กระบวนการสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสะบารัง โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ผ่านกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ได้ดำเนินโครงการเครือข่ายผู้บริโภคสื่อ ตรวจสอบข่าวลวง และร่วมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้แกนนำเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ มีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ สามารถเฝ้าระวังและตรวจสอบข่าวลวง หรือข้อมูลบิดเบือน ตลอดจนร่วมสร้างกลไกและพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสานความร่วมมือ เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันจะนำไปสู่การหนุนเสริมกระบวนการสร้างสังคมสันติสุขอย่างสร้างสรรค์

ปัจจุบัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของข่าวลวง (Fake News) และข้อมูลบิดเบือน (Misinformation & Disinformation) ในสื่อสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สร้างความขัดแย้งในสังคมอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เปราะบางอย่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางอำเภอของจังหวัดสงขลา) ซึ่งมักมีการนำประเด็นอ่อนไหวทางด้านประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ศาสนา และอัตลักษณ์ความเป็นมลายู มาผลิตเป็นข่าวลวงเชิงวาทกรรม ก่อให้เกิดอคติและความเข้าใจผิดระหว่างพหุวัฒนธรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคง วิถีชีวิต และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะสถาบันวิชาการในพื้นที่ ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินโครงการนี้ขึ้น โดยมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตามกรอบสากล เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนพลังผู้บริโภคสื่อและสร้างแกนนำเยาวชนในพื้นที่ให้มีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล อย่างไรก็ดี การจะสร้างกลไกเฝ้าระวังและการกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพนั้น ไม่อาจดำเนินงานได้โดยลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคความมั่นคง ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมอย่างเป็นระบบ ทางคณะทำงานจึงได้จัดเวทีประชุมครั้งนี้ขึ้นเพื่อนำผลจากการทบทวนวรรณกรรมและการสัมภาษณ์เชิงลึกมาเป็นฐานข้อมูลตั้งต้น ในการร่วมกันออกแบบนโยบายและแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนในปัจจุบัน

กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน เช่น เวทีเสวนา และระดมความคิดเห็น (ช่วงที่ 1): "การร่วมออกแบบและกำหนดแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายผู้บริโภคสื่อ ตรวจสอบข่าวลวง และร่วมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้" นำเสนอผลการทบทวนวรรณกรรมและข้อค้นพบจากการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาข่าวลวงและวาทกรรมในพื้นที่ ระบุบทบาทของแต่ละหน่วยงานในการสนับสนุนเครือข่าย วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, รศ.เจ๊ะเหลาะ แขกพงศ์, ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่, ผศ.ดร.อาทิตยา สมโลก, ผศ.ดร.กฤษดี พ่วงรอด และ ดร.สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์

เวทีระดมความคิดเห็น (ช่วงที่ 2): "การเชื่อมโยง บูรณาการแผนงานร่วมกัน" วางกลไกประสานงานระหว่าง ม.อ., ภาครัฐ (ศอ.บต./กอ.รมน.), ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ออกแบบช่องทางรับ – ส่งข้อมูลการเตือนภัยข่าวลวงร่วมกัน วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, รศ.เจ๊ะเหลาะ แขกพงศ์, ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่, ผศ.ดร.อาทิตยา สมโลก, ผศ.ดร.กฤษดี พ่วงรอด และ ดร.สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์

การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop): "การกำหนดหลักเกณฑ์ และคัดเลือกเยาวชน ประชาชน เข้าร่วมโครงการ" กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติแกนนำเฝ้าระวัง 3 จังหวัด วางแผนการกระจายสัดส่วนผู้เข้าร่วมอบรมในระดับอำเภอ  วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, รศ.เจ๊ะเหลาะ แขกพงศ์, ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่, ผศ.ดร.อาทิตยา สมโลก, ผศ.ดร.กฤษดี พ่วงรอด และ ดร.สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์

"การสรรหาบุคคลเพื่อจัดตั้งคณะที่ปรึกษาโครงการ และกำหนดกลไกการให้คำปรึกษาแก่สมาชิกเครือข่ายเฝ้าระวัง" เสนอรายชื่อบุคคลสำคัญในพื้นที่เพื่อแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาโครงการ สรุปข้อตกลงและกลไกการทำงานร่วมกันในระยะต่อไป วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, รศ.เจ๊ะเหลาะ แขกพงศ์, ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่, ผศ.ดร.อาทิตยา สมโลก, ผศ.ดร.กฤษดี พ่วงรอด และ ดร.สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์

