เวทีวิชาการ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

บทวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์: ถอดรหัสความล้มเหลวของการเจรจาสันติภาพสหรัฐอเมริกา - อิหร่าน

จากวงสันติสนทนา Ep.6  : ถอดรหัสการเจรจาสงบศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน: ทำไมล้มเหลว ? เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ของคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ร่วมกับ คณะรัฐศาสตร์ และสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นการถอดรหัสเบื้องหลังการเจรจาสันติภาพที่ล้มเหลวระหว่างวันที่ 11 - 12 เมษายน 2569 ว่ามาจากปัจจัยใด และทิศทางของสถานการณ์หลังจากนี้จะดำเนินไปอย่างไร โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมแลกเปลี่ยนทรรศนะ ได้แก่

🧑‍🏫 ดร.รุสตั้ม หวันสู สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

🧑‍🏫 ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

🧑‍🏫 ผศ.ดร.อันวาร์ กอมะ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ดำเนินรายการโดย

🧝 อิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

บทวิเคราะห์ฉบับนี้ได้รวบรวมมุมมองเชิงลึกและนัยสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์ ท่ามกลางระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่สภาวะหลายขั้วอำนาจ โดยมีข้อค้นพบสำคัญที่ตอกย้ำว่า สันติภาพไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ชั่วคราวที่เกิดขึ้นแล้วจบไป แต่คือกระบวนการระยะยาวที่ต้องอาศัยกลไกค้ำประกันที่มีศักยภาพและเสถียรภาพ

ภาพรวมพลวัตความขัดแย้ง

สงครามระหว่างกลุ่มพันธมิตรสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับฝั่งอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้เกิดการโจมตีและตอบโต้กันอย่างรุนแรงยาวนานกว่า 40 วัน ก่อนจะนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในวันที่ 8 เมษายน ความพยายามทางการทูตเริ่มต้นขึ้นในการเจรจารอบแรกระหว่างวันที่ 11-12 เมษายน ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน แม้จะเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกจากการที่ทีมเทคนิคของทั้งสองฝ่ายยอมนั่งหารือในห้องเดียวกัน แต่ท้ายที่สุดกระบวนการเจรจากลับประสบความล้มเหลว ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นได้สร้างแรงกระเพื่อมโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจโลก สะท้อนได้จากราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไทยที่พุ่งสูงถึงลิตรละ 50 บาท

 ปัจจัยที่ทำให้การเจรจาชะงักงัน

การล่มสลายของโต๊ะเจรจาเกิดจากรอยร้าวเชิงยุทธศาสตร์ในหลายมิติ ได้แก่

 สภาวะขาดความไว้วางใจ: สหรัฐอเมริกาและอิหร่านต่างไม่เชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างแท้จริง

 ความแตกต่างสุดขั้วของข้อเรียกร้อง: การตั้งเงื่อนไขของสหรัฐอเมริกาจำนวน 15 ข้อ และอิหร่าน 10 ข้อ ไม่มีพื้นที่ทับซ้อนทางผลประโยชน์ที่สามารถตกลงกันได้เลย

 อิทธิพลของตัวแทรกแซงกระบวนการ: แม้อิสราเอลจะไม่อยู่ในโต๊ะเจรจา แต่ยังคงมีอิทธิพลต่อสหรัฐอเมริกา ทำให้การต่อรองซับซ้อนและถูกขัดขวาง

 ยุทธวิธีบีบบังคับทางการทูต: ท่าทีของสหรัฐอเมริกามุ่งเน้นการกดดันเพื่อให้อิหร่านยอมจำนน มากกว่าการเจรจาต่อรองอย่างจริงจัง ทำให้อิหร่านปฏิเสธที่จะลดละข้อเรียกร้อง

 ข้อจำกัดของคณะผู้แทนเจรจา: ตัวแทนของสหรัฐอเมริกาขาดอำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินใจ การต้องรอคำสั่งจากสายการบังคับบัญชาระดับสูงส่งผลให้กระบวนการขาดความคล่องตัวและประสิทธิภาพ

กรอบวิเคราะห์เชิงทฤษฎีและพฤติกรรมเชิงกลยุทธ์

การวิเคราะห์สถานการณ์ผ่านกรอบทฤษฎีความขัดแย้งช่วยอธิบายสภาวะที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ทฤษฎีความสุกงอมของความขัดแย้งชี้ว่า คู่ขัดแย้งจะเข้าสู่การเจรจาอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายบอบช้ำอย่างหนักและตระหนักว่าอำนาจทางทหารไม่สามารถสร้างชัยชนะได้ นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านความขัดแย้งยังเป็นกระบวนการที่ลึกซึ้งและต้องใช้เวลา

