยากจะมีส่วนร่วมในทางการเมืองจะสูง ส่วนของพรรคการเมืองหรือว่านักการเมืองที่ต่อสู้ ตอนนี้แบ่งขั้วกันยังเห็นภาพชัดในภาพใหญ่ ทั้งฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลหรือคณะผู้มีอำนาจเก่าฝ่ายอนุรักษ์นิยม กับฝ่ายประชาธิปไตยหรือฝ่ายที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง

แต่ความซับซ้อนยิ่งเกิดขึ้น ภายในแต่ละฝ่ายมีการแย่งชิงกัน  เช่นพรรคที่เป็นรัฐบาลปัจจุบันภายในเองก็ต่อสู้กันเอง ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมใจสร้างชาติ พรรคภูมิใจไทย เเละพรรคประชาธิปัตย์ ทุกพรรคก็ต่างวิ่งแย่งชิงกันเองสูง มั่นใจว่าตัวเองกลับมา อันนี้ก็จะเป็นการต่อสู้ภายใน หรือแม้พรรคฝ่ายค้านปัจจุบันสนับสนุนแนวทางประชาธิปไตย อย่างพรรคเพื่อไทยมีความได้เปรียบอยู่กระแสขาขึ้น แต่ขณะเดียวกันพรรคก้าวไกลเองก็ดีดตัวขึ้นมาพยายามที่จะแย่งชิงในพื้นที่ การต่อสู้แข่งขันกันเองเเบบนี้ ก็กระตุ้นความสนใจของประชาชน แล้วก็กระตุ้นการมีส่วนร่วมสูงมาก

นิวโหวตเตอร์คลื่นลูกใหญ่มีผลต่อการเลือกตั้ง ?    

ผมคิดว่า 8 ปี จำนวนนิวโหวตเตอร์ หลายล้านคนของพื้นที่ทั้งหมดของการลงคะแนนเสียงอาจจะประมาณสักหนึ่งใน 3 นิวโหวตเตอร์ มีความแอคทีฟเรื่องของการมีส่วนร่วมสูง เเน่นอนว่าพวกเขาจะเข้าร่วมโหวตลงคะแนนเสียง ส่วนคนรุ่นเก่า รุ่นกลาง หรือคนสูงวัย การโหวตหรือไม่โหวตมันยังไม่แน่นอนว่าเขาจะมาร่วมโหวตมากน้อยขนาดไหน แต่นิวโหวตเตอร์ร้อยละ 80 เขามาแน่ๆซึ่งเป็นกลุ่มก้อนที่เข้มแข็งมากเเละมีหลากหลายกลุ่มที่ตื่นตัวสูง

เพราะฉะนั้นเป็นแฟคเตอร์ใหม่ๆที่จะทำให้เปลี่ยนผลของการเลือกตั้งได้ ฐานของการเลือกตั้งไม่ใช่เพียงแค่ฐานพื้นที่แง่ของทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นฐานกลุ่มทางสังคมที่แยกย่อยออกไป 

  • หากดูจากข้อมูล เมื่อเปรียบเทียบในภาคใต้ จังหวัดที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกที่มีสัดส่วนมากที่สุด อันดับ 1 ปัตตานี ร้อยละ 12.25 อันดับ 2 ยะลา ร้อยละ 11.53 อันดับ 3 นราธิวาส ร้อยละ 11.38 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในแต่ละจังหวัด
  • จังหวัดที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เจเนอเรชั่น Z ที่มีสัดส่วนมากที่สุด อันดับ 1 ปัตตานี ร้อยละ 19.59 อันดับ 2 ยะลา ร้อยละ 18.49 อันดับ 3 นราธิวาส ร้อยละ 18.34 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในแต่ละจังหวัด
  • จังหวัดที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เจเนอเรชั่น Y ที่มีสัดส่วนมากที่สุด อันดับ 1 นราธิวาส ร้อยละ 34.74 อันดับ 2 ปัตตานี ร้อยละ 34.22 อันดับ 3 ยะลา ร้อยละ 34.22 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในแต่ละจังหวัด

ในสนามชายแดนใต้จุดแข็งอะไร ที่คนในชายแดนใต้มองหา ?  