ขอบคุณภาพจาก สำนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และพันธกิจสังคม - OMS 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569 ณ ห้องฟาฏอนี โรงแรมซี เอส ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมจัดการประชุมเพื่อรับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่เมืองชายแดนและการสร้างสันติสุข โดยมีผู้แทนจากสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมให้ข้อมูลและสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้

เวทีครั้งนี้เป็นการจัดเวทีระดมความคิดเห็นครั้งที่ 4 ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้มีการจัดเวทีในลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้แล้วในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส และยะลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายใต้โครงการวิจัย เรื่อง “การยกระดับระเบียงเศรษฐกิจร่วมไทย-มาเลเซีย Deep South Economic Corridor” ภายใต้กรอบวิจัย “การยกระดับเศรษฐกิจร่วมของพื้นที่เมืองชายแดน” หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2568

มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษและการยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ ตลอดจนแสวงหากลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนบนฐานวัฒนธรรมอัตลักษณ์ที่หลากหลาย

กิจกรรมในครั้งนี้กล่าวต้อนรับโดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และแนะนำโครงการโดย ผศ.ดร.ปรัตถ พรหมมี คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยคณะโครงการวิจัยได้รับเกียรติจาก คุณภมรรัตน์ ตันสงวนวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการพัฒนาสังคม ธนาคารโลกประจำประเทศไทย มาบรรยายในรูปแบบออนไลน์ หัวข้อ “โอกาสและความท้าทายของการพัฒนาเศรษฐกิจร่วม ไทย-มาเลเซีย กับการสร้างสันติภาพและการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้”

นอกจากนี้ ดร.ขดดะรี บินเซ็น ประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ได้ให้เกียรติบรรยายในหัวข้อ “ความสำคัญและบทบาทของสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับการพัฒนาเศรษฐกิจและการสร้างสันติสุขชายแดนใต้” และ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา บรรยายในหัวข้อ "ชายแดนใต้และระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้" พร้อมเปิดวงพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้และรับฟังความคิดเห็นตลอดจนข้อเสนอแนะจากผู้แทนสมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

หัวข้องานเสวนาทางวิชาการ

"22 ปี จชต. ถอดบทเรียนความมั่นคง สู่พื้นที่ปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืน"


ความร่วมมือ 4 สถาบัน

  1. คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา

  2. สถาบันพระปกเกล้า

  3. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

  4. มหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันยุทธศาสตร์ความมั่นคงและสันติภาพสุวรรณภูมิ


วัน เวลา และสถานที่

  • วันเสวนา: วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569

  • สถานที่: ณ ห้องประชาธิปก ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

 


ประธานและผู้กล่าวรายงาน

  • พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ (รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง) — ประธานพิธีเปิดการเสวนา

  • นายสมบูรณ์ หนูนวล (ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา) — กล่าวรายงาน

  • รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ (เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า)


วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ

ปาฐกถาพิเศษ

  • พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร (อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขคนแรก)

วิทยากร

  • ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี (สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผู้กำกับดูแลศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้)

  • ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง (อัยการพิเศษ ฝ่ายประจำสำนักงานอัยการสูงสุด)

  • นายศัณสวีร์ สืบแสง (ผู้เชี่ยวชาญด้านสันติภาพ มนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน ผู้ลี้ภัย ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)

ผู้ดำเนินรายการ

  • นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ (อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวไทยพีบีเอส และพิธีกรอิสระ)


ประเด็นสำคัญในการเสวนา

  • การพัฒนาแนวคิดพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone)

  • การส่งเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข (Dialogue Space)

  • การบูรณาการในนโยบายความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม


วัตถุประสงค์

  • ทบทวนสถานการณ์ด้านความมั่นคงและบทเรียนตลอด 22 ปีในพื้นที่ จชต.

  • แลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางสู่สันติสุขที่ยั่งยืน

  • เสริมสร้างความเข้าใจด้านความมั่นคงแบบบูรณาการ

  • สนับสนุนบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการกำหนดนโยบายและติดตามการบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพ


กลุ่มเป้าหมาย

  • สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

  • หน่วยงานภาครัฐและความมั่นคง

  • นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ

  • ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน

  • ประชาชนทั่วไปที่สนใจ


ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์ ตัวแทนสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ได้เข้าร่วมสัมมนาภายใต้โครงการวิจัย “การเพิ่มบทบาทของประชาชนในการมีส่วนร่วมต่อกระบวนการสันติภาพในพื้นที่จังหวัดปัตตานี” ณ โรงแรม ซี เอส ปัตตานี จัดโดย สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อผลักดันแนวคิด “สันติภาพจากฐานราก” (Peace from Below) ผ่านการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม มุ่งหวังให้ประชาชนเป็นพลังสำคัญในการร่วมออกแบบแนวทางสร้างสันติสุขที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนอย่างแท้จริง

ภายในงาน นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ได้บรรยายในหัวข้อ “ความหมายของความขัดแย้ง ความรุนแรง และแนวคิดกระบวนการมีส่วนร่วม” โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจต้นตอของปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำว่าการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา ถือเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการสันติภาพที่ยั่งยืน

ดร.อภิญญา ดิสสะมาน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล ได้ดำเนินกิจกรรม Focus Group เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนาในการร่วมกันออกแบบกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมุ่งเน้นให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้กระบวนการสันติวิธีไม่เป็นเพียงแนวคิดเชิงสัญลักษณ์ แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในระดับชุมชนและวิถีชีวิตของประชาชน

โดยการจัดสัมมนาครั้งนี้สะท้อนบทบาทของสถาบันพระปกเกล้าในการส่งเสริมกระบวนการสันติภาพอย่างมีส่วนร่วม และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชน เพื่อร่วมกันวางรากฐานสังคมแห่งสันติสุข ความเข้าใจ และความมั่นคงอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

หลังสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติตั้ง “ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์” ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข แทน “พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา” อดีตเลขาธิการ สมช. ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งในรัฐบาล “อนุทิน 1” แต่ต้องพ้นหน้าที่ดังกล่าวเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

สำหรับ “ฐนัตถ์” ถือเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ พลเรือน คนที่ 2 โดย นับจาก “ฉัตรชัย บางชวด”เลขาธิการ สมช. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะดังกล่าว เมื่อครั้งเป็นรองเลขาธิการ สมช. ในปี 2566 สมัยรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน

ผศ.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มองว่า การแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ซึ่งยังไม่ได้เกษียณอายุราชการ สะท้อนแนวทางที่รัฐบาลต้องการให้การเมืองนำการทหาร นับเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในทางที่ดี

ทั้งยังเคยมีบทบาทอยู่เบื้องหลังของปัญหาชายแดนมานาน ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งผ.อ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ จึงเชื่อว่าทิศทางการทำงานน่าจะชัดเจนขึ้น รวมถึงความต่อเนื่องในแนวทางของนโยบายที่ได้มีการร่วมทำกันมาก่อนหน้านี้ว่าจะมีการทบทวน แก้ไข หรือเสริมต่อให้ดีขึ้น

"พูดคุยสันติสุข" ช่วยลดความขัดแย้ง?

เคยมีการคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการล้มเหลวของการใช้แนวทางคณะพูดคุยสันติสุข 10 กว่าปี แต่กลับไม่สามารถคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งได้ แนวทางนี้ควรต้องแก้ไข หรือเพิ่มเติมอย่างไร…

ผศ.ศรีสมภพ กล่าวว่า กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในรูปแบบ "เปิดเผย-บนโต๊ะครั้งแรกเมื่อปี 2556 ที่มีความต่อเนื่องทางนโยบาย จะเห็นว่าระดับของเหตุการณ์ความไม่สงบลดลงก่อนปี 2556 ดังนั้นจึงยังไม่ได้เป็นการล้มเหลวทางนโยบาย แต่ต้องยอมรับว่าความแปรปรวน และความไม่แน่นอนยังมีอยู่

ข้อสำคัญแรก “หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข” จะต้องทบทวนยุทธวิธี วิธีการ รวมทั้งเครื่องมือที่เคยใช้ ตั้งแต่คณะพูดคุยสันติสุขชุดที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเอกสารต่าง ๆ ว่ามีการพูดคุย ตกลง หรือไม่ตกลงอะไรไป เพื่อปรับปรุงแก้ไข หรือเพิ่มเติมในส่วนที่ต้องทำให้เหมาะสมกับปัจจุบัน โดยต้องมีแผนปฏิบัติการร่วม และข้อปฏิบัติการร่วมให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม

“คณะพูดคุยสันติภาพ ไม่ได้ทำงานเริ่มจากศูนย์ แต่มีการพูดคุยต่อเนื่องกันมายาวนานพอสมควร อย่างน้อยก็คือ 10 ปีที่ผ่านมา มีความต่อเนื่อง มีฐานความรู้ฐานประสบการณ์ซึ่งสามารถนำมาทบทวนได้ เพื่อลดหรือยุติความรุนแรงในพื้นที่ได้ตามข้อเรียกร้องของคนในพื้นที่”

กลยุทธ์สำคัญจะต้องไปคุยเนื้อหาสาระการแก้ปัญหาจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เห็นต่าง รัฐ ประชาชนในพื้นที่ ภาคประชาสังคม ผู้นำท้องถิ่น แม้กระทั้งพี่น้องชาวพุทธ และมุสลิม เพื่อหาข้อปัญหาหลักที่จะแก้ไข และหาทางออกอย่างสันติ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญของการสร้างพื้นที่ทางการเมืองร่วมกัน รับฟังข้อคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อนำมาปรับ

 

เปลี่ยนขั้ว "สายทหาร" เป็น "สายการเมือง"

ถ้าถามว่าการที่รัฐบาลเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะสันติสุขจากสายทหาร มาขั้วสู่สายพลเรือน อาจส่งผลผลกระทบของกองทัพภาคที่ 4 ควรจะเป็นไปในทิศทางใด...

ผศ.ศรีสมภพ มองว่า ในแง่บทบาทของฝ่ายทหาร โดยเฉพาะแม่ทัพภาคที่ 4 ที่มีความมั่นคงในพื้นที่ก็อาจจะส่งผลกระทบ ดังนั้นหัวใจสำคัญการทำงานจะต้องมีการพูดคุย และสร้างความ สัมพันธ์ต้องราบรื่น เนื่องด้วยที่ผ่านมาแม่ทัพภาคที่ 4 ก็อยู่ในคณะพูดคุยสันติสุขด้วยทุกครั้ง

ในขณะที่รัฐบาลให้อำนาจ "วันมูหะมัดนอร์ มะทา" ในฐานะประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี สั่งการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้เชื่อว่าจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ และสร้างการร่วมมือกันได้ เนื่องด้วยเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับสูงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะชาวมลายูและมุสลิม ดังนั้นหาก "วันมูหะมัดนอร์ มะทา" ได้แสดงบทบาทการทำงานได้อย่างเต็มที่จะเป็นเหมือนโซ่ข้อกลางที่เชื่อมความสัมพันธ์เพื่อให้การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

"ที่สำคัญคือ จะต้องลดความรู้สึกไม่ไว้วางใจในเหตุการณ์ต่าง ๆ สร้างความยุติธรรมให้ปรากฏ สืบสาวเรื่องราวอย่างยุติธรรม ถ้าท่านวันนอร์ มีบทบาทตรงนี้ได้ ก็จะช่วยสร้างความเข้าใจ และความเชื่อมั่นไว้วางใจระหว่างพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ อย่างเต็มที่ และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้"

 

ที่มา : thaipbs

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “How to Create and Design Conflict Monitoring Database in the Deep South of Thailand and in Papua, Indonesia” ณ ห้องประชุมสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ ม.อ.ปัตตานี

กล่าวเปิดงานโดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา โดยมี ผศ.ดร..ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และทีมงานฐานข้อมูลชายแดนใต้ นำเสนอเกี่ยวกับฐานข้อมูลความขัดแย้ง Deep South Watch Conflict Incident Database และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำฐานข้อมูลให้กับ ทีมของมหาวิทยาลัย Driyakara School of Philosophy ai Indonesia

นอกจากนี้ยังทีมจากตัวแทนสมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม นำเสนอเรื่องฐานข้อมูล Database of Human Rights Violations in Southern Border Provinces Thailand.

โดยมี Dr.Budi Hernawan, Senior Lecturer Centre for Conflict and Humanitarianism Driyarkara School of Philosophy, Jakarta,Indonesia เข้าร่วมที่ห้องประชุม CSCD โดยมีทีมงานที่เข้าร่วมประชุมออนไลน์ผ่านระบบ ZOOM จากประเทศอินโดนีเซีย และได้นำเสนอเกี่ยวกับความเป็นมาขององค์กร และเป้าหมายขององค์กรในอนาคต โดยได้ขอคำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อนำไปปรับใช้ในบริบทของ West Papua/Indonesia ทั้งนี้ มีการตกลงเกี่ยวกับการร่วมมือในอนาคตเพื่อการพัฒนาฐานข้อมูลต่อไป

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สันติภาพที่สั่นคลอน…ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
เมื่อความไม่สงบยังไม่จบ และเศรษฐกิจกำลังกดทับชีวิตผู้คน

เราจะ “รอ” หรือจะ “ร่วมสร้างทางออก” ไปด้วยกัน

🗓️ วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน 2569
⏰เวลา 09.00 – 18.00 น.
📍 ห้องประชุม โรงแรมอ่าวมะนาวรีสอร์ทนราธิวาส

ขอเชิญร่วมเวทีเสวนา แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันหาทางออก
กับวิทยากรจากหลากหลายภาคส่วน
👉🏻รอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
👉🏻ละม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้
👉🏻อายุบ เจ๊ะนะ รองประธานมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา

👉🏻 ดำเนินรายการโดย อิมรอน ซาเหาะ CSCD ม.อ.ปัตตานี


เปิดพื้นที่ให้ทุกเสียงได้มีความหมาย
ทั้งการฟัง วิเคราะห์ และร่วมออกแบบ “อนาคตของพื้นที่”

เพราะอนาคตของชายแดนใต้…ต้องไม่ถูกกำหนดโดยความเงียบ

เพราะ "สันติภาพ" ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือเรื่องของเราทุกคน 🕊️🧡

ภาพบรรยากาศความร่วมมือร่วมใจจากกิจกรรมเสวนาและการลงพื้นที่ในหัวข้อ "สันติภาพที่สั่นคลอน: แก้ก่อนจะสายเกินไป"

วันนี้พวกเรามารวมตัวกันด้วยเจตจำนงที่แน่วแน่ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและสะท้อนปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ เพราะเราเชื่อว่าสัญญาณของความไม่สงบที่สั่นคลอนอยู่นั้น หากเราเพิกเฉย ปัญหาก็จะยิ่งฝังรากลึก การร่วมมือกัน "แก้" ในวันนี้ จึงเป็นการปกป้องอนาคตให้ลูกหลานของเรา

ขอบคุณทุกเสียงสะท้อน ทุกรอยยิ้ม และความเชื่อมั่นที่ส่งต่อให้กัน ก้าวต่อไปคือการนำชุดความคิดเหล่านี้ไปผลักดันให้เกิดผลจริง!

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจาสันติภาพ 

บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568

** อ่านฉบับเต็มออนไลน์ได้ที่:** คลิ๊ก  ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับเทศบาลนครยะลา และธนาคารโลกประจำประเทศไทย ได้จัดเวทีระดมความคิดเห็นหัวข้อ “การศึกษาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้กับการสร้างสันติภาพและการพัฒนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ณ ห้องประชุมอรุณสวัสดิ์ เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา

เวทีครั้งนี้เป็นการจัดเวทีระดมความคิดเห็นครั้งที่ 3 ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้มีการจัดเวทีในลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้แล้วในจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในโครงการวิจัย “การยกระดับระเบียงเศรษฐกิจร่วมไทย-มาเลเซีย (Deep South Economic Corridor)” ภายใต้กรอบวิจัย “การยกระดับเศรษฐกิจร่วมของพื้นที่เมืองชายแดน” หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

สำหรับวัตถุประสงค์โครงการคือเพื่อศึกษาปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษและการยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตลอดจนแสวงหากลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนบนฐานวัฒนธรรมอัตลักษณ์ที่หลากหลาย

ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้แทนสภาหอการค้าจังหวัดยะลา นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ SME ผู้แทนสมัชชาสุขภาพจังหวัดยะลา และภาคประชาสังคมในจังหวัดยะลา เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่

โอกาสและความท้าทายในการยกระดับโอกาสทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

การพัฒนาและเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจชายแดนไทย–มาเลเซีย

การเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนา

ในโอกาสนี้ นายพงษ์ศักดิ์  ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้บรรยายหัวข้อ “การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจร่วมไทย-มาเลเซีย กับโอกาสและความท้าทายในการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ชายแดน” โดยชี้ให้เห็นถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของพื้นที่และข้อเสนอยุทธศาสตร์การยกระดับเศรษฐกิจชายแดนไทย-มาเลเซียควบคู่กับการพัฒนาโดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ต่อด้วยการนำเสนอ “ภาพรวมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้กับการสร้างสันติภาพและการพัฒนาพื้นที่” โดย คุณภมรรัตน์ ตันสงวนวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการพัฒนาสังคม ธนาคารโลกประจำประเทศไทย

การระดมความคิดเห็นในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการกับนโยบายสาธารณะ และการพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะการผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–มาเลเซียให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างพื้นที่กลางสำหรับการรับฟังเสียงของประชาชน และการออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่อย่างแท้จริง เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ครอบคลุม และสันติภาพชายแดนใต้ที่ยั่งยืน

[English]

IPS and Faculty of Economics, PSU, Convene Stakeholder Consultation to Advance Thailand’s Deep South Economy toward Sustainable

On 14 March 2026, the Center for Conflict Studies and Cultural Diversity (CSCD), Institute for Peace Studies and the Faculty of Economics, Prince of Songkla University (PSU), in collaboration with Yala City Municipality and the World Bank Thailand, organized a stakeholder consultation workshop on “The Southern Economic Corridor and Peacebuilding in Thailand’s Deep South” at the Yala City Municipality Office, Yala Province.

The workshop was part of the research project “Enhancing the Thailand–Malaysia Joint Economic Corridor (Deep South Economic Corridor),” supported by the Program Management Unit on Area-Based Development (PMU A), Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation. The project aims to examine the key factors driving economic development in Thailand’s southern border region, while identifying mechanisms for collaboration among the public sector, private sector, and civil society to promote economic growth alongside sustainable peacebuilding, grounded in the region’s diverse cultural identities.

Participants included representatives from the Yala Chamber of Commerce, business leaders, SME entrepreneurs, and civil society organizations. Discussions focused on key issues, including:

Opportunities and challenges in expanding economic opportunities and improving people’s quality of life

Strengthening Thailand–Malaysia cross-border economic cooperation

Promoting economic security alongside sustainable peacebuilding

Encouraging public participation in shaping development directions

On this occasion, Mr. Pongsak Yingchoncharoen, Mayor of Yala City Municipality, delivered a presentation on “The Thailand–Malaysia Joint Economic Corridor: Opportunities and Challenges for the Development of the Southern Border Region,” highlighting the area’s economic potential and proposing strategic directions aligned with local needs. This was followed by a presentation on “Southern Economic Development and Peacebuilding” by Pamornrat Tansanguanwong, Senior Social Development Specialist at the World Bank Thailand.

The consultation reflects a strong commitment to integrating academic knowledge with public policy and area-based development. It also underscores the importance of Thailand–Malaysia economic cooperation as a key mechanism for expanding opportunities, reducing inequalities, and fostering sustainable peace in the southern border provinces. The workshop represents an important step toward inclusive public engagement and the development of context-responsive policies that contribute to long-term peace and sustainable development in the region.

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา จับมือคณะเศรษฐศาสตร์ ม.อ. จัดการประชุมแลกเปลี่ยนในประเด็นบทบาท “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อสร้างสันติภาพที่ครอบคลุมและยั่งยืน พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคประชาสังคม นักวิชาการ และภาคธุรกิจในพื้นที่

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม โรงแรม กรีนวิว บูติก โฮเต็ล อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ การศึกษาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้กับการสร้างสันติภาพและการพัฒนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย “การยกระดับระเบียงเศรษฐกิจร่วมไทย-มาเลเซีย (Deep South Economic Corridor)” ภายใต้กรอบวิจัย “การยกระดับเศรษฐกิจร่วมของพื้นที่เมืองชายแดน” ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีบุคลากรจากคณะเศรษฐศาสตร์และสถาบันสันติศึกษาเป็นคณะผู้วิจัย

การประชุมมีเป้าหมายเพื่อศึกษาปัจจัยเชิงโครงสร้างและเชิงวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมทั้งแสวงหากลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างสันติภาพที่ครอบคลุมและยั่งยืน

ในโอกาสนี้ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา กล่าวต้อนรับผู้ร่วมประชุม และแนะนำรายละเอียดโครงการโดย ผศ.ดร.ปรัตถ พรหมมี คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี จากสถาบันสันติศึกษา

นอกจากนี้ คณะโครงการวิจัยยังได้รับเกียรติจาก คุณภมรรัตน์ ตันสงวนวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการพัฒนาสังคม ธนาคารโลกประจำประเทศไทย มาบรรยายในหัวข้อ “การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้และการสร้างสันติภาพชายแดนใต้” รวมถึงการนำเสนอข้อมูลด้านเศรษฐกิจภายใต้โดยคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้แทนหลากหลายภาคส่วนในพื้นที่