กระบวนการสันติภาพ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

บทวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์: ถอดรหัสความล้มเหลวของการเจรจาสันติภาพสหรัฐอเมริกา - อิหร่าน

จากวงสันติสนทนา Ep.6  : ถอดรหัสการเจรจาสงบศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน: ทำไมล้มเหลว ? เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ของคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ร่วมกับ คณะรัฐศาสตร์ และสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นการถอดรหัสเบื้องหลังการเจรจาสันติภาพที่ล้มเหลวระหว่างวันที่ 11 - 12 เมษายน 2569 ว่ามาจากปัจจัยใด และทิศทางของสถานการณ์หลังจากนี้จะดำเนินไปอย่างไร โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมแลกเปลี่ยนทรรศนะ ได้แก่

🧑‍🏫 ดร.รุสตั้ม หวันสู สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

🧑‍🏫 ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

🧑‍🏫 ผศ.ดร.อันวาร์ กอมะ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ดำเนินรายการโดย

🧝 อิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

บทวิเคราะห์ฉบับนี้ได้รวบรวมมุมมองเชิงลึกและนัยสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์ ท่ามกลางระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่สภาวะหลายขั้วอำนาจ โดยมีข้อค้นพบสำคัญที่ตอกย้ำว่า สันติภาพไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ชั่วคราวที่เกิดขึ้นแล้วจบไป แต่คือกระบวนการระยะยาวที่ต้องอาศัยกลไกค้ำประกันที่มีศักยภาพและเสถียรภาพ

ภาพรวมพลวัตความขัดแย้ง

สงครามระหว่างกลุ่มพันธมิตรสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับฝั่งอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้เกิดการโจมตีและตอบโต้กันอย่างรุนแรงยาวนานกว่า 40 วัน ก่อนจะนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในวันที่ 8 เมษายน ความพยายามทางการทูตเริ่มต้นขึ้นในการเจรจารอบแรกระหว่างวันที่ 11-12 เมษายน ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน แม้จะเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกจากการที่ทีมเทคนิคของทั้งสองฝ่ายยอมนั่งหารือในห้องเดียวกัน แต่ท้ายที่สุดกระบวนการเจรจากลับประสบความล้มเหลว ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นได้สร้างแรงกระเพื่อมโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจโลก สะท้อนได้จากราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไทยที่พุ่งสูงถึงลิตรละ 50 บาท

 ปัจจัยที่ทำให้การเจรจาชะงักงัน

การล่มสลายของโต๊ะเจรจาเกิดจากรอยร้าวเชิงยุทธศาสตร์ในหลายมิติ ได้แก่

 สภาวะขาดความไว้วางใจ: สหรัฐอเมริกาและอิหร่านต่างไม่เชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างแท้จริง

 ความแตกต่างสุดขั้วของข้อเรียกร้อง: การตั้งเงื่อนไขของสหรัฐอเมริกาจำนวน 15 ข้อ และอิหร่าน 10 ข้อ ไม่มีพื้นที่ทับซ้อนทางผลประโยชน์ที่สามารถตกลงกันได้เลย

 อิทธิพลของตัวแทรกแซงกระบวนการ: แม้อิสราเอลจะไม่อยู่ในโต๊ะเจรจา แต่ยังคงมีอิทธิพลต่อสหรัฐอเมริกา ทำให้การต่อรองซับซ้อนและถูกขัดขวาง

 ยุทธวิธีบีบบังคับทางการทูต: ท่าทีของสหรัฐอเมริกามุ่งเน้นการกดดันเพื่อให้อิหร่านยอมจำนน มากกว่าการเจรจาต่อรองอย่างจริงจัง ทำให้อิหร่านปฏิเสธที่จะลดละข้อเรียกร้อง

 ข้อจำกัดของคณะผู้แทนเจรจา: ตัวแทนของสหรัฐอเมริกาขาดอำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินใจ การต้องรอคำสั่งจากสายการบังคับบัญชาระดับสูงส่งผลให้กระบวนการขาดความคล่องตัวและประสิทธิภาพ

กรอบวิเคราะห์เชิงทฤษฎีและพฤติกรรมเชิงกลยุทธ์

การวิเคราะห์สถานการณ์ผ่านกรอบทฤษฎีความขัดแย้งช่วยอธิบายสภาวะที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ทฤษฎีความสุกงอมของความขัดแย้งชี้ว่า คู่ขัดแย้งจะเข้าสู่การเจรจาอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายบอบช้ำอย่างหนักและตระหนักว่าอำนาจทางทหารไม่สามารถสร้างชัยชนะได้ นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านความขัดแย้งยังเป็นกระบวนการที่ลึกซึ้งและต้องใช้เวลา

พฤติกรรมบนโต๊ะเจรจายังมีลักษณะคล้ายเกมวัดใจและกับดักนักโทษ กล่าวคือ ต่างฝ่ายต่างแข่งขันกันโดยไม่ยอมถอย เพราะเกรงว่าฝ่ายที่ยอมก่อนจะสูญเสียอำนาจต่อรอง และด้วยความไร้ความเชื่อใจ ทั้งคู่จึงเลือกยุทธศาสตร์ที่ไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งเมื่อประเมินผลลัพธ์ความเป็นไปได้ จะพบว่า

 - หากทั้งคู่ยอมประนีประนอม จะเกิดข้อตกลงที่ทุกฝ่ายพึงพอใจและสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน

 - หากสหรัฐอเมริกายอมแต่อิหร่านไม่ยอม สหรัฐอเมริกาจะเสียบารมีและอิหร่านจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ

 - หากสหรัฐอเมริกาไม่ยอมแต่อิหร่านยอม สหรัฐอเมริกาจะได้ชัยชนะเต็มที่ขณะที่อิหร่านสูญเสีย

 - หากทั้งคู่ไม่ยอมประนีประนอมดังเช่นสถานการณ์ปัจจุบัน จะนำไปสู่สงครามที่ยืดเยื้อและสร้างความเสียหายสูงสุดต่อทุกฝ่าย

บทบาทของผู้เล่นระดับโลกและภูมิรัฐศาสตร์

ปากีสถาน:ทำหน้าที่จัดเตรียมพื้นที่เจรจาและรักษาความปลอดภัย แต่ด้วยข้อจำกัดด้านความเป็นอิสระและศักยภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้บทบาทตัวกลางยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

 จีน: ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญที่อาจทำหน้าที่ผู้ค้ำประกันข้อตกลง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ อย่างไรก็ตามยังต้องประเมินท่าทีการยอมรับจากฝั่งสหรัฐอเมริกา

 อิสราเอล: เป็นตัวแปรหลักที่ทำให้การเจรจายากขึ้น เนื่องจากไม่ยอมรับผลการเจรจาและพยายามแทรกแซงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง

 ประเทศในภูมิภาคและยุโรป: สนับสนุนแนวทางการทูตและพยายามสกัดกั้นไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งลุกลาม

ฉากทัศน์อนาคตและผลกระทบระดับมหภาค

ทิศทางของความขัดแย้งสามารถประเมินได้ใน 3 ฉากทัศน์หลัก คือ

 1. การเจรจาทางการทูตดำเนินการต่อผ่านตัวกลางและการมีส่วนร่วมของมหาอำนาจอื่น ซึ่งมีโอกาสนำไปสู่การลดความตึงเครียดหรือการหยุดยิงชั่วคราว

 2. สงครามยืดเยื้อจากการเจรจาที่ล้มเหลว ซึ่งฝ่ายที่มีความทนทานมากกว่าอย่างอิหร่านอาจชิงความได้เปรียบในระยะยาว

 3. ความขัดแย้งขยายวงกว้างลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาคหรือระดับโลก โดยมีมหาอำนาจอื่นเข้าร่วม

ผลกระทบที่ตามมาคือความผันผวนอย่างหนักของราคาพลังงาน หากสถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะกระทบต่อตลาดพลังงานโลกอย่างรุนแรง โดยราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งทะยานถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อสถานะมหาอำนาจของสหรัฐอเมริกาถูกท้าทาย สวนทางกับบทบาทและการแสดงอิทธิพลของจีนที่เพิ่มสูงขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์เบื้องต้นต่อสังคมไทยในภาพรวม

ความล้มเหลวของการเจรจาสงบศึกสะท้อนความซับซ้อนของความขัดแย้งที่เชื่อมโยงกันทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก สถานการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบอำนาจโลกที่ก้าวเข้าสู่ยุคของมหาอำนาจหลายขั้วอย่างเต็มรูปแบบ วิกฤตดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นคลื่นกระแทกที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยตรง สังคมไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมและปรับตัวดังนี้

 ระดับนโยบายภาครัฐ: ต้องเร่งวางกลยุทธ์รับมือผลกระทบด้านพลังงานและเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การจัดหาทางเลือกพลังงานสำรอง เช่น การขุดเจาะแหล่งพลังงานใหม่ หรือการเร่งพัฒนาพลังงานทางเลือก เป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อลดการพึ่งพิงตลาดโลกที่เปราะบาง

 ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม: ควรเตรียมแผนรับมือกับต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่งที่มีความผันผวนสูง การกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานและการรักษาสภาพคล่องทางการเงินจะช่วยให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นต่อสภาวะแทรกซ้อนทางเศรษฐกิจ

 ภาคประชาชน: ต้องตระหนักถึงแนวโน้มของค่าครองชีพและราคาสินค้าที่อาจปรับตัวสูงขึ้น การปรับพฤติกรรมการบริโภคพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการวางแผนการเงินอย่างรัดกุม คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกภาคส่วนของสังคมไทยสามารถรับมือและก้าวผ่านความท้าทายจากผลกระทบของความขัดแย้งระดับโลกครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคง

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่ 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้บริหารและบุคลากรของสถาบันสันติศึกษา ได้เข้าร่วมงานสัมมนาโครงการวิจัย “การเพิ่มบทบาทของประชาชนในการมีส่วนร่วมต่อกระบวนการสันติภาพในพื้นที่จังหวัดสงขลา” จัดโดย สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

การสัมมนาโครงการวิจัยในครั้งนี้เพื่อขับเคลื่อนกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างสันติภาพจากฐานราก หรือแนวคิด (Peace from Below) ที่เน้นการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล ได้บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “ความหมายของความขัดแย้ง ความรุนแรง และแนวคิดกระบวนการมีส่วนร่วม” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าใจรากเหง้าของความขัดแย้ง และการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีบทบาทในการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

นอกจากนี้ ดร.อภิญญา ดิสสะมาน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ ได้จัดกระบวนการ Focus Group เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมในการกำหนดแนวทางสร้างสันติภาพร่วมกัน พร้อมออกแบบกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมุ่งเน้นให้กระบวนการสันติวิธีไม่เป็นเพียงรูปแบบเชิงสัญลักษณ์ แต่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในระดับวิถีชีวิตของชุมชน

ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชน และวางรากฐานกระบวนการสันติภาพที่ยั่งยืน ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสู่ความสงบสุขอย่างมั่นคงในระยะยาว

ข่าวและภาพโดย สถาบันพระปกเกล้า

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ความท้าทายของกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด -19

ฟารีดา ปันจอร์

อาจารย์นักวิจัย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา

 

สาระสังเขป 

สถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดมาตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นปรากฏการณ์ที่สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตผู้คนชายแดนใต้เป็นอย่างมากทั้งการเดินทาง การประกอบอาชีพ และการศึกษา นอกจากนี้ ยังกระทบต่อกระบวนการสร้างสันติภาพ/สันติสุขในแง่ของความต่อเนื่องในการดเนินการ เนื่องจากมีอุปสรรคด้านการปิดพรมแดนระหว่างไทย-มาเลเซียเนื่องจากความรุนแรงของโรคระบาด อย่างไรก็ตามการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุข ภายใต้สถานการณ์ที่เปราะบางยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่ายในการแสวงหาสันติภาพที่ยั่งยืน

 

ที่มา RUSAMILAE JOURNAL

 

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

19 สิงหาคม 2563 เวลา 13.00 - 17.00 น.

ณ ห้องประชุมสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้

ช่วงที่ 1 : การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้

1. โครงการวิจัย เรื่อง การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจในการพัฒนาอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดย ดร.ชาคร ประพรหม

2. โครงการวิจัย เรื่อง โครงการเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลาและ นราธิวาส) ในการรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดย อ.วาสนา คงขันธ์ และคณะ

3. โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการยกระดับผลการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนขยายโอกาส : กรณีศึกษานวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) โดย ดร.รัชดา เชาวน์เสฏฐกุล

ช่วงที่ 2 : กระบวนการสันติภาพ/สันติสุขสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

1. โครงการวิจัย เรื่อง ชุมชนเยียวยาจิตใจผู้เสียหาย/ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบด้วยกระบวนการประยุกต์ศาสตร์สมอง โดย ผศ.ดร.ปรียา แก้วพิมล และคณะ

2. โครงการวิจัย เรื่อง บทบาทภาคประชาสังคมกับการสร้างสันติภาพในบริบทอาเซียน กรณีศึกษาประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย โดย ดร.ฆายนีย์ ช.บุญพันธ์