ในพื้นที่ภาคใต้หลายพื้นที่มีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น คะแนนเสียงที่มาเเรงในตอนนี้ ก็คือพรรคประชาชาติ ที่ได้ที่นั่งประมาณครึ่งหนึ่งของที่นั่งทั้งหมดของสส.ในชายเเดนใต้ในครั้งที่แล้ว ทางพรรคประชาชาติค่อนข้างจะมั่นใจ ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้ที่นั่งมากกว่าเดิม อาจมีความเป็นไปได้มากเหมือนกัน เพราะในแง่ของฐานเดิมของพรรคประชาชาติ ชูเรื่องส่งเสริมวัฒนธรรมมลายู ประเด็นที่ถูกเน้นของพรรคประชาชาติเองก็เป็นประเด็นที่เน้นในเรื่องของอัตลักษณ์ ชาตินิยมความเป็นคนมลายู ซึ่งเป็นจุดที่แข็งอยู่แล้ว อีกด้านนึงพยายามเสนอแนวทางเรื่องของประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมสูงขึ้น ผมคิดว่าน่าจะมีผลในการดึงคะแนนเสียงจากประชาชนได้จำนวนมากในพื้นที่ได้

 

ส่วนพรรคอื่นๆ อย่างพรรคพลังประชารัฐ  พรรคภูมิใจไทยหรือแม้แต่พรรครวมใจสร้างชาติ ก็พยายามเบียดแย่งชิงขึ้นมา พรรคประชาธิปัตย์ ก็พยายามที่จะเรียกคืนนะสถานภาพเดิมของตัวเองที่เคยมีเสียงจำนวนไม่น้อยในพื้นที่ แต่เข้าใจว่าฐานเดิมของพรรคประชาชาติน่าจะได้เปรียบมากกว่า ถ้าดูจาก สส. เก่าส่วนใหญ่ยังอยู่  เชื่อว่าไม่มีผลอะไรในเรื่องของฐานการเมืองเดิม ระบบหัวคะแนนเขาก็ยังมีความมั่นใจอยู่  แต่ยังมีข้อท้าทายคือเขตเลือกตั้งใหม่ประมาณ 2 เขต น่าจะเป็นจุดที่แย่งชิงกัน

กระแสในเรื่องของการแก้ปัญหาโดยแนวทางสันติภาพหรือการพูดคุยสันติภาพ เป็นวาระหลักในการแก้ไขปัญหา จะทำอย่างไรจะให้มีความก้าวหน้ามากกว่าเดิม มีผลเป็นรูปธรรม ทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาที่เป็นตัวประเด็นหลักของเรื่อง เขาเรียกว่าประเด็นสารัตถะ เพื่อแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง ของการพูดคุยสันติภาพ เช่นเรื่องของการหยุดยิง ยุติความรุนแรง กฎอัยการ เราจะเป็นพรก. ฉุกเฉินจะแก้ยังไง ใช่ มีประเด็นเรื่อง Public Consultation ในกระบวนการสันติภาพ การพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ โดยฝ่ายที่ขัดแย้งกัน การเปิดเวทีการพูดคุยกันสานเสวนาระดับพื้นที่ ก็จะมากขึ้น ผ่านกระบวนการสันติภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอประเด็นเรื่องของการหาทางออก การกระจายอำนาจ รูปแบบปกครองแบบใหม่ที่จะเอามาแก้ปัญหาความขัดแย้ง

ส่วนภาคใต้ตอนบนหรือว่าภาคใต้โดยทั่วไปก็จะมีประเด็นเรื่องแนวทางการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการสภาพแวดล้อมการท่องเที่ยว แนวทางการพัฒนาแบบแบบพึ่งตัวเองแบบยั่งยืน กระแสพวกนี้ก็จะเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ

  •  
  •  

มองรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง กระบวนการสันติภาพจะเป็นอย่างไร ?    

ทุกวันนี้ทิศทางมันก็ไปในทางไปในทางดีขึ้น  การหนุนเสริมจากแนวนโยบายของรัฐบาลของมาเลเซียซึ่งเป็นใกล้ชิดกับปัญหามาก แล้วก็พยายามผลักดัน ในส่วนนี้ในส่วนของจากจากมาเลเซีย จากผู้อำนวยความสะดวกของมาเลเซียที่เข้ามาช่วยเยอะมากในตอนหลังมีข้อตกลงเงื่อนไขต่างๆมีการวางโรดแมปมีการกำหนดแนวทางปฏิบัติชัดเจนขึ้น ว่าจะแก้ไขปัญหายังไง ร่วมมือกันยังไง