พฤติกรรมบนโต๊ะเจรจายังมีลักษณะคล้ายเกมวัดใจและกับดักนักโทษ กล่าวคือ ต่างฝ่ายต่างแข่งขันกันโดยไม่ยอมถอย เพราะเกรงว่าฝ่ายที่ยอมก่อนจะสูญเสียอำนาจต่อรอง และด้วยความไร้ความเชื่อใจ ทั้งคู่จึงเลือกยุทธศาสตร์ที่ไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งเมื่อประเมินผลลัพธ์ความเป็นไปได้ จะพบว่า

 - หากทั้งคู่ยอมประนีประนอม จะเกิดข้อตกลงที่ทุกฝ่ายพึงพอใจและสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน

 - หากสหรัฐอเมริกายอมแต่อิหร่านไม่ยอม สหรัฐอเมริกาจะเสียบารมีและอิหร่านจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ

 - หากสหรัฐอเมริกาไม่ยอมแต่อิหร่านยอม สหรัฐอเมริกาจะได้ชัยชนะเต็มที่ขณะที่อิหร่านสูญเสีย

 - หากทั้งคู่ไม่ยอมประนีประนอมดังเช่นสถานการณ์ปัจจุบัน จะนำไปสู่สงครามที่ยืดเยื้อและสร้างความเสียหายสูงสุดต่อทุกฝ่าย

บทบาทของผู้เล่นระดับโลกและภูมิรัฐศาสตร์

ปากีสถาน:ทำหน้าที่จัดเตรียมพื้นที่เจรจาและรักษาความปลอดภัย แต่ด้วยข้อจำกัดด้านความเป็นอิสระและศักยภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้บทบาทตัวกลางยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

 จีน: ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญที่อาจทำหน้าที่ผู้ค้ำประกันข้อตกลง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ อย่างไรก็ตามยังต้องประเมินท่าทีการยอมรับจากฝั่งสหรัฐอเมริกา

 อิสราเอล: เป็นตัวแปรหลักที่ทำให้การเจรจายากขึ้น เนื่องจากไม่ยอมรับผลการเจรจาและพยายามแทรกแซงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง

 ประเทศในภูมิภาคและยุโรป: สนับสนุนแนวทางการทูตและพยายามสกัดกั้นไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งลุกลาม

ฉากทัศน์อนาคตและผลกระทบระดับมหภาค

ทิศทางของความขัดแย้งสามารถประเมินได้ใน 3 ฉากทัศน์หลัก คือ

 1. การเจรจาทางการทูตดำเนินการต่อผ่านตัวกลางและการมีส่วนร่วมของมหาอำนาจอื่น ซึ่งมีโอกาสนำไปสู่การลดความตึงเครียดหรือการหยุดยิงชั่วคราว

 2. สงครามยืดเยื้อจากการเจรจาที่ล้มเหลว ซึ่งฝ่ายที่มีความทนทานมากกว่าอย่างอิหร่านอาจชิงความได้เปรียบในระยะยาว

 3. ความขัดแย้งขยายวงกว้างลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาคหรือระดับโลก โดยมีมหาอำนาจอื่นเข้าร่วม

ผลกระทบที่ตามมาคือความผันผวนอย่างหนักของราคาพลังงาน หากสถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะกระทบต่อตลาดพลังงานโลกอย่างรุนแรง โดยราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งทะยานถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อสถานะมหาอำนาจของสหรัฐอเมริกาถูกท้าทาย สวนทางกับบทบาทและการแสดงอิทธิพลของจีนที่เพิ่มสูงขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์เบื้องต้นต่อสังคมไทยในภาพรวม

ความล้มเหลวของการเจรจาสงบศึกสะท้อนความซับซ้อนของความขัดแย้งที่เชื่อมโยงกันทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก สถานการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบอำนาจโลกที่ก้าวเข้าสู่ยุคของมหาอำนาจหลายขั้วอย่างเต็มรูปแบบ วิกฤตดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นคลื่นกระแทกที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยตรง สังคมไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมและปรับตัวดังนี้

 ระดับนโยบายภาครัฐ: ต้องเร่งวางกลยุทธ์รับมือผลกระทบด้านพลังงานและเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การจัดหาทางเลือกพลังงานสำรอง เช่น การขุดเจาะแหล่งพลังงานใหม่ หรือการเร่งพัฒนาพลังงานทางเลือก เป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อลดการพึ่งพิงตลาดโลกที่เปราะบาง

 ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม: ควรเตรียมแผนรับมือกับต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่งที่มีความผันผวนสูง การกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานและการรักษาสภาพคล่องทางการเงินจะช่วยให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นต่อสภาวะแทรกซ้อนทางเศรษฐกิจ