3. โครงการวิจัย เรื่อง การวิจัยและพัฒนา เยียวยา สมานฉันท์ และสร้างสรรค์ชุมชนสุขภาวะชายแดนใต้ โดย ดร.มายือนิง อิสอ

ดำเนินรายการ : ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


ติดตามบันทึกได้ที่ Facebook Live : https://www.facebook.com/watch/?v=639162336979997&extid=hJZvr3MtANKWWVPg

 

ประเภทเนื้อหา
เนื้อหา

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอเชิญร่วมงาน

12 ปี CSCD กับทิศทางความรู้เรื่องชายแดนใต้

วันที่ 18-19 สิงหาคม 2563 เวลา 13.00 - 17.00 น. ณ อาคารสถานวิจัยความขัดแย้งฯ ม.อ.ปัตตานี


กำหนดการ

วันที่ 18 สิงหาคม 2563 เวลา 13.00 - 17.00 น.

  1. บรรยายพิเศษ : “สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ : จากจุดเริ่มต้นสู่ความเข้มแข็งในอนาคต” โดย รศ.ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

  2. เปิดตัวหนังสือ ผู้เขียน:  ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ 

    • ระเบียบวิธีวิจัย : วาทกรรมว่าด้วยวิธีวิทยาในการวิจัยทางรัฐศาสตร์ นโยบายศาสตร์ และสันติศึกษา

    • การเมืองการปกครองและการจัดการความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปาตานี)​​​​​​​​

  3. เสวนาสะท้อนคิดจากหนังสือ 

    • ศ.ดร.ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวันแก้ว คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    • ผศ.ดร.สุกรี หลังปูเต๊ะ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี

    • รอมฎอน ปันจอร์ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch)

  4. เสวนา : พื้นที่กลางและสนามของความรู้ในความขัดแย้งชายแดนใต้

    • พลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

    • นัจมุดดีน อูมา โครงการพื้นที่กลางสร้างสันติภาพจากคนใน (IPP)

    • ลม้าย มานะการ คณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้

    • แวอิสมาแอล์ แนแซ ผู้อำนวยการวิทยาลัยประชาชน

    • สมเกียรติ จันทรสีมา ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

    • ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งฯ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์



วันที่ 19 สิงหาคม 2563 เวลา 13.00 - 16.30 น.

วงเวียนวิจัย ครั้งที่ 6 : นำเสนอผลการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2562

  1. การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจในการพัฒนาอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดย ดร.ชาคร ประพรหม

  2. การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) ในการรับรองการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดย ดร.วาสนา คงขันธ์และคณะ

  3. การพัฒนาการคิดเชิงสมานฉันท์ของผู้เรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดย ดร.ธีระยุทธ รัชชะและคณะ

  4. การพัฒนารูปแบบการยกระดับผลการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนขยายโอกาส : กรณีศึกษานวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) โดย ดร.รัชดา เชาวน์เสฏฐกุล

  5. ชุมชนเยียวยาจิตใจผู้เสียหาย/ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบด้วยกระบวนการประยุกต์ศาสตร์สมอง โดย ผศ.ดร.ปรียา แก้วพิมลและคณะ

  6. บทบาทภาคประชาสังคมกับการสร้างสันติภาพในบริบทอาเซียน กรณีศึกษาประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนิเซียและไทย โดย ดร.ฆายนีย์ ช. บุญพันธ์ (Online)

  7. การวิจัยและพัฒนา เยียวยาสมานฉันท์ และสร้างสรรค์ชุมชนสุขภาวะชายแดนใต้ โดย ดร.มายือนิง อิสอ

ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

Publication: ภาคประชาสังคมกับรัฐในความขัดแย้งและกระบวนการสันติภาพบังซาโมโร

วารสาร:

  • วารสารเอเชียปิทัศน์
  • ปีที่ 38/2 (2560) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ และประวัติศาสตร์บาดแผล

ปีที่พิมพ์:

  • 2562

ผู้เขียน:

  • ฟารีดา ปันจอร์

รายละเอียด:

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ และประวัติศาสตร์บาดแผล: ภาคประชาสังคมกับรัฐในความขัดแย้งและกระบวนการสันติภาพบังซาโมโร

เว็บที่เกี่ยวข้อง:

  • http://www.ias.chula.ac.th/ias/th/Publishing-Asia-Paritas-Detail.php?id=66

ดาวน์โหลดเอกสาร:

  • https://drive.google.com/open?id=1FPJhVT9pr8Kixz1Pt4PxLTmZ7fPBZsd4