ผมเข้าใจว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง มาจะมีส่วนผลักดันให้กระบวนการสันติภาพไปข้างหน้ามากขึ้น ปลดล็อคลดเงื่อนไขหลายอย่างที่ก่อให้เกิดจากความขัดแย้ง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยผ่านกระบวนการสันติภาพ ไม่ใช่การใช้ความรุนแรง หรือว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาชนยอมรับไม่ได้ อันนี้มันจะเปลี่ยนไป ส่วนแนวทางการเมืองก็จะชัดมากขึ้นในการแก้ปัญหา

หากว่าเป็นรัฐบาลที่พรรคฝ่ายประชาธิปไตยเช่นพรรคเพื่อไทย มองว่าการจัดการเรื่องกระบวนการสันติภาพจะดีขึ้นดีขึ้น เพราะว่าเคยจัดการมาก่อนในช่วงก่อนหน้านี้ ก็น่าจะสานได้เเข็งเเรงมากขึ้นได้

การเลือกตั้งรอบนี้ จะไปไกลถึงการเมือง “สังคมล้อมรัฐ” ?   

ตัวแปรที่สำคัญคือแรงกดดันจากประชาชน เพราะการตื่นตัวของคนข้างล่างก็จะมีความเข้มแข็งมากขึ้น สามารถแปลงไปสู่พลังในทางการเมืองในระบบตัวแทน องค์กรภาคประชาสังคม องค์กรอิสระต่างๆจะแตกตัว เป็นพลังที่เข้มแข็งมาก

ผมเชื่อว่าเราจะอยู่ในภาวะการเมืองแบบ”สังคมล้อมรัฐ”  จะอยู่ภายใต้การตรวจสอบและควบคุมมากขึ้น ตรงนี้จะนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่ว่ามันความคลี่คลายมากขึ้นในหลายประเด็น

เชื่อว่าผลการเลือกตั้งคราวนี้ มันจะเป็นจุดเปลี่ยนเหมือนกัน จุดเปลี่ยนที่ว่า…ก็มีคำถามที่ตั้งว่า “เสียงของฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยจะมั่นใจว่าน่าจะชนะได้ในแง่ของจำนวน แต่ว่าจะพอเพียงจะไปเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดรัฐบาลได้หรือไม่ การคาดการณ์ผลในระบบปกติที่ชนะแล้วได้เลย มันไม่ใช่แบบนั้น”

เพราะยังมีหลายปมเงื่อนที่ท้าทายอยู่ ว่าจะเอาชนะต้องรวมกันแล้วต้องมากกว่า 300 เสียงขึ้นไป จะรวมไปถึงหรือไม่ ? ที่จะเอาชนะฝ่ายรัฐบาลเดิม เเน่นอนมีปมที่ท้าทายอยู่มาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีกระแสการตื่นตัวของประชาชนที่จับตาสูง

ผมคิดว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้งคราวนี้ จะอยู่ภายใต้กระแสของประชาธิปไตย เเละระบบการเมืองเเบบเปิดมากขึ้น การกระจายอำนาจ การเคารพสิทธิเสรีภาพ เเละความเสมอภาค จะสูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้จะแข็งเเรงมากขึ้น เเละเป็นตัวแปรหลักไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามา จะต้องอยู่ภายใต้กระแสอันนี้แฟคเตอร์นี้ ถ้าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยกระแสการมีส่วนร่วม กระแสการกระจายอำนาจ ความโปร่งใส ความพยายามในการแก้ไขจุดอ่อนของโครงสร้างเดิมที่มีอยู่ กฎหมาย รัฐธรรมนูญ จะมีผลมากในแง่ของนโยบายทางการเมือง

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 30 - 31 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมชูเกียรติ  คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับเครือข่ายวิชาการ Peace Survey 23 องค์กร ได้จัดอบรมการใช้โปรแกรม Atlas.ti เพื่อการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ภายใต้โครงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ครั้งที่ 7 บรรยายและพูดคุยแลกเปลี่ยนโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพฤกษ์ ชามะรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญการใช้โปรแกรม Atlas.ti จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี นักวิจัยจากเครือข่ายวิชาการ Peace Survey เข้าร่วมอบมรมในครั้งนี้

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

H.E. Thierry Mathhou เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี พร้อมประชุมหารือความร่วมมือกับผู้บริหารและคณาจารย์นักวิจัย โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนทิรา ลีลาเกรียงศักดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาเขตปัตตานี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ให้การต้อนรับ เมื่อวันอังคารที่ 30 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมปัตตานีภิรมย์ สำนักงานวิทยาเขตปัตตานี ชั้น 3 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 