 ภาคประชาชน: ต้องตระหนักถึงแนวโน้มของค่าครองชีพและราคาสินค้าที่อาจปรับตัวสูงขึ้น การปรับพฤติกรรมการบริโภคพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการวางแผนการเงินอย่างรัดกุม คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกภาคส่วนของสังคมไทยสามารถรับมือและก้าวผ่านความท้าทายจากผลกระทบของความขัดแย้งระดับโลกครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคง

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่ 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

รายการ สันติสนทนา Ep.5 : "วิกฤติสหรัฐ-อิหร่าน กับการเปลี่ยนผ่านระเบียบโลกและความท้าทายของสันติภาพ" วันที่ 3 มีนาคม 2569

ร่วมสนทนาโดย

- ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

- ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

- ดร.รุสตั้ม หวันสู สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

- ดร.ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

- ดร.ดวงยิหวา อุตรสินธุ์ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก วิทยาเขตอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ดำเนินรายการโดย 

อิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

วิทยากรร่วมกันวิเคราะห์บริบทสถานการณ์ปัจจุบัน เงื่อนไขความขัดแย้ง ปัจจัยยกระดับความรุนแรง และผลกระทบในระยะสั้นและระยะยาว โดย ดร.ดวงยิหวา อุตรสินธุ์ ได้ฉายภาพให้เห็นถึงสภาพการณ์และบรรยากาศในอาบูดาบี ไม่ว่าจะเป็นระดับความรุนแรงจากการโจมตีด้วยอาวุธ ผลกระทบต่อประชาชน แนวทางการดูแลความปลอดภัยของประชาชน หรือคนไทยในอาบูดาบี ตลอดจนในมุมมองจากภูมิภาคอ่าวฯ กระแสความเห็นสาธารณะต่อความตึงเครียดครั้งนี้

ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ และ ดร.รุสตั้ม หวันสู วิเคราะห์ถึงปมสำคัญของความขัดแย้งในครั้งนี้เกิดขึ้นจากอะไร ในขณะที่ก่อนหน้านี้ก็มีความพยายามในการจัดการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกา (อ้างอิง :  เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 สหรัฐอเมริกาและอิหร่านเปิดการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์รอบที่ 3 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งยังคงเป็นการเจรจาทางอ้อมที่มีโอมานทำหน้าที่เป็นตัวกลาง) ตลอดจนวิเคราะห์ถึงวิกฤตระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน ขณะนี้อยู่ใน “ระยะใด” ของวงจรความขัดแย้ง และมีตัวแปรใดที่อาจผลักดันไปสู่การยกระดับความรุนแรง

วิทยากรทั้ง 3 ท่านยังได้วิเคราะห์ถึงบทบาทของประเทศอาหรับในอ่าวฯ เช่น ซาอุดีอารเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือกาตาร์ มีแนวโน้ม “ถ่วงดุล” หรือ “เลือกข้าง” อย่างไร และจะส่งผลต่อทิศทางในอนาคตอย่างไร

ดร.ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์ กล่าวถึงเรื่องของความรุนแรงที่หลายทฤษฎีถูกกล่าวถึงในปัจจุบัน เช่น ทฤษฎีสมคบคิด หรือทฤษฎีการใช้สงครามเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ฯลฯ ซึ่งผู้นำหลายๆ ประเทศใช้กัน โดยเฉพาะประเทศที่ใช้อำนาจนิยม แม้แต่ประเทศไทยที่ช่วงก่อนเลือกก็มีสถานการณ์สงครามเพื่ออะไรบางอย่าง

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี กล่าวถึง แนวคิดทางด้านรัฐศาสตร์โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังเป็นที่ยอมรับในสังคมโลกในภาพรวม โดยหากปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีประธานาธิบดีเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ต่อให้มีสงครามก็จะเป็นสงครามที่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศมากกว่าที่เป็น

ทั้งนี้ วิทยากรยังได้วิเคราะห์ถึงผลกระทบจากวิกฤตินี้ว่ามีอะไรบ้าง และกำลังจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหากการปะทะยังคงยืดเยื้อ ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ของอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ หากเกิดการปะทะโดยตรงจะกระทบโครงสร้างเศรษฐกิจโลกอย่างไร และหากความตึงเครียดยืดเยื้อ จะนำไปสู่การจัดเรียงพันธมิตรใหม่ในตะวันออกกลางหรือไม่ อย่างไร ตลอดจนประเทศเล็กๆ รวมทั้งประเทศไทยเรา หากเกิดการปะทะที่ยืดเยื้อเรื้อรัง จะส่งผลกระทบต่อแรงงานข้ามชาติ เศรษฐกิจพลังงาน และความมั่นคงของรัฐขนาดเล็กในภูมิภาคหรือประเทศไทยอย่างไร

นอกจากนี้วิทยากรยังได้วิเคราะห์ถึงความท้าทายของสันติภาพตะวันออกกลาง เช่น จากบทเรียนของกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ขัดแย้งอื่นๆ มีเงื่อนไขอะไรบ้างที่ทำให้คู่ขัดแย้งมหาอำนาจ “หันกลับสู่โต๊ะเจรจา” และในสถานการณ์ที่ความไม่ไว้วางใจสูงมาก กลไกใดมีศักยภาพมากที่สุดในการ “หยุดวงจรการยกระดับ” ตลอดจนหากมองออกไป 3 – 5 ปีข้างหน้า โครงสร้างความมั่นคงในตะวันออกกลางมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงในทิศทางใด

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมเครือข่าย ประกอบไปด้วย สภาประชาสังคมชายแดนใต้ ศูนย์สันติวิธีชายแดนใต้ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และ มูลนิธิ Digital4Peace ดิจิทัลเพื่อสันติภาพ

จัดสภาสนทนา บทสนทนาว่าด้วยเรื่องบทบาทของนักกิจกรรมทางสังคม “จากสภาประชาสังคมชายแดนใต้สู่สภาผู้แทนราษฎร"

ดำเนินรายการโดย อิมรอน ซาเหาะ และ ฆอซาลี อาแว

กล่าวเปิดวงสนทนาโดย คุณลม้าย มานะการ  ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ 

วิทยากรโดย อดีตสมาชิกสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกอบไปด้วย

รักชาติ สุวรรณ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน (อดีตประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้/อดีตประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้)

อับดุลการีม อัสมะแอ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (อดีตผู้แทนสถาบันอัสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี/อดีตประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้)

รุสลัน โต๊ะปาเก ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จ.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ (อดีตประธานกลุ่มยือรีงา)

บาสรี มะเซ็ง ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคเพื่อไทย (อดีตอุปนายกสมาคมลุ่มน้ำสายบุรี)

โดยบทสนาทนาเริ่มตั้งแต่ แรงผลักดันอะไรที่ทำให้เข้าสู่สนามการเมือง แต่ละท่านมีความฝันอะไร ตลอดจนประเด็นอะไรที่ท่านจะผลักดันเมื่อได้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร รวมไปถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ที่สำคัญนโยบายเด่นๆ โดยเฉพาะนโยบายการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต และกระบวนการสร้างสันติภาพฯ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

CSCD ร่วมกับสภาประชาสังคมฯ จัดวงสนทนาทางการเมืองว่าด้วยเรื่อง อิสลาม ประชาธิปไตย และชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ จัดรายการสันติสนทนา EP. 4 (Special Episode) Political Dialogue บทสนทนาทางการเมืองว่าด้วยเรื่อง อิสลาม ประชาธิปไตย และชายแดนใต้

ร่วมสนทนาโดย:

ดร.รุสตั้ม หวันสู สถาบันสันติศึกษา ม.อ.หาดใหญ่                                         

รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง  คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง

ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ คณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี

มูฮัมหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ  Projek Sama Sama

อิมรอน ซาเหาะ  CSCD สถาบันสันติศึกษา ม.อ.ปัตตานี     

มีหลากหลายประเด็นที่ผู้ร่วมสนทนาได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่น ประเด็นอิสลามเข้ากันได้หรือไม่กับประชาธิปไตย ทั้งนี้ ความขัดแย้งมักไม่ได้อยู่ที่ "ศาสนาอิสลาม" กับ "ประชาธิปไตย" โดยตรง แต่อยู่ที่ "การตีความ" มากกว่า หากมองว่าประชาธิปไตยคือเครื่องมือในการคัดเลือกผู้นำอย่างเป็นธรรมและการตรวจสอบอำนาจ อิสลามก็มีหลักการรองรับ แต่ทว่าหากมองว่าประชาธิปไตยคือการที่มนุษย์สามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่อิงกรอบจริยธรรมของศาสนา กลุ่มเคร่งครัดก็จะมองว่าเข้ากันไม่ได้

ประเด็นอำนาจอธิปไตยสูงสุด เป็นของพระเจ้ากับเป็นของประชาชน ขัดกันหรือไม่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับคำนิยาม หากนิยามประชาธิปไตยว่า ประชาชนมีอำนาจสูงสุดเหนือทุกสิ่งแม้แต่กฎของพระเจ้า แน่นอนว่าในทางอิสลามจะถือว่าขัดกัน แต่หากมองว่า ประชาชนคือผู้ได้รับมอบอำนาจจากพระเจ้าให้มาบริหารจัดการและเลือกผู้นำตามหลักธรรมาภิบาล แน่นอนว่านี่คือรูปแบบหนึ่งที่สามารถไปด้วยกันได้

