ชายแดนใต้

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เสียงจากพิพิธภัณฑ์อิสลามในพื้นที่ชายแดนใต้:

การปกป้องอัตลักษณ์มลายูมุสลิมโดยใช้แนวทางสันติวิธี

Voices from the Islamic Museum in the Southern Border Provinces of Thailand:

Safeguarding Melayu Muslim Identity through Nonviolent Means

 

อิมรอน ซาเหาะ[1]

ยาสมิน ซัตตาร์[2]                                       

 

บทคัดย่อ

          บทความเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่องการพัฒนาศักยภาพพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน จังหวัดนราธิวาสสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนใต้ ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยงานชิ้นนี้ต้องการอภิปรายประเด็นพิพิธภัณฑ์อิสลามในพื้นที่ชายแดนใต้กับการปกป้องอัตลักษณ์มลายูมุสลิมโดยใช้แนวทางสันติวิธี งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลผ่านการศึกษาเอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องตลอดจนการสัมภาษณ์เชิงลึก และการประชุมสนทนากลุ่ม ผลการศึกษา พบว่า ในพื้นที่ชายแดนใต้มีองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อิสลามในภูมิภาคนูซันตาราจำนวนมาก การผนวกเอาข้อมูลทางประวัติศาสตร์เพื่อนำมาจัดเก็บอย่างเป็นระบบพร้อมการนำเอาเทคโนโลยีที่น่าสนใจมาทำให้เกิดพิพิธภัณฑ์รวบรวมเอกสารโบราณ ตลอดจนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการประวัติศาสตร์ในพื้นที่ยังพบไม่มากนัก พิพิธภัณฑ์อิสลามอำเภอยี่งอจึงเป็นความพยายามแรกที่พบในพื้นที่ ที่จะมีศักยภาพในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของพื้นที่ชายแดนใต้ได้ โดยการสนับสนุนพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอานของกรมศิลปากรนับได้ว่าเป็นการส่งเสริมให้คนในพื้นที่ชายแดนใต้ปกป้องและรักษาอัตลักษณ์ของตนเองโดยใช้แนวทางสันติวิธี ทั้งนี้ ภาครัฐควรสนับสนุนการปกป้องอัตลักษณ์โดยใช้สันติวิธีในรูปแบบอื่นๆ ด้วย จึงสามารถหนุนเสริมให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในอนาคตได้

 

ที่มา การประชุมวิชาการระดับชาติ เวทีวิจัยมนุษยศาสตร์ไทย ครั้งที่ 15


[1] สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, [email protected]

[2] ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, [email protected]

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ชายแดนใต้/ปาตานีกับการเลือกตั้ง 2566: อัตลักษณ์ เงินตรา และการเปลี่ยนผ่าน?

โดย อิมรอน ซาเหาะ

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่ปรากฏในระหว่างการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2566 ของพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี การเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2566 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการเมืองไทยในระดับชาติโดยเฉพาะการก้าวขึ้นมาของพรรคก้าวไกลในฐานะผู้ที่ได้รับที่นั่งในสภามากที่สุด แม้ว่ากระแสของพรรคก้าวไกลอาจจะไม่สามารถไปสู่พื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานีจนมีผู้สมัครได้รับเลือกเข้าสภา แต่พบปรากฏการณ์และพลวัตที่สำคัญของพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานีในห้วงการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน จากการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ผลด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยที่พบว่า มีประเด็นสำคัญเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี ประกอบด้วย อัตลักษณ์ของผู้คนชายแดนใต้/ปาตานีกับการหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นความเป็นมุสลิม ความเป็นมลายู ความเป็นผู้หญิงหรือความเป็นคนรุ่นใหม่ รวมไปถึงการพบว่าข้อถกเถียงว่าด้วยความสำคัญของเงินกับการเป็นผู้สมัครในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี ก็ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงที่สำคัญ และพบว่ามีข้อสังเกตความเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนของผู้ที่เคยทำงานในหน่วยงานภาคประชาสังคมในการเมืองเพิ่มขึ้น การเกิดขึ้นของพรรคเป็นธรรม รวมไปถึงการเห็นรูปแบบการหาเสียงที่เน้นนำเสนอนโยบายในเวทีดีเบตต่างๆ

ที่มา วารสารวาระการเมืองและสังคม (JPSA) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ณ ห้องประชุมร้านบ้าน 2 ฤดู อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดการประชุมสนทนากลุ่มภายใต้โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาศักยภาพพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน จังหวัดนราธิวาส สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนใต้ ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ทุน Fundamental Fund ประเภท Basic Research Fund ปีงบประมาณ 2564

โดยงานวิจัยข้างต้นมี นายอิมรอน ซาเหาะ สังกัดสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย และมีอาจารย์ ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ สังกัดคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วย ดร.วสมน สาณะเสน ดุษฎีบัณฑิตสาขาประวัติศาสตร์ศิลปะ มหาวิทยาลัยอิสตันบูล ประเทศตุรกี เป็นนักวิจัยร่วม

ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนและให้ข้อเสนอแนะต่องานศึกษาวิจัยดังกล่าวจากหลากหลายสายงานซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกับที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ฯ เช่น บาบอ อุสตาซ อุสตะซะฮฺ คณาจารย์ โรงเรียนสมานมิตรวิทยา ชุมชนบ้านศาลาลูกไก่ โต๊ะอีหม่ามบ้านศาลาลูกไก่ ผู้ใหญ่บ้านบ้านศาลาลูกไก่ สