กระบวนการสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

 

 

 

การรายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ [PEACE SURVEY] ครั้งที่ 6 เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤศจิกายน 2564 ณ ห้องประชุมรูสะมิแล ชั้น 2 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
กล่าวต้อนรับโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนทิรา ลีลาเกรียงศักดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาเขตปัตตานี
กล่าวเปิดงานโดย รองศาสตราจารย์ ดร.อรทัย ก๊กผล รองเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า
แนะนำโครงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (PEACE SURVEY) ครั้งที่ 6 โดย พลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า
การแถลงผลการสำรวจ โดย คณะทำงานเครือข่ายวิชาการ PEACE SURVEY
     ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
     ผศ.ดร.มายือนิง อิสอ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
     อ.สุวรา แก้วนุ้ย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
     อ.แวรอมลี แวบูละ สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กำปงตักวา
     คุณฆอซาลี อาแว สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
     อ.ฟารีดา ปันจอร์ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
     อ.ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
     คุณวิลาสินี โสภาพล สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า
ดำเนินรายการโดย คุณจุฬารัตน์ ดำรงวิถีธรรม ศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ
 
จัดโดย เครือข่ายวิชาการ PEACE SURVEY
รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่
อ่านข่าว คลิ๊ก ที่นี่
ดูประมวลภาพ คลิ๊ก ที่นี่  

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

Peace Survey ชายแดนใต้ไม่เห็นด้วยงดละหมาดในมัสยิดช่วงโควิด พร้อมร้องขอการกระจายอำนาจการปกครอง มองไม่เห็นความก้าวหน้าของการพูดคุยสันติสุข แต่ยังหนุนและหวังว่าความรุนแรงชายแดนใต้จะคลี่คลายในเร็ววัน

 

ผลสำรวจ Peace Survey ชายแดนใต้ในสถานการณ์โควิด รัฐบาลได้คะแนนผ่านเพียงครึ่ง ขณะที่ผลสำรวจยืนยันประชาชนส่วนใหญ่ยังคงมีความหวังต่อสันติภาพและสนับสนุนให้มีการพูดคุยสันติสุข แม้ความเป็นจริงยังไม่เห็นความก้าวหน้า นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่เรียกร้องให้มีการกระจายอำนาจมากขึ้น อีกทั้งให้มีพื้นที่ปลอดภัย หยุดทำร้ายผู้บริสุทธิ์ รวมทั้งถามหาบทบาทสร้างสันติภาพของส.ว.และส.ส.ทั้งในพื้นที่และระดับชาติ ขณะเดียวกัน ไม่เห็นด้วยกับมาตรการป้องกันโควิด-19 โดยการงดละหมาดมัสยิด ปิดตลาด ปิดการขนส่ง

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 ที่ห้องประชุมรูสะมิแล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับเครือข่ายวิชาการ Peace Survey 24 องค์กรวิชาการและภาคประชาสังคม ร่วมจัดงานแถลงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 6 โดยรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,391 ตัวอย่าง ที่อาศัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอีก 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา คือ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและการสัมภาษณ์เชิงลึก ระหว่างวันที่ 16 เมษายน – 30 กรกฎาคม 2564

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี นักวิจัยอาวุโส สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ในฐานะหัวหน้าโครงการ ร่วมกับพลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า และองค์กรสมาชิกเครือข่าย ได้ร่วมกัน นำเสนอผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้ หรือ Peace Survey ดังกล่าว โดยระบุเป้าหมายที่สำคัญของการสำรวจว่า นอกจากเพื่อรับทราบข้อคิดเห็นของกลุ่มประชาชนที่มีต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมสะท้อนความคิดเห็นและความต้องการแล้ว ยังมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนกระบวนสันติภาพได้มีข้อมูลทางวิชาการที่มาจากประชาชนเพื่อประกอบการตัดสินใจและการดำเนินการสร้างสันติภาพต่อไปด้วย

สำหรับผลการสำรวจที่สำคัญในครั้งนี้ ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาของการระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ประชาชนกลุ่มตัวอย่างได้แสดงความคิดเห็นต่อมาตรการจัดการโควิด-19 ของรัฐบาล โดยส่วนใหญ่คือ ร้อยละ 63.5 ไม่เห็นด้วยที่มีการสั่งงดละหมาดในมัสยิด ร้อยละ 56.1 ไม่เห็นด้วยให้มีการปิดตลาด ร้อยละ 53.9 ไม่เห็นด้วยให้มีการปิดการขนส่ง ร้อยละ 33.4 ไม่เห็นด้วยกับการเรียนการสอนออนไลน์ และร้อยละ 29.7 ไม่เห็นด้วยกับการปิดโรงเรียนและสถานศึกษา แต่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ต้องการให้มีบังคับใช้มาตรการการสวมหน้ากาก การค้นหาและสอบสวนผู้ติดเชื้อเชิงรุก รวมทั้งมาตรการกักตัว 14 วันเพื่อควบคุมโรค

            ส่วนความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 44.8 ระบุว่าสถานการณ์ยังคงเหมือนเดิม ขณะที่ร้อยละ 32.9 ระบุว่าสถานการณ์ดีขึ้น ส่วนอีกร้อยละ 16 ระบุว่าสถานการณ์แย่ลง ขณะที่อีกร้อยละ 6.2 ไม่ตอบหรือตอบไม่รู้

            สำหรับคะแนนความคาดหวังต่อรัฐบาลนั้น ในการสำรวจครั้งนี้ มีค่าความคาดหวังเกินครึ่งหนึ่งและสูงกว่าการสำรวจในที่ผ่านมาเล็กน้อย คือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.34 จากคะแนนเต็ม 10 ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ในช่วงปีที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลงอันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 และการประกาศยุติปฏิบัติการของฝ่ายบีอาร์เอ็นเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2563 อันเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังเผชิญปัญหาโรคระบาด

            ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความหวังต่อการเกิดสันติภาพในพื้นที่นั้น ประชาชนกลุ่มตัวอย่างเกือบครึ่งหนึ่งคือ ร้อยละ 49.8 มีความหวังและมีความหวังมาก ว่าภายใน 5 ปีจะเกิดข้อตกลงสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่คือ
ร้อยละ 63.2 สนับสนุนให้ใช้กระบวนการพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งร้อยละ 38.9 ก็มีความเชื่อมั่นและเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่ากระบวนการพูดคุยจะช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ได้

            อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความหวัง ความเชื่อมั่น และสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุข แต่ประชาชนเพียงร้อยละ 30.3 ที่เห็นว่ากระบวนการพูดคุยมีความก้าวหน้า ขณะที่ส่วนใหญ่ระบุว่าไม่มีความก้าวหน้า หรือขอไม่ตอบ และไม่รู้เกี่ยวกับการพูดคุย

            ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับรูปแบบการปกครอง จากผลการสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 44.9 มีความเห็นว่า การพูดคุยในประเด็นรูปแบบการปกครองนั้นมีความจำเป็นมาก ทั้งนี้ มีผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 27.3 อยากเห็นการปกครองแบบกระจายอำนาจมากขึ้น ด้วยโครงสร้างการปกครองที่เหมือนกันส่วนอื่น ๆ ของประเทศ และมีจำนวนร้อยละ 32.1 ที่ระบุว่า พอรับได้กับรูปแบบการปกครองดังกล่าว ขณะที่รูปแบบที่เป็นการกระจายอำนาจมากขึ้นด้วยโครงสร้างการปกครองที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่นี้ ภายใต้กฎหมายของประเทศไทย เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เขตปกครองพิเศษ มีกลุ่มตัวอย่างต้องการให้เป็นอย่างนั้นและจำเป็นอย่างยิ่ง ร้อยละ 24.4 ส่วนรูปแบบการปกครองที่เป็นอิสระจากประเทศไทยนั้น มีเพียงร้อยละ 13.4 เลือกรูปแบบการปกครองแบบนี้ ทั้งนี้ รูปแบบการปกครองประเด็นนี้ มีผู้ระบุว่าขอไม่ตอบและไม่รู้ สูงถึงหนึ่งในสาม คือร้อยละ 35.2 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวและความกังวลในการแสดงออกทางความคิดในประเด็นดังกล่าว  

            กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ยังได้เรียกร้อง 5 มาตรการเร่งด่วนในพื้นที่คือ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน การไม่ก่อเหตุรุนแรงกับผู้บริสุทธิ์หรือเป้าหมายอ่อน การป้องกันไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน การตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และการยกเลิกกฎหมายพิเศษในพื้นที่

            นอกจากนี้ จากข้อมูลการสัมภาษณ์เชิงลึกพบว่าผู้ให้สัมภาษณ์จำนวนมากแสดงความคิดเห็นว่า นักการเมืองทั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และนักการเมืองท้องถิ่น แทบไม่มีบทบาทในการขับเคลื่อนสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้เรียกร้องให้กลุ่มเหล่านี้แสดงบทบาทหน้าที่ของตนเองมากขึ้น รวมทั้ง ต้องการให้ประชาชนในพื้นที่อื่น ๆ ควรมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพชายแดนใต้ เนื่องจากการแก้ปัญหาพื้นที่นี้ใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชนไทยทั้งประเทศ

            สำหรับการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ Peace Survey นี้ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2559 โดยเครือข่ายวิชาการ Peace Survey ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันวิชาการ หน่วยงานอิสระ และองค์กรภาคประชาสังคม ทั้งในและนอกพื้นที่จำนวน 24 องค์กร มีเป้าหมายสำคัญในการแสวงหาและรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนฯ หรือ Peace Survey ได้รับการสนับสนุนจากสำนักสันติวิธีและธรรมภิบาล สถาบันพระปกเกล้า และสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม : สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โทร. 081-835-5692

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เครือข่ายวิชาการ PEACE SURVEY ขอเชิญร่วมรับฟัง การรายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 6 ในวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน 2564 ณ ห้องประชุมรูสะมิแล ชั้น 2 อาคารสำนักงานอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (นำเสนอพร้อมระบบประชุมออนไลน์ Zoom และ Facebook Live)

 

กำหนดการ

12.30 - 13.30  น.       ลงทะเบียน

13.30 - 13.35  น.       กล่าวต้อนรับโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนทิรา ลีลาเกรียงศักดิ์

รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

13.35 - 13.40  น.       กล่าวเปิดงานโดย รองศาสตราจารย์ ดร.อรทัย ก๊กผล

รองเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า

13.40 - 13.50  น.       แนะนำโครงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพ

จังหวัดชายแดนภาคใต้ (PEACE SURVEY) ครั้งที่ 6 โดย พลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ   

ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

13.50 - 14.40  น.       การแถลงผลการสำรวจ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี

หัวหน้าโครงการ พร้อมคณะทำงานเครือข่ายวิชาการ PEACE SURVEY

14.40 - 15.20  น.       แลกเปลี่ยนความคิดเห็น/ซักถาม

15.20 - 15.30  น.       สรุปประเด็น/ปิดการประชุม

 

หมายเหตุ

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทางผู้จัดงานจึงได้กำหนดมาตรการป้องกันดังนี้

1. ผู้ประสงค์เข้าร่วมงานสามารถเข้าร่วมผ่านช่องทางออนไลน์ 2 ช่องทางได้แก่

       - ระบบประชุม Zoom : https://thairen.zoom.us/j/63012089217 (Meeting ID: 630 1208 9217)

