จังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

⚖️“ความยุติธรรม” ไม่ควรเป็นเสียงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทุกเสียงได้รับการรับฟังอย่างเท่าเทียม ✊

📣 ขอเชิญร่วมกิจกรรมเสวนา
“เราจะไปสู่ความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรมตามแบบอิสลามได้อย่างไร?”

พบกับแขกรับเชิญพิเศษ 🌟
💡รศ.ดร.มูฮำหมัดอิลิยาส หญ้าปรัง

ร่วมเสวนาโดย สส. รอมฎอน ปันจอร์ และ สส. ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ (ทนายแจม)

ดำเนินรายการโดย
🎤 อิมรอน ซาเหาะ

📅 วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568
📍 ณ ร้าน ชบา โรตี & คาเฟ่ (บานา)
🕝 เวลา 12.50 -16.30 น.

• เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นธรรมในระบบกฎหมายอิสลาม
• สะท้อนปัญหาและอุปสรรคที่ผู้ใช้ชีวิตภายใต้กฎหมายอิสลามเผชิญ—ทั้งที่พูดได้ และที่ยังไม่มีใครกล้าพูด
• เสนอแนวทางพัฒนาให้กระบวนการยุติธรรมอิสลามมีความโปร่งใสและเท่าเทียมมากขึ้น—โดยเริ่มจากการฟังกันให้มากขึ้น

👥 ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ไม่ว่าคุณจะอยู่ในระบบ หรือเคยถูกระบบทำให้เงียบเราขอเชิญคุณมาเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนา ที่ไม่ตัดสิน แต่ตั้งใจฟัง 💕

ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ 👉 https://act.pplethai.org/event/130561/

🧭 เข้าร่วมฟรี ☑️ ไม่มีค่าใช้จ่าย

เพราะความยุติธรรมที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากการพูดให้ดังที่สุด—แต่จากการฟังให้ลึกที่สุด🤗

จัดโดย พรรคประชาชนปัตตานี

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

งานมหกรรมสันติภาพปาตานี/ชายแดนใต้ 2568 (Patani Peace Festival 2025)

“หนึ่งเดียวเพื่อสันติภาพ” Solidarity for Peace * Bersatu Untuk Damai

 

หลักการและเหตุผล      

สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดความรุนแรงมาอย่างยาวนานของทุกฝ่ายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 - 2568 ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายๆ ด้าน ในขณะเดียวกันสภาพปัญหาทางสังคมที่ประดังเข้ามาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ปัญหารายได้ประชาชน ปัญหาการค้ายาเสพติด ปัญหากิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ รวมทั้งปัญหาการคอรัปชั่นในระบบ ล้วนมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนโดยรวมและในการบริหารจัดการปกครองบ้านเมืองให้เป็นปกติสุขเพื่อประชาชน ทั้งหมดนี้เป็นวาระที่ทุกคนต้องมาร่วมกันคิดร่วมกันแก้ไข ไม่ใช่เป็นภาระหน้าที่เฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้/ปาตานี แต่รวมถึงประชาชนในภูมิภาคอื่นๆ ด้วย

ที่ผ่านมาหลายๆ ภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการและภาคประชาชนใช้ความพยายามที่ยาวนานในการเรียนรู้ท่ามกลางการปฏิบัติ เพื่อเป็นทางออกในการยุติความขัดแย้งในรูปแบบต่างๆ ตามที่ตนเองสามารถมีส่วนร่วมและแสดงบทบาทได้ แต่อย่างไรก็ตาม ยิ่งใช้เวลายืดนานออกไป ยิ่งสะสมผลกระทบต่อประชาชนมากขึ้นเท่านั้น

ในบทบาทของภาคประชาสังคม (civil societies) มีการรวมตัวขึ้นเป็นองค์กรต่างๆ ที่หลากหลายจำนวนมาก ในแนวทางเชิงสันติวิธี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ในประเทศและต่างประเทศ ตั้งแต่ระดับเด็กและเยาวชน องค์กรเชิงประเด็นต่างๆ จนกระทั่งถึงกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุ ได้ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเพื่อการเยียวยา การพัฒนาและหาทางออกสำหรับสถานการณ์ที่ยังมองไม่เห็นทางคลี่คลายที่ชัดเจนของรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ด้วยเหตุนี้ภาคประชาสังคมจึงเป็นต้นทุนที่สำคัญ แต่อย่างไรก็ตามความพยายามเหล่านี้จะมีพลังขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพอย่างมหาศาล ก็ต่อเมื่อได้กำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกัน เดินไปในทิศทางเดียวกันที่เหมาะสม มีประชาชนให้การสนับสนุนอย่างทั่วถึง ในขณะที่ฝ่ายรัฐและตัวแสดงหลัก (Actor) ให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนของภาคประชาสังคมให้มีความต่อเนื่องและมีการติดตามอย่างใกล้ชิด มีความเป็นเอกภาพที่ชัดเจน

ในโอกาสครบรอบ 21 ปีของสถาการณ์ความขัดแย้งและ 12 ปีของกระบวนการเจราสันติภาพ ภาคประชาสังคมและนักวิชาการจึงได้ร่วมกันจัดงานมหกรรมสันติภาพปาตานี/ชายแดนใต้ “หนึ่งเดียวเพื่อสันติภาพ” Solidarity for Peace หรือ Bersatu untuk Damai เพื่อแสดงพลังร่วมกันนำเสนอทิศทางการสร้างสันติภาพที่ประชาชนต้องการ และให้ภาครัฐบาลได้แสดงเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ นำพากระบวนการสันติภาพนี้ไปสู่จุดมุ่งหมายที่ทุกฝ่ายมีทางออกในการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

 

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อผลักดันโต๊ะเจรจาให้เป็นวาระสำคัญในกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานีอย่างเป็นรูปธรรม

  2. เพื่อรวบรวมข้อเสนอจากองค์กรภาคประชาสังคมทุกภาคส่วนไปสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

  3. เพื่อให้ความรู้เรื่องกระบวนการสันติภาพตามบทบาทหน้าที่ในแต่ละภาคส่วน    

 

วัน เวลา และสถานที่จัดงาน

          วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 สถานที่จัดงาน ณ บักกะห์แลนด์ ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

 

เป้าหมายผู้ร่วมงาน

          จำนวน 1,000 คน จากสมาชิกองค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ จำนวน 42 องค์กร

 

ประธานและรองประธานจัดงาน

          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และอาจารย์แวรอมลี แวบูละ

 

กองเลขานุการ/ประสานงาน

  1. สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  2. สมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน (GDR-Gerakan Damai Rakyat
  3. สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา  

 

กำหนดการ 

งานมหกรรมสันติภาพปาตานี/ชายแดนใต้ 2568 (Patani Peace Festival 2025)

“หนึ่งเดียวเพื่อสันติภาพ” Solidarity for Peace * Bersatu untuk Damai 

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09.00 - 16.30 น.

บักกะห์แลนด์ ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

 

09.00 - 10.00 น.      ลงทะเบียนและเยี่ยมชมบูธจัดแสดง

10.00 - 10.05 น.      อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน และทำสมาธินึกถึงสิ่งที่แต่ละคนนับถือ

    10.05 - 10.15 น.     กล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดงาน โดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และในฐานะประธานจัดงานฯ

10.15 – 10.30 .    การแสดงปัญจักสีลัต/มโนราห์ป่า

10.30 – 10.40 น.     กล่าววัตถุประสงค์ โดย นายแวรอมลี แวบูละ นายกสมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา นายกสมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน และในฐานะรองประธานจัดงานฯ

10.40 – 11.30 น.     กล่าวปาฐกถา เรื่อง บทบาทของภาคประชาชนในการหนุนเสริมการสร้างสันติภาพ โดย Cikgu MOHD AZMI BIN ABD HAMID ประธานสภาที่ปรึกษาองค์กรอิสลามแห่งมาเลเซีย (Malaysian Consultative Council of Islamic Organisation : MAPIM)

11.30 – 11.40 น.        ประมวลวีดีโอคณะทำงานมหกรรมสันติภาพปาตานี/ชายแดนใต้ ยื่นหนังสือถึง

                                       - น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

                                       - ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาประธานอาเซียน

11.30 - 12.00 น.         นำเสนอข้อเสนอต่อกระบวนการสร้างสันติภาพ โดยองค์กรภาคประชาสังคม 42 องค์กร

12.00 - 13.30 น.         พักรับประทานอาหารกลางวัน/ประกอบศาสนกิจ

13.30 - 16.00 น.         กิจกรรมเสวนา “ทางแพร่งของการสร้างสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี:

ถอดบทเรียนสันติภาพสากล หรือสันติภาพแบบไทย (66/23) 

วิทยากร:

                1. ดร.พลเทพ ธนโกเศศ                 ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

                2. ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ         อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

                3. ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี      ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้และ อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

            4. ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช           อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

                5. คุณอาเต็ฟ โซ๊ะโก                     ประธาน The Patani

                6.คุณตูแวดานียา มือรีงิง                ผู้สื่อข่าวทีวี 3 มาเลเชียประจำประเทศไทย

                7. คุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ                นายกสมาคมกลุ่มด้วยใจ

ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.สมัชชา นิลปัทม์ และคุณตูแวดานียา ตูแวแมแง

 

16.00 - 16.15   .     ขมวดมุมมอง/ทิศทางขบวนสันติภาพชายภาคประชาชนชายแดนใต้/ปาตานี โดย คุณจำนงค์ จิตรนิรัตน์ นักพัฒนาเอกชน

16.15 - 16.30  น.        กล่าวปิดงาน โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

พิธีกรเวทีตลอดงานโดย  อิมรอน ซาเหาะ และ รอฮอานี จือนารา  

หมายเหตุ :  กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

 

องค์กรร่วมจัดมหกรรมสันติภาพปาตานี/ชายแดนใต้

  1. สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา (KTA)
  2. สมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน (GDR)
  3. สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (CSCD-PSU Pattani)
  4. สมาคมด้วยใจ Duayjai Association
  5. Insani: Patani Institute for Research and Human Development
  6. The Patani
  7. มูลนิธิศูนย์กลางอิสลามเพื่อการพัฒนายะลา
  8. CAP: Sociaty Assembly For Peace
  9. ศูนย์วัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ PUKIS
  10.  Bina Patani
  11. สมาคมคุ้มครองผู้บริโภค
  12. สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้
  13. สำนักข่าวอามาน Aman news
  14. สมาคมศิษย์เก่าบัณทิตอาสา
  15. แกนนำตำบลบ้านนอก
  16. สมาคมผู้พิการ
  17. สมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข
  18. วิทยาลัยประชาชน People college
  19. สมาพันธ์พุทธชายแดนใต้
  20. กลุ่มบ้านบุญเต็ม
  21. เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ B4P
  22. สมาคมฟ้าใส
  23. สมาคมประชาสังคมนราธิวาส
  24. ศูนย์สันติวิธีชายแดนใต้ มหิดล
  25. ศูนย์ประสานงานสถาบันอัสสลาม ม.ฟาตอนี
  26. มูลนิธิหะยีสุหลง
  27. INC สภาเครือข่ายปัญญาชนชายแดนใต้
  28. PADI
  29. MAC
  30. มูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ PRC
  31. Perkasa
  32. Mapim
  33. กองทุน BINA PATANI
  34. มูลนิธิศักยภาพชุมชน
  35. The poligent news
  36. สถาบันเพื่อการพัฒนาและการศึกษาปาตานี
  37. มูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุข
  38. สมาคมเครือข่ายผู้สูงอายุปัตตานี
  39. สานสายใยวัฒนธรรม หัวใจเดียวกัน
  40. MOJO ชายแดนใต้
  41. เครือข่ายอามาน-ปาตานี
  42. สมาคมเยาวชนพัฒนาบ้านเกิด
  43. สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
  44. สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานสมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา ต.บังติกอ อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี เครือข่ายภาคประชาสังคมและภาควิชาการจากหลากหลายภาคส่วนร่วมประชุมพูดคุยแลกเปลี่ยนและระดมความคิดเห็นเพื่อเตรียมจัดมหกรรมสันติภาพปาตานี/ชายแดนใต้ ภายใต้สโลแกน“ หนึ่งเดียวเพื่อสันติภาพ (Solidarity for Peace / Bersatu Untuk Damai) ”

งานมหกรรมสันติภาพในครั้งนี้มีกำหนดจะจัดในวันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568  บักกะห์แลนด์ ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปีหลังการลงนามในเอกสารที่มีชื่อว่า ฉันทามติทั่วไปว่าด้วยกระบวนการสานเสวนาสันติภาพ (General Consensus of Peace Dialogue Process) ผู้ลงนามในเอกสารคือตัวแทนรัฐบาลไทย กับ ตัวแทนบีอาร์เอ็น และตัวแทนรัฐบาลมาเลเซีย (เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์)

โดยภายในงานมีหลากหลายกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ วงเสวนาสาธารณะ เรื่อง “ทางแพร่งของการสร้างสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี ถอดบทเรียนสันติภาพสากล หรือสันติภาพแบบไทย (66/23)”  วิทยากร (อยู่ระหว่างการประสานงาน) โดย : รศ.ดร.มารค ตามไท, ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข, ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ, ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, พลตรีสมเดช โยธา, พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก, คุณอาเต็ฟ โซะโก, คุณตูแวดานียา มือรีงิง, ดร.พลเทพ ธนโกเศศ และ ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช เป็นต้น ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

นอกจากนี้ ในช่วงของพิธีเปิดงาน ผู้จัดงานยังได้วางแผนงานเตรียมจะเชิญ อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร, คุณภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, คุณจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร ตลอดจน ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ บิน อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมงานอีกด้วย

โดยองค์กรร่วมจัดมหกรรมสันติภาพในครั้งนี้ ประกอบไปด้วยเครือข่ายภาคประชาสังคมและภาควิชาการจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์, ศูนย์สันติวิธีชายแดนใต้ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล, สถาบันอัสสาลาม ม.ฟาฏอนี, สมาคมร่วมสร้างชุมศรัทธา กำปงตักวา, สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้, สมัชชาภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP), สมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน (Gerakan Damai Rakyat: GDR), ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSW), สมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม, สถาบันปาตานีเพื่อการวิจัยและพัฒนามนุษย์ (INSANI), The Patani, มูลนิธิศูนย์กลางอิสลามเพื่อการพัฒนายะลา, สมาคมคุ้มครองผู้บริโภค, สำนักข่าวอามาน, สมาคมศิษย์เก่าบัณทิตอาสา, แกนนำตำบลบ้านนอก, สมาคมเพื่อคนพิการจังหวัดชายแดนภาคใต้, สมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข, วิทยาลัยประชาชน (People’s college), สมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้, กลุ่มบ้านบุญเต็ม, สมาคมเพื่อสันติภาพและการพัฒนา, สมาคมฟ้าใส, สมาคมประชาสังคมนราธิวาส, มูลนิธิอาจารย์ฮัจยีสุหลง, สภาเครือข่ายปัญญาชนชายแดนใต้, กลุ่มปัญญาชนเพื่อการพัฒนาชุมชน (PADI), มูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ (PRC), สำนักสื่อ Wartani, มูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนใต้ (PERKASA), สถาบันเพื่อการพัฒนาและการศึกษาปาตานี (IPIF), สำนักสื่อ The Poligens News, ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.), มูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุข, สมาคมอาสาสมัครพลเมืองเพื่อสันติภาพ (CPA), สมาคมเยาวชนพัฒนาบ้านเกิด, กลุ่มสื่อ MOJO ชายแดนใต้, เครือข่ายอมาน-ปาตานี, กลุ่มหัวใจเดียวกัน, มูลนิธิศักยภาพชุมชน และ องค์กรอิสลามแห่งประเทศมาเลเซีย (MAPIM) เป็นต้น

ขอบคุณข่าว/ภาพ โดย คุณอิมรอน ซาเหาะ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

UNDP ประเทศไทย ขอเชิญร่วมงาน MOVE Roadshow “ทำความเข้าใจฐานข้อมูลความรุนแรงในบริบทใต้:ความรุนแรงเชิงกลุ่ม” ทำความรู้จัก MOVE ฐานข้อมูลเฝ้าระวังความรุนแรงที่มีการคิดวางแผน (organised violence) ของประเทศไทย และร่วมวงเสวนากับภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เกี่ยวกับโครงสร้างทางสังคมของความรุนแรงในภาคใต้ พร้อมกับโอกาสการแก้ปัญหาในเชิงนโยบาย

วันที่ 10 เม.ย. 2566 เวลา 14:00 – 16:00 จัดที่โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่ และผ่านระบบ Zoom

ลงทะเบียนร่วมงานที่ https://forms.gle/oMYqKcxVWSfkZcgQ8

ฐานข้อมูล MOVE เผยว่าความรุนแรงเชิงกลุ่มเป็นประเภทความรุนแรงที่แพร่หลายมากที่สุดในภาคใต้ ร่วมหารือสาเหตุความรุนแรงและแนวทางการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ในการประชุม

จัดโดย UNDP ร่วมกับ Institute for Peace Studies : สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยการสนับสนุนของ European Union in Thailand และ European Commission

เข้าชม MOVE database: https://www.knowmorenomoreviolence.com/data

---

Join us at MOVE Roadshow, "Contextualizing Violence Database in the South: Gang-based Violence" Get to know MOVE, a pioneering database that monitors organized violence in

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และ อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์ อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้การต้อนรับบุคลากรจากโครงการศูนย์อนาคตศึกษา สำนักงานเลขานุการคณะที่ปรึกษาการข่าว (สลก.ปษ.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) นำโดย รอง ผอ.สลก.ปษ. ผอ.โครงการศูนย์อนาคตศึกษา และคณะทำงานโครงการฯ ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรง และกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการทำงานต่อไป

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 25 - 26 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมซี เอส ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ได้จัดโครงการ “พลเมืองดิจิทัลเพื่อสันติภาพและความหลากหลายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กิจกรรมที่ 3)” ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนด้านการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารในการเป็นพลเมืองดิจิทัลและส่งเสริมสันติภาพและความหลากหลายในสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้

กิจกรรมภายในงานมีการต้อนรับผู้เข้าร่วม โดย Khun Zehra Naqvi, Assistant Cultural Affairs Officer, Public Affairs Section, U.S. Embassy Bangkok และมีกิจกรรเสวนาและหึความรู้หลากหลายหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น “กระบวนการสร้างสันติภาพชายแดนใต้ผ่านการปรึกษาหารือแบบดิจิทัล” หรือ “มุมมองของเยาวชนต่อการสร้างสันติภาพชายแดนใต้” หรือ “การจัดการแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์เพื่อการสื่อสารสาธารณะ”

โดยมีวิทยากรมากประสบการณ์หลายท่านร่วมให้ความรู้ อาทิ พระมหานภันต์ สนฺติภทฺโท จากมูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุขและสันติ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ จากสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.กริยา หลังปูเต๊ะ จากมหาวิทยาลัยฟาฏอนี อ.กรรณาภรณ์ อัครพิศาล จากสถาบันศาสนา วัฒนธรรมและสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ คุณโซเฟีย สะลามะ จากดิจิทัลเพื่อสันติภาพ คุณฆอซาลี อาแว จากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล คุณสรณียา เจ๊ะเฮง และคุณมานิตย์ หวันชิตนาย จากสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส คุณพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ จากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เป็นต้น

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ชายแดนใต้/ปาตานี 2547-2564: ก้าวเข้าปีที่สิบเก้า สันติภาพจะเดินหน้าไปถึงไหนในปี 2565? 

ความรุนแรงและสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ปะทุเป็นจุดระเบิดในปี 2547 และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันในปี 2565 นับเป็นเวลา 18 ปีเต็ม ปีนี้ถือเป็นปีที่ 19 แล้ว ในระยะหลังดูเหมือนข่าวเกี่ยวกับเหตุกาณ์ที่ภาคใต้จะเบาลง อันที่จริงเหตุการณ์ก็ดูเหมือนจะลดลงจริง ๆ แต่ปัญหาก็ยังไม่หายไป ในพื้นที่เองแม้สถานการณ์จะดูสงบลงมากกว่าเดิมแล้ว การเกิดเหตุการณ์มากขึ้นในช่วงปี 2564 แสดงว่ายังมีสิ่งผิดปกติซ่อนเร้นอยู่ที่รอวันแตกระเบิดขึ้นมาถ้าไม่ทำความเข้าใจให้ดี ข้อเท็จจริงก็คือสถานการณ์ทั่วไปในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2547-2564 มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเกิดขึ้นทั้งหมดประมาณ 21,328 เหตุการณ์ ในเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 7,314 ราย บาดเจ็บจำนวน 13,584 ราย รวมผู้บาดเจ็บล้มตาย 20,898 ราย นับว่าเป็นพื้นที่ที่ความรุนแรงจากเหตุการณ์ความไม่สงบสูงที่สุดในประเทศไทยในรอบ 18 ปีที่ผ่านมา

โดยทั่วไปแล้ว แนวโน้มสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ลดลงอย่างเป็นระบบนับตั้งแต่ปี 2556 อันเป็นปีที่เริ่มมีการพูดคุยสันติภาพและสถิติเหตุการณ์รายปีมีสภาพที่ความถี่ของการใช้ความรุนแรงลดลงอย่างต่อเนื่องมาถึงปี 2563 ในการนี้จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บโดยทั่วไปก็ลดลงเช่นกัน แต่เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่าเหตุการณ์ในปี 2564 กลับสูงขึ้นมากกว่าปี 2563 จาก 335 เหตุการณ์มาเป็น 481 เหตุการณ์ ปีที่แล้วจึงมีเหตุการณ์สูงขึ้นถึงร้อยละ 44 ซึ่งถือได้ว่าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2556 ที่เหตุการณ์ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งปีสูงขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมาก่อนหน้านั้น

ทิศทางเดียวกันนี้ยังมองเห็นได้จากสถิติผู้บาดเจ็บล้มตายในเหตุการณ์ข้างต้นที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา กล่าวคือ ข้อมูลในปี 2564 พบว่ามีผู้บาดเจ็บล้มตายรวมทั้งสิ้น 303 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากในปี 2563 ที่มีอยู่ 277 ราย ถึงร้อยละ 9 ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บ 190 ราย และมีผู้เสียชีวิต 113 ราย

ลักษณะความแปรปรวนของสถานการณ์ในตอนนี้มีตัวบ่งชี้หรือสิ่งบอกเหตุมาก่อนหน้านั้น น่าสังเกตว่าในระยะหลัง ความถี่ของเหตุการณ์ความไม่สงบรายเดือนตั้งแต่ปี 2560-2564 มีสภาพคงที่และขึ้น ๆ ลง ๆ ในบางครั้งแสดงว่ามีสภาพอะไรบางอย่างในพื้นที่และปัญหาทางนโยบายที่แก้ไม่ตก แต่ในรอบสองปีที่ผ่านมาคือระหว่าง ปี 2563-2564 อาจเป็นจุดการแปรผันที่ชัดเจนมาก เห็นได้ชัดว่าปี 2564 เหตุการณ์รายเดือนมีระดับความถี่สูงมากกว่าปี 2563 แทบจะทุกเดือน

เหตุการณ์แทรกซ้อนที่สำคัญคือ ในปี 2563 เริ่มการแพร่ระบาดของโควิด 19 ทั่วประเทศและในพื้นที่จนทำให้มีมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่โดยรัฐ ประกอบกับอีกปัจจัยหนึ่งคือขบวนการ BRN ได้ประกาศยุติความรุนแรงฝ่ายเดียวดังที่มีรายงานข่าวว่า ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ หรือ บีอาร์เอ็น (Barisan Revolusi Nasional - BRN) ออกแถลงการณ์หยุดกิจกรรมความเคลื่อนไหวทั้งหมดของกลุ่มลงชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขได้ปฏิบัติงานในช่วงที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังแพร่ระบาด การที่เกิดสภาพดังกล่าวทำให้เหตุการณ์ความไม่สงบในปี 2563 ลดลงมาก แต่การปฏิบัติการ “บังคับใช้กฎหมาย” ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐก็ยังคงดำเนินต่อไปเหมือนเดิม ซึ่งมีผลทำให้เกิดการปิดล้อมตรวจค้นและปฏิบัติการทางยุทธวิธีหลายจุด มีการวิสามัญฆาตกรรมหลายกรณีเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว จากนั้นปฏิบัติการความรุนแรงทั้งสองฝ่ายเริ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่ต้นปี 2564 ระดับความรุนแรงในแต่ละเดือนจึงสูงขึ้นทุกเดือนในปี 2564

กล่าวโดยภาพรวม เหตุการณ์ทั่วไปแม้จะลดลงแต่ความแปรปรวนของสถานการณ์ความไม่สงบยังคงมีอยู่ สถานการณ์จึงยังคงไม่แน่นอน ซับซ้อน และยังคงมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะมีอัตราเร่งขยายตัวอีก อันส่งผลในทางจิตวิทยาการเมือง ดังจะเห็นได้จากประชาชนในพื้นที่จำนวนมากมองว่าสถานการณ์แย่ลงหรือเหมือนเดิม จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ครั้งที่ 6 โดยเครือข่ายวิชาการ Peace Survey เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2564 ก็ยังพบว่าประชาชนร้อยละ 60.8 คิดว่าสถานการณ์ยังคงเหมือนเดิมหรือแย่ลง

ในแง่ของสถานการณ์ความไม่สงบนั้น ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับพลวัตที่เกิดขึ้นในปี 2564 นั่นก็คือแม้ว่าจำนวนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งจะสูงขึ้น แต่เป้าหมายของการก่อเหตุความรุนแรงที่มีเป้าหมายต่อพลเรือนซึ่งไร้อาวุธลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในปี 2563 นั้นพบว่าเป้าหมายการก่อเหตุที่เป็นพลเรือน 180 ราย คิดเป็นร้อยละ 65 ของจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตาย แต่ในปี 2564 จะพบว่ามี 174 ราย คิดเป็นร้อยละ 52 ของจำนวนทั้งหมด ซึ่งสะท้อนว่าแม้เหตุการณ์จะเพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มการก่อเหตุที่มีต่อพลเรือนก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในทางกลับกันสัดส่วนของเป้าหมายของผู้ที่ถืออาวุธก็เพิ่มสูงขึ้นไปด้วยในเวลาเดียวกัน

จากการมองภาพเหตุการณ์ดังกล่าว ประเด็นเชิงโครงสร้างที่จะต้องคิดต่อก็คือ รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อให้เกิดสันติภาพจริง ๆ ในที่นี้สิ่งที่น่าสนใจก็คือการกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์ การวางแผนงบประมาณ และกำลังคนที่ทุ่มเททรัพยากรลงไปจำนวนมากเพื่อสร้างภาวะสงบสันติ แต่ประเด็นที่ชวนคิดก็คือคำถามที่ว่าตกลงแล้วสันติภาพคืออะไรกันแน่? ใช่การลดลงของเหตุการณ์ความรุนแรงหรือ? ใช่การพัฒนาเศรษฐกิจสังคม แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ สิทธิของประชาชน การสร้างความยุติธรรม และปัญหาเชิงวัฒนธรรมอัตลักษณ์หรือ? สันติภาพที่ว่านี้จะมาจากการเจรจาพูดคุยเพื่อแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธีด้วยหรือไม่? สิ่งที่จะต้องพิจารณาคือนโยบาย และทรัพยากรที่ทุ่มลงไปมากมายนั้นทำไปเพื่อความมั่นคง การพัฒนา หรือเพื่อสันติภาพ?

เมื่อดูให้ละเอียด งบประมาณรายจ่ายใน “แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ในปีงบประมาณ 2565 ตั้งไว้จำนวน 7,144,319,600 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณปีที่ผ่านมาในปี 2564 อาจถือว่าลดลง เมื่อเทียบกับงบประมาณแผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมาก็ถือได้ว่าลดลงมาโดยตลอด การลดลงของงบประมาณ และการลดลงของเหตุการณ์ความไม่สงบน่าจะเป็นสิ่งดีซึ่งรัฐต้องการจะแสดงภาพนี้ให้เห็น แต่ในความเป็นจริงแล้วอะไรเกิดขึ้น เมื่อหันมามองดูในภาพรวมแล้ว ถ้ารวมเอางบประมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในแผนงานอื่น ๆ ที่หน่วยราชการใช้ดำเนินการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะพบว่างบประมาณที่รวมทุกแผนงานที่เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ปีงบประมาณ 2565 กลับสูงเป็นจำนวนถึง 31,479,705,499 บาท

อันที่จริงแล้ว งบประมาณแผ่นดินที่ใช้ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้  “ทั้งหมด” สูงโด่งเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 2559 ในปีเดียวประมาณได้กว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นปีหลังจากการก่อรัฐประหารของ คสช. เมื่อปี 2557 และงบประมาณสูงพรวดถึง 4 หมื่นล้านบาทในปี 2561 จนกระทั่งในปี 2565 ก็ยังสูงถึงประมาณ 3.1 หมื่นล้านบาท แม้จะลดลงแต่ก็ยังสูงมากกว่างบประมาณรายปีในแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลก่อนการรัฐประหาร

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ได้ปรับโครงสร้างภายในให้มีกลไกทางนโยบายเพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายๆอย่างนับตั้งแต่ปี 2557 โดยมีจุดเน้นคือสร้างเอกภาพ ประสิทธิภาพ บูรณาการ และการประสานสอดคล้องซึ่งดูเหมือนว่าจะดี แต่ซ่อนปัญหาอื่น ๆ ไว้มากมายที่แก้ไม่ได้ กล่าวโดยทั่วไป แผนงานและงบประมาณทั้งหมดทุกแผนงานที่เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ความสำคัญอย่างมากกับงานในด้านความมั่นคง งบประมาณส่วนมากจึงเทไปที่ กอ.รมน. ตำรวจ มหาดไทยและกลาโหม จุดเน้นคู่กันคือโครงการก่อสร้าง งบประมาณจำนวนมากจึงลงไปที่กรมโยธาธิการฯ กรมชลประทาน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทซึ่งแต่ละหน่วยจะได้งบประมาณมากกว่าพันล้านบาท โดยเฉพาะกรมโยธาธิการฯ ได้ถึง 2,282 ล้าน

จุดสำคัญคืองบประมาณโดยรวมทุกแผนงานที่เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปี 2565 สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสนใจด้านความมั่นคงมากเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยงบประมาณในการก่อสร้าง ปัญหาที่ยิ่งน่าเป็นห่วงก็คืองบประมาณด้านความมั่นคงส่วนมากจะเป็นประเภท “งบรายจ่ายอื่น” ซึ่งยิ่งเป็นการเปิดกว้างให้มีการดำเนินการโดยไม่โปร่งใสมาก โดยที่การกระจายรายได้ การสร้างอาชีพ การพัฒนาท้องถิ่นและสวัสดิการสังคมแม้จะถูกกล่าวเอาไว้แต่สัดส่วนไม่มากและถูกละเลยจากยุทธศาสตร์ โครงสร้างแผนงานและงบประมาณแบบนี้ที่ให้ความสำคัญกับงานความมั่นคง การพัฒนาเพื่อความมั่นคงหรือการศึกษาเพื่อความมั่นคง ฯลฯ

ประเด็นที่ต้องขบคิดให้มากก็คือถึงที่สุดแล้ว เราต้องการสันติภาพเชิงลบหรือสันติภาพเชิงบวก? สันติภาพที่เน้นการทุ่มกำลังการควบคุมด้วยการทหารและการบังคับใช้กฎหมายพิเศษมากกว่าสร้างความยุติธรรม ไม่เน้นการเคารพสิทธิมนุษยชน ไม่ให้สิทธิของท้องถิ่น และไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมเศรษฐกิจ ไม่ได้ทำให้การพูดคุยสันติภาพ/สันติสุขมีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งหมดนี้มีความหมายว่าแม้จะมีความรุนแรงลดลง แต่มีสภาพการเมืองและสังคมในเชิงลบ ทั้งหมดนี้ ความหมายก็คือยังไม่มีสันติภาพที่แท้จริงเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อมุ่งสู่สันติภาพเชิงลบ ปัญหาก็จะกลับมาปะทุอีก การย้อนกลับมาของความรุนแรงที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งบอกเหตุที่จะต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก

 

บทวิเคราะห์โดย ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี 

อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

<สถิติผู้บาดเจ็บล้มตายในปี 2564 ก็เพิ่มขึ้น>

 

แม้จะมีสัดส่วนที่น้อยกว่าจำนวนเหตุการณ์ แต่ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งใน จชต. ก็เพิ่มขึ้นตามแนวโน้มของจำนวนเหตุการณ์ โดยในปี 2564 ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 113 ราย ซึ่งน้อยกว่าปีก่อนหน้านั้นเล็กน้อย (116 ราย) แต่มีจำนวนผู้บาดเจ็บพุ่งสูงขึ้นเป็น 190 ราย มากกว่าปีก่อนหน้า (161 ราย) อยู่ประมาณ 18% ทำให้ยอดของผู้บาดเจ็บล้มตาย (Casualities) เพิ่มขึ้น 9%

 

สถิติดังกล่าวถือเป็นการสวนแนวโน้มที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา จะมีเพียงปี 2559 เท่านั้นที่กระดกขึ้นสูงอยู่บ้าง แต่แนวโน้มโดยรวมตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ก็ลดลง ยกเว้นปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณบางอย่างที่ควรต้องจับตามอง

 

ติดตามบทวิเคราะห์ของ ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี เร็ว ๆ นี้

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

<จำนวนเหตุการณ์ไฟใต้ 2564 กระดกสูงขึ้น 44%>

 

ไฟใต้ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 19 มีแนวโน้มที่น่าสนใจ สถิติจำนวนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (3 จังหวัดและ 4 อำเภอของสงขลา) ในรอบปี 2564 พบว่ามีการเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้น สวนกระแสแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา (ในปีดังกล่าวคือจุดเริ่มต้นของการพูดคุยสันติภาพที่รับรู้กันในวงกว้าง) กล่าวได้ว่าจำนวนเหตุการณ์ในปี 2564 เพิ่มขึ้นถึง 44% เลยทีเดียว

 

ทั้งหมดนี้คือสถิติที่รวบรวมโดยศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) ที่โดยภาพรวมแล้วมีจำนวนเหตุการณ์ 21,328 ครั้ง ในเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 7,314 ราย บาดเจ็บจำนวน 13,584 ราย รวมผู้บาดเจ็บล้มตาย 20,898 ราย นับว่าเป็นพื้นที่ที่ความรุนแรงจากเหตุการณ์ความไม่สงบสูงที่สุดในประเทศไทย ในรอบ 18 ปีที่ผ่านมา

 

ติดตามบทวิเคราะห์โดย ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี เร็วๆ นี้