นอกจากนี้ยังร่วมรับฟังและพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับการรายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ PEACE SURVEY และงานวิจัยอื่นๆ โดยมี  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี จากสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา เป็นผู้บรรยายสรุป

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

 ด้วย งานส่งเสริมวิจัย นวัตกรรม และบริการวิชาการ กองบริหารวิชาการและวิจัยวิทยาเขตปัตตานี กำหนดจัดโครงการอบรมหลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Human Research Participant Protection Course) ประจำปีงบประมาณ 2566 ในวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2566 เวลา 08.30-16.30 น. ณ ห้องประชุมปริชญากร ชั้น 4 สำนักงานวิทยาเขตปัตตานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจเรื่องหลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ตามหลักสากล การขอความยินยอมเพื่อเข้าร่วมโรงการวิจัย บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย และประเด็นพิจารณาด้านจริยธรรมในการวิจัยในมนุษย์

      ในการนี้ งานส่งเสริมวิจัย นวัตกรรม และบริการวิชาการ กองบริหารวิชาการและวิจัยวิทยาเขตปัตตานี จึงขอเรียนเชิญอาจารย์ นักวิจัย บุคลากร และนักศึกษาบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เข้าร่วมโครงการอบรมหลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Human Research Participant Protection Course) ประจำปีงบประมาณ 2566 ทั้งนี้ สามารถลงทะเบียนการเข้าร่วมโครงการได้ที่ bit.ly/3VGz1Lf หรือสแกน QR Code ที่ปรากฏในเอกสารแนบ ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2566 หรือจนครบจำนวนผู้เข้าร่วมอบรม โดยรับสมัครเพียง 150 คน เท่านั้น

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

 

Topic: Online Q&A Session: Peacebuilding

Grant Time: May 23, 2023 02:30 PM Bangkok Join Zoom Meeting https://us02web.zoom.us/j/81043515851?pwd=N3lnUmpRd0UxUWI4SXlkU2ZIRjVrZz09

Meeting ID: 810 4351 5851

Passcode: 675802

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนสนับสนุน จากโครงการ Inclusive Peacebuilding in Thailand’s Southern Border Provinces ประจำปี 2566

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://minorityrights.org/jobs/thailand-cfp2-th/

 

วัตถุประสงค์ 

องค์กรสิทธิมนุษยชนเพื่อชนกลุ่มน้อยระหว่างประเทศ (Minority Rights Group หรือ MRG) เปิดรับสมัครข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรมระดับท้องถิ่นซึ่งทำงานสนับสนุนสิทธิของชนกลุ่มน้อยหรือคนชายขอบเพื่อการพัฒนาและยกระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ประกอบด้วยจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย 

โครงการนี้เน้นความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทำงานระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ โดยลักษณะของโครงการหรือกิจกรรมอาจเป็นไปในรูปแบบต่างๆ ดังนี้ 

  • การรณรงค์: การทำวิจัย การรวบรวมข้อมูล หลักฐานและจัดทำรายงานสำหรับการรณรงค์เชิงนโยบาย การประชุมและวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ การติดตามและรายงานสถานการณ์ 
  • การส่งเสริมศักยภาพ: การอบรมเชิงปฏิบัติเพื่อพัฒนาความสามารถของชุมชนในการปกป้องสิทธิของชนกลุ่มน้อย การอบรมการไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งและ/หรือการสร้างสันติภาพ 
  • ความรับผิดชอบของรัฐบาล: การพูดคุย เจรจากับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง 
  • การจัดการความขัดแย้ง: การติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ความขัดแย้งและความตึงเครียดในระดับชุมชน การดำเนินกิจกรรมหรือการทำวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งและวิธีลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น การเจรจา พูดคุยกับหน่วยงานท้องถิ่น 
  • การสร้างสันติภาพ: การไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในระดับชุมชน การสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชนผ่านกิจกรรมด้านศิลปะ การศึกษา หรือกีฬา การเจรจาระหว่างชุมชน การแก้ปัญหาระดับชุมชน 
  • กฎหมาย: การอบรมด้านสิทธิ การอบรมผู้ช่วยทนายความ การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย 
  • การอบรม: การอบรมการแก้ปัญหาความขัดแย้ง การฝึกอบรมนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหรือสมาชิกในชุมชน เกี่ยวกับสิทธิของตนเอง 
  • การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์: การทำแคมเปญรณรงค์ การผลิตเนื้อหาเพื่อสื่อสาร การสร้างความตระหนักรู้ ผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ  