       - Facebook Live ผ่านเพจ CSCD – PSU Pattani และเพจองค์กรเครือข่าย  

2. สำหรับผู้ประสงค์เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมสำนักงานวิทยาเขตปัตตานี

       - ขอจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมไม่เกิน 20 คน

       - ผู้จัดงานได้เตรียมชุดตรวจ ATK สำหรับผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน โดยขอให้ผู้ร่วมงานตรวจคัดกรองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนวันงาน และกรุณาแจ้งผลการตรวจให้ผู้จัดทราบ ท่านสามารถมารับชุดตรวจได้ที่ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (โทร. 073-313-945)

       - การจัดสถานที่ห้องประชุม ได้ดำเนินการมาตรการป้องกันและรักษาระยะห่างตามหลัก D-M-H-T-T

 

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โทร. 089-8696584 หรือ E-mail: [email protected]

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ความท้าทายของกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด -19

ฟารีดา ปันจอร์

อาจารย์นักวิจัย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา

 

สาระสังเขป 

สถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดมาตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นปรากฏการณ์ที่สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตผู้คนชายแดนใต้เป็นอย่างมากทั้งการเดินทาง การประกอบอาชีพ และการศึกษา นอกจากนี้ ยังกระทบต่อกระบวนการสร้างสันติภาพ/สันติสุขในแง่ของความต่อเนื่องในการดเนินการ เนื่องจากมีอุปสรรคด้านการปิดพรมแดนระหว่างไทย-มาเลเซียเนื่องจากความรุนแรงของโรคระบาด อย่างไรก็ตามการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุข ภายใต้สถานการณ์ที่เปราะบางยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่ายในการแสวงหาสันติภาพที่ยั่งยืน

 

ที่มา RUSAMILAE JOURNAL

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

 

Patani NOTES รายงานข่าว : ท่ามกลางปัญหาการระบาดของโควิดและกระบวนการที่ชะงักงัน องค์กรวิชาการและการศึกษาของไทยและมาเลเซีย ได้พยายามกระตุ้นความสนใจในกระบวนการสันติภาพภาคใต้ ด้วยการจัดเสวนาเมื่อปลายเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ภายใต้หัวข้อที่พวกเขาเรียกความขัดแย้งในภาคใต้ว่า “ความขัดแย้งที่ถูกลืม” หลังการเสวนา พวกเขาเรียกร้องให้มีการสานต่อกระบวนการสันติภาพโดยทันทีแม้ว่าจะมีการระบาดของโควิดก็ตาม

Bait Al-Amanah หน่วยงานวิจัยของมาเลเซีย กับ Nahel Endowment for Peace องค์กรในเครือที่ทำงานด้านสันติภาพ และ People’s College หรือวิทยาลัยประชาชนที่ทำงานด้านให้การศึกษาแก่ประชาชนทั่วไปในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ ร่วมกันจัดเสวนาวิชาการในหัวข้อ Southern Thailand: Prospect for Peace in a Forgotten Conflict ทางช่องทางออนไลน์เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งนักวิชาการที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าติดตามเรื่องความขัดแย้งในภาคใต้ของไทยต่างเข้าร่วม และพวกเขาเห็นว่า กระบวนการสันติภาพภาคใต้ของไทยล่าช้าถ้าจะให้เดินหน้าต่อได้ต้องรีบสานต่อ

ใบแจ้งข่าวของ Bait Al-Amanah กับ Nahel Endowment for Peace และวิทยาลัยประชาชนเสนอให้มีการดึงให้ฝ่ายต่างๆ ในพื้นที่เข้าไปมีส่วนร่วม รวมทั้งตอกย้ำเจตนารมณ์ทางการเมืองของผู้มีส่วนสำคัญในกระบวนการสันติภาพนี้

นักวิชาการที่ร่วมวงคุย ได้ถกเถียงปัญหาที่ทำให้กระบวนการสันติภาพสำหรับสามจังหวัดภาคใต้ของไทยชะงักว่า ส่วนหนึ่งเพราะการระบาดของโรคโควิด  แต่เห็นว่ายังมีปัจจัยมากกว่านั้น ศ.ดร.ดันแคน แมคคาร์โก ผู้อำนวยการสถาบัน Nordic Institute of Asian Studies เห็นว่า กระบวนการพูดคุยระหว่างไทยและบีอาร์เอ็น รวมถึงการกระจายอำนาจ ไม่เพียงแต่ชะงัก แต่ว่าถอยหลังอีกด้วย

ใบแถลงข่าวกล่าวถึงสถานการณ์เวลานี้ว่า แม้จะดูสงบ แต่ปัญหาแท้จริงไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาที่ ศ.ดร.แมคคาร์โกบอกว่า เป็นปัญหาการเมืองที่ต้องการวิธีการทางการเมืองเข้ารับมือ

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา และผู้อำนวยการดีพเซาท์วอชเปิดเผยในวงเสวนาว่า จากการสำรวจความเห็นพบว่า ผู้คนร่วม 70% ในพื้นที่รู้สึกว่าสถานการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ยังคงย่ำอยู่ที่เดิม แม้ว่าจำนวนครั้งของเหตการณ์ความรุนแรงจะลดลงก็ตาม คาดว่า การที่ไม่มีการพูดคุยในกระบวนการสันติภาพที่จะดึงความสนใจและการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วไปได้นั้น ทำให้เกิดความรู้สึกดังกล่าว

ส่วน ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช นักวิชาการอิสระที่ศึกษาเรื่องความขัดแย้งในสามจังหวัดภาคใต้ รวมทั้ง ศ.ดร.กามารูลนิซาม อับดุลเลาะฮฺ มหาวิทยาลัยอูตารามาเลเซีย ต่างพูดถึงความจำเป็นในอันที่จะต้องกระตุ้นให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วม รุ่งรวี เห็นว่า นักวิชาการควรช่วยส่งเสียงให้กับคนในพื้นที่ เช่นด้วยการทำโพลเกี่ยวกับสันติภาพ ส่วน ศ.ดร.กามารูลนิซาม เห็นว่า ควรจะให้บทบาทภาคประชาสังคมในการสร้างความเชื่อมั่นของชุมชนเพื่อให้พวกเขารู้สึกมีส่วนร่วม เพราะในขณะนี้กลุ่มบีอาร์เอ็นเป็นผู้มีบทบาทหลัก

ศ.ดร.กามารูลนิซามยังกล่าวถึงบทบาทของมาเลเซียที่ขณะนี้เป็นผู้อำนวยความสะดวกว่ามาเลเซียมีอุปสรรคคือมีการเปลี่ยนแปลงภายในที่กระทบไปถึงการทำงานสานต่อกระบวนการ นอกจากนั้นยังมีปัญหาว่า ใครเป็นผู้นำในกระบวนการอำนวยความสะดวกนี้ รวมไปถึงประเด็นที่ว่า กลุ่มบีอาร์เอ็นต้องการผู้อำนวยความสะดวกที่ไม่ได้มาจากงานด้านความมั่นคง ทั้งหมดนี้ทำให้มาเลเซียมีปัญหาในการนำพาผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการพูดคุย

ดังนั้นสามองค์กรดังกล่าวที่เป็นผู้จัดเสวนาระบุว่า พวกเขาเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกระตุ้นการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ ขณะที่ผลักดันผู้มีส่วนร่วมหลักให้ยืนยันเจตนารมณ์ทางการเมืองโดยเร็ว เพื่อให้กระบวนการสันติภาพนี้เดินหน้าได้  ทั้งสามกลุ่มเรียกร้องให้สานต่อการพูดคุยสันติภาพภาคใต้ของไทยโดยทันทีแม้ว่าจะมีการระบาดของโควิดก็ตาม

#สันติภาพสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

#การพูดคุยสันติภาพ

ที่มา Patani Notes