ประเด็นเสียงข้างมากถูกต้องหรือหลักการถูกต้อง ประเด็นนี้หากจะกล่าวว่าเสียงข้างมากไม่ถูกต้อง แสดงว่าเสียงข้างน้อยถูกต้องกระนั้นหรือ? ซึ่งแน่นอนว่าย่อมไม่ใช่ ดังนั้น การหยั่งเสียงคือการหาทางออกร่วมกันเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ในสังคม ประชาธิปไตยใช้เสียงข้างมากเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ เพื่อป้องกันความขัดแย้งและการใช้อำนาจเผด็จการ ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เสียงข้างมากเลือกจะต้องถูกต้องตามหลักศีลธรรมเสมอไป

หากจะเปรียบเทียบแล้วการฟังเสียงข้างมากคือใช้ตัดสินใจในเชิงบริหารหรือการอยู่ร่วมกัน ข้อควรระวัง คืออาจกลายเป็นพวกมากลากไปในทางที่ผิด ส่วนหลักการที่ถูกต้องของอิสลามใช้เป็นเข็มทิศทางศีลธรรมและศรัทธา ส่วนข้อควรระวัง คือ หากผู้ปกครองอ้างความถูกต้องโดยไม่ฟังใคร อาจกลายเป็นเผด็จการได้

ประเด็นการเลือกตั้งที่จะถึงเร็วๆ นี้ ในพื้นที่ชายแดนใต้เริ่มมีพรรคการเมืองใช้ศาสนา(อิสลาม)เป็นเครื่องมือในการหาเสียง และโจมตีพรรคคู่แข่งทางการเมือง ดังเช่นการเมืองในตั้งในหลายครั้งที่ผ่านมา สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน เพราะอ้างว่าจะตกนรกหากไปเลือกพรรคอื่นที่ไม่ใช่พรรคอิสลาม หรือจะได้เข้าสวรรค์หากเลือกพรรคเรา ฯลฯ ทั้งนี้ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียก็ใช้ศาสนาในการหาเสียงเช่นเดียวกัน

ผู้ร่วมสนทนามีความกังวลต่อประเด็นเงินเทาที่เข้ามาซื้อเสียงประชาชนในพื้นที่หนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านๆ มา ซึ่งผิดทั้งกฎหมายและผิดหลักการอิสลาม ทั้งนี้ จะโทษประชาชนและนักการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ เพราะฝ่ายที่มีหน้าที่รักษากติกาหรือรักษาความสงบเรีบยร้อยของบ้านเมืองไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองเท่าที่ควร

โดยผู้ร่วมสนทนาเรียกร้องให้พรรคการเมืองหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายนี้อย่างสร้างสรรค์ ด้วยการนำเสนอนโยบายที่แต่ละพรรคต้องการจะทำเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่มุ่งโจมตีใส่ร้ายป้ายสีพรรคคู่แข่ง เพราะการใส่ร้ายกันย่อมผิดหลักการของศาสนาอิสลามอย่างชัดเจนตามที่ทุกคนต่างก็ทราบกันดี 

 

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ จัดวงเสวนาสาธารณะในรูปแบบออนไลน์ เรื่อง สำรวจเส้นทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับอนาคตสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี เนื่องในโอกาสครบรอบ 22 ปี การปะทุขึ้นของความขัดแย้งรุนแรงระลอกใหม่ในพื้นที่ชายแดนใต้

ดำเนินรายการโดย คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย จาก The Reporters  และ คุณฟาอิก กรระสี คณะกรรมการสภาประชาสังคมชายแดนใต้ กลุ่มงานสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย

กล่าวเปิดวงเสวนาโดย คุณลม้าย มานะการ  ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้

มีวิทยากรจากหลากหลายภาคส่วนมาร่วมเสวนาพูดคุยแลกเปลี่ยนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกับอนาคตกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้ประกอบไปด้วย

รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง และที่ปรึกษาสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ซึ่งได้อธิบายการถึงปกครองโดยรัฐธรรมนูญว่าคืออะไร ในโลกมุสลิมเองมีการนำเอาระบอบที่ใช้รัฐธรรมนูญตอนไหนและอย่างไร ตลอดจนรัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับปัญหาสามจังหวัดอย่างไร

คุณณัชปกร นามเมือง จากเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (Constitution Advocacy Alliance-CALL) ได้ฉายภาพให้เห็นถึง อดีต ปัจจุบัน อนาคต ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าก่อนหน้านี้มีปรากฏการณ์อะไรที่น่าสนใจบ้าง สถานการณ์ปัจจุบันจนถึงวันลงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. 69 เป็นอย่างไร ตลอดจนทิศทางในอนาคตจะเป็นอย่างไรบ้าง และนี่จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่พวกเราใช้คูหาล้มรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหาร

คุณมูฮัมหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ จาก Projek Sama Sama กล่าวถึง Projek Sama Sama ที่เข้าร่วมกับขบวนประชาชนเดินเปลี่ยนอนาคตในช่วงเวลาก่อบยุบสภาฯ ตลอดจนอธิบายถึงหตุผลที่ร่วมรณรงค์เห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

คุณกอนีต๊ะ สะรี จากมูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ พูดในมุมของเยาชนคนรุ่นใหม่ว่าเหตุใดถึงสนใจการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเหตุใดได้ร่วมรณรงค์ให้โหวตเห็นชอบในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่จะถึงนี้

คุณซูกริฟฟี ลาเตะ ที่ปรึกษาประธานฝ่ายการเมืองและสันติภาพ ที่ The Patani กล่าวถึงในอดีตที่เคยเคลื่อนไหวเรื่อง RSD หรือ Right to Self-determination ภาษาไทยคือสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง แต่ปัจจุบันมาร่วมรณรงค์เห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นเรื่องเดียวกันคือเรื่องการกำหนดชะตากรรมตนเองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

คุณอิมรอน ซาเหาะ จากสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ม.อ.ปัตตานี และกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้ กล่าวถึง อดีตผู้สมัคร สส. ปี 2566 ที่รวมตัวกันเคลื่อนไหวจนสามารถจดทะเบียนเป็นสมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน และสามารถร่างกฎหมายสันติภาพ หรือ พรบ.สันติภาพ เสนอต่อกรรมาธิการวิสามัญสันติภาพ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหากรัฐธรรมนูญใหม่เอื้อต่อการสร้างสันติภาพแล้ว กฎหมายหมายสันติภาพอาจไม่จำเป็นต้องเสนอแล้ว แต่จากสถานการณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญปัจจุบันยังถือว่ามีความจำเป็นอยู่

รับชมวีดีโอย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ ได้จัดวงสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใต้โครงการบรรยายสาธารณะ เรื่อง ถอดบทเรียนเส้นทางร่าง พรบ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์กับนัยยะสำคัญต่อพื้นที่ชายแดนใต้

ณ สำนักงานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ชั้น 1 อาคาร 51 B ห้อง We Center พิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติและเครือข่ายเรียนรู้ท้องถิ่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

โดยมีวิทยากร 2 ท่าน จาก คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎร คือ คุณอภินันท์ ธรรมเสนา ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารสังคมและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) และคุณจตุรนต์ เอี่ยมโสภา รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี

ดำเนินรายการโดย คุณอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์/ประธานกลุ่มงานสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้

กล่าวต้อนรับโดย ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และกล่าวเปิดงานโดย คุณลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้

ประเด็นสำคัญของงานเสวนาในครั้งนี้ คือ ความเป็นมาและความสำคัญของ พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้เกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิ ความหลากหลาย และวิถีชีวิตดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทย ทั้งยังเป็นเครื่องมือทางกฎหมายเพื่อให้ความสำคัญกับการดำรงอยู่ของอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ภาษา และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยกระบวนการร่าง พ.ร.บ. มีการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน นักวิชาการ และองค์กรต่างๆ

กระบวนการร่างและบทเรียนที่ได้ คือ การผลักดันกฎหมายลักษณะนี้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางการเมืองและโครงสร้างรัฐรวมศูนย์ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องสร้างการรับรู้ในสังคมวงกว้าง ไม่ให้ถูกมองว่าเป็นกฎหมายเฉพาะกลุ่ม แต่เป็น “กฎหมายเพื่อความเสมอภาคและอยู่ร่วมกัน” มีบทเรียนจากการทำงานเชิงเครือข่ายระหว่างภาควิชาการ องค์กรประชาสังคม และกลุ่มชาติพันธุ์เอง

ส่วนนัยยะต่อพื้นที่ชายแดนใต้นั้น ประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่ง พ.ร.บ. นี้จะช่วยสร้างความมั่นใจว่ารัฐจะเคารพสิทธิในการดำเนินชีวิตตามอัตลักษณ์ เช่น ภาษา การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่น อีกทั้งยังสามารถลดความรู้สึก “ถูกกดทับ” หรือ “ถูกทำให้เป็นชายขอบ” ของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่ ที่สำคัญยังสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผ่านการยอมรับความหลากหลาย

ทั้งนี้ ความท้าทายและก้าวต่อไป คือ ความเข้าใจและการยอมรับของสังคมวงกว้าง ตลอดจนกลไกในการทำให้กฎหมายถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียง “ตัวหนังสือ” สิ่งที่สำคัญก็คือการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ ท้องถิ่น และชุมชนชาติพันธุ์

งานเสวนานี้มุ่งชี้ให้เห็นว่า พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ใช่แค่เรื่องของชนกลุ่มน้อย แต่เป็นเรื่องของ สิทธิ ความเสมอภาค และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีความหลากหลายสูง

รับชมวงสนทนาย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สันติสนทนา Ep.3 : "มองวิกฤติอิสราเอล-อิหร่าน: ความขัดแย้งที่ถึงทางตัน หรือทางออกสันติภาพ?"