เกณฑ์ในการสมัคร 

  • เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรหรือองค์กรระดับชุมชนที่ทำงานในประเด็นที่เกี่ยวข้อง 
  • เคยจัดกิจกรรมหรือโครงการที่คล้ายคลึงกัน 
  • มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติ และไม่มีส่วนร่วมหรือสนับสนุนกิจกรรมที่ใช้ความรุนแรง 
  • มุ่งมั่นที่จะสร้างการมีส่วนร่วมที่มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์และ/หรือศาสนา เพศ และคนพิการ ภายใต้กิจกรรมขององค์กร 

รายละเอียดของทุนสนับสนุน 

เสนอขอรับทุนสนับสนุนได้โครงการละ 5,000 ยูโร – 25,000 ยูโร 

ผู้ขอรับทุนสนับสนุนโครงการจะต้องดำเนินกิจกรรมตั้งแต่วันที่ กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป ระยะเวลาของโครงการสูงสุด 18 เดือน (ระยะเวลาของโครงการระหว่าง 6 – 18 เดือน) 

เกณฑ์ในการคัดเลือก  

  1. เป็นโครงการที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ นำเสนอนวัตกรรมหรือกิจกรรมรูปแบบใหม่ ๆ ในการคุ้มครองและส่งเสริม สิทธิของชนกลุ่มน้อย 
  2. มีวัตถุประสงค์ของโครงการที่ชัดเจน มีผลลัพธ์และผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม  
  3. วางแผนใช้งบประมาณอย่างสมเหตุสมผลและชัดเจน แสดงถึงความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณ 
  4. ระบุผู้รับผลประโยชน์หรือเป้าหมายได้อย่างชัดเจน มีการวางแผนในการเข้าถึงผู้รับผลประโยชน์พร้อมเป้าหมาย และการสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ 
  5. เป็นโครงการที่คำนึงถึงประเด็นทางเพศ การเลือกปฏิบัติในรูปแบบต่างๆ รวมถึงกลุ่มเปราะบางในการดำเนินโครงการและ/หรือโครงสร้างองค์กร  
  6. เป็นโครงการที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกันกับองค์กรภาคประชาสังคมอื่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพ 

ระยะเวลา 

17 พฤษภาคม 2566: เปิดรับสมัครโครงการ 

23 พฤษภาคม 2566: พูดคุย ถาม-ตอบ ผ่านช่องทางออนไลน์สำหรับองค์กร/กลุ่มที่สนใจสมัครรับทุน ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2566 เวลา 10.00 น.  

18 มิถุนายน 2566: ปิดรับสมัคร  

23 มิถุนายน 2566: แจ้งรายชื่อองค์กร/กลุ่มที่ผ่านการคัดเลือก   

01 กรกฎาคม 2566: องค์กร/กลุ่มที่ได้รับทุนเริ่มดำเนินกิจกรรม 

เกี่ยวกับ MRG 

องค์กรสิทธิมนุษยชนเพื่อชนกลุ่มน้อยระหว่างประเทศ (Minority Rights Group – MRG) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ ที่ทำงานเพื่อประกันสิทธิของชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ ศาสนา และภาษาทั่วโลก และเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างชุมชน ทุนสนับสนุนนี้เป็นงบประมาณภายใตโครงการ “ Inclusive Peacebuilding for Thailand’s Southern Border Provinces ” ซึ่งเป็นโครงการระยะเวลาสามปี โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป  

วิธีการสมัครรับทุน 

Please fill out the form below by 18 June 2023. 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

‼️ ขยายเวลา ‼️
สถาบันสันติศึกษา ม.อ.
ขยายเวลาเปิดรับสมัครเรียนและทุนปริญญาโท สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา ปีการศึกษา 2566
สมัครออนไลน์ตั้งแต่บัดนี้ ถึง วันที่ 31 พ.ค. 66
สมัครเรียน: https://ips.psu.ac.th/.../master-degree/master-program
สมัครทุนปริญญาโท: https://ips.psu.ac.th/index.php/th/scholarship
รายละเอียดหลักสูตร https://youtu.be/JGVNycryKNo
.
สอบถามข้อมูล โทร. 074 28 9450 อีเมล: [email protected] หรือ Inbox เพจ Institute for Peace Studies : สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือ เพจ CSCD - PSU Pattani