ร่วมสนทนากับ

- ดร.ดวงยิหวา อุตรสินธุ์ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก วิทยาเขตอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

- ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

- ดร.รุสตั้ม หวันสู สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ดำเนินรายการโดย อิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

สันติสนทนาตอนที่ 3 สนทนากันเรื่องสงครามอิสราเอล-อิหร่าน ติดตามการวิเคราะห์บริบทภูมิหลัง วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันและตัวแสดงหลัก รวมไปถึงตัวแสดงที่เกี่ยวข้องอื่นๆ วิเคราะห์เงื่อนไขและทิศทางในอนาคต สู่สงครามที่แตกแหก/สงครามโลกหรือจะพบกับทางออกโดยสันติ ตลอดจนวิเคราะห์ผลกระทบต่อสังคมไทย/คนไทย

วันที่ 20 มิถุนายน 2568

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องศรีวังสา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา และ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ร่วมจัดงานเสวนาสาธารณะ ภายใต้หัวข้อ “20 ปี ทำไมต้องพูดคุยสันติภาพ?” ร่วมกล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงานโดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และ ผศ.ดร.สุรวุฒน์ ช่อไม้ทอง คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ภายในงานมีกำหนดการหลากหลายช่วงที่น่าสนใจ อาทิ การบรรยายพิเศษ หัวข้อ Timeline กระบวนการสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี โดย ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต่อด้วยวงเสวนาสาธารณะ เรื่อง ทำไมต้องพูดคุยสันติภาพ? ถ้าไม่คุยชายแดนใต้/ปาตานีจะเป็นอย่างไร? วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (CSCD, IPS, PSU), ผศ.ดร.มุคตาร์ อับดุลกอเดร์ และ ดร.ยูเนี่ยนสาสมีต้า สาเมาะ สถาบันปาตานีเพื่อการวิจัยและพัฒนามนุษย์ (INSANI), คุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ สมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และ คุณซุลกิฟลี ลาเต๊ะ The Patani ดำเนินรายการโดย คุณซาฮารี เจ๊ะหลง The motive

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 วงเสวนาสาธารณะที่น่าสนใจ คือ วงเสวนาเรื่อง "เสียงของคนกลางดงไฟ" วิทยากรโดย คุณรุจิรดา วงศ์แก้ว ต้นกล้าพันธุ์ใหม่, คุณปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ คณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้ (PAOW) และ คุณพาดีละห์ นิโซะ มูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา ดำเนินรายการโดย คุณลม้าย มานะการ สภาประชาสังคมชายแดนใต้

ปิดท้ายด้วยวงเสวนา เรื่อง "บอกเล่าประสบการณ์งานชายแดนใต้/ปาตานี" วิทยากรโดย คุณกนกพร ชูพันธ์ กลุ่มเพื่อนเยาวชนและคนพุทธ, คุณคนึงนิจ มากชูชิต สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา, คุณโซรยา จามจุรี เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้หรือ (Civic Women), คุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ สมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม, คุณอัสนี ดอราแม็ง องค์การเยาวชนเมืองสาย Persatuan Pemuda/Pemudi Sai - (Persai) ดำเนินรายการโดย คุณอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (CSCD, IPS, PSU)

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของงานมีการอ่านข้อเสนอแนะจากภาควิชาการและภาคประชาสังคมชายแดนใต้/ปาตานี ซึ่งมีรายละเอียดข้อเสนอดังนี้

1. ท่ามกลางสถานการณ์ของความรุนแรงชายแดนใต้/ปาตานีที่เข้มข้นขึ้นในเวลานี้ เราขอให้พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดหรือไม่ได้มีศาสนาได้โปรดอดทนอดกลั้นต่อเหตุการณ์ที่มีลักษณะยั่วยุให้เกิดความหวาดระแวงและแตกแยกระหว่างกัน  สถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ยิ่งต้องทำให้เราเห็นอกเห็นใจกัน เป็นกำลังใจให้กัน 

2. ขอให้สื่อมวลชนได้โปรดใช้ความระมัดระวังในการรายงานข่าวสารที่อาจจะกลายเป็นการเลือกปฏิบัติ ตีตรา เหมารวม หรือทำให้เป็นอื่น สร้างอคติ ความเกลียดชังระหว่างศาสนาและชาติพันธุ์

3. "เสียงจากคนใน" เสียงจากคนในพื้นที่ทั้งพุทธ มุสลิมและศาสนาอื่นพวกเราไม่เอาความรุนแรงและต้องการให้ใช้สันติวิธี เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายต้องแสดงความรับผิดชอบร่วมกันต่อกระบวนการสันติภาพโดยเฉพาะกลุ่มที่มีบทบาทในการใช้ความรุนแรง ต้องยุติการกระทำที่ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน และร่วมออกแบบอนาคตด้วยความรับผิดชอบและเกียรติภูมิ

4. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงเจตจำนงทางการเมืองอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม รัฐบาลต้องเดินหน้าการเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการด้วยท่าทีที่เปิดกว้าง ไปให้พ้นจากวาทกรรมทางการเมืองคุยกับโจรหรือวาทกรรมเรื่องตัวจริง-ตัวปลอม วาทกรรมเหล่านี้คือตัวถ่วงทำลายกระบวนการพูดคุยสันติภาพอันเป็นกระบวนการหลักสากลในพื้นที่ขัดแย้งทั่วโลก

5. สันติวิธีคือทางออกเดียวของปัญหาความขัดแย้ง  กระบวนการสันติภาพไม่ใช่เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์แต่คือการเปลี่ยนผ่านอย่างลึกซึ้งและซื่อตรง ไม่มีพื้นที่ขัดแย้งใดในโลกที่ความขัดแย้งจบลงด้วยปลายกระบอกปืน ความขัดแย้งจบลงด้วยการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ร่วมอ่านข้อเสนอโดยตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่ ประกอบไปด้วย คุณรุจิรดา วงศ์แก้ว (น้องสปาย) ผู้แทนกลุ่มต้นกล้าพันธุ์ใหม่, คุณอัสนี ดอราแม็ง ผู้แทนองค์การเยาวชนเมืองสาย Persatuan Pemuda/Pemudi Sai - (Persai), คุณฟาฏิล จามจุรี ผู้แทนเครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้หรือ (Civic Women), คุณซุลกิฟลี ลาเต๊ะ ผู้แทน The Patani และคุณพาดีละห์ นิโซะ ผู้แทนมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา

กล่าวสรุปและปิดงานโดย ดร.ฮาฟีส สาและ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สันติสนทนา EP.2 "ดับไฟใต้ : จะก้าวเดินบนยุทธศาสตร์เดิมหรือหาใหม่?"

ร่วมสนทนาโดยรศ.ดร.มารค ตามไท ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และ ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช ดำเนินรายการโดย อิมรอน ซาเหาะ

วันที่ 28 มกราคม 2568 เวลา ณ ห้องประชุมสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) ม.อ.ปัตตานี / ออนไลน์ผ่าน ZOOM

 

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

กำหนดการงานสัมมนา “สร้างเสริมสันติภาพผ่านการศึกษา: จินตนาการการขับเคลื่อนด้านการศึกษาในพื้นที่ความขัดแย้งชายแดนใต้”

 

23 มกราคม 2568

ณ ห้องประชุมปัตตานีภิรมย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

9.00 - 9.30 น      ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน

9.30 – 9.45 น      ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

                    กล่าวเปิดงาน

9.45 – 12.00 น  สัมมนา “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษากับโอกาสในการขับเคลื่อนสันติภาพในชายแดนใต้”  โดย

ผศ.ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์   สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

ดร.ยูเนียนสาสมีต้า สาเมาะ ภาควิชาภาษามลายู คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

รศ.ดร.เอกรินทร์ สังข์ทอง  อดีตคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลาครินทร์

ดำเนินรายการโดย ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช  สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 

12.00 – 13.30 น. พักรับประทานอาหารเที่ยง

13.30 – 14.30 น. นำเสนอรายงานเรื่อง “สร้างเสริมสันติภาพผ่านการศึกษาในชายแดนใต้: โอกาสและความท้าทาย” โดย 

                        Prof. Tejendra Pherali,  Professor of Education, Conflict and Peace at UCL Institute of Education, University College London

                        ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช  สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 

                        ดำเนินรายการโดย นายอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรม  สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 

14.30- 15.00 น.  ถามตอบและแลกเปลี่ยน

15.00 – 15.15 น. พักทานกาแฟ

15.15  - 16.30 น. ผู้เข้าร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยน “แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อหนุนเสริมการสร้างสันติภาพในชายแดนใต้”

 

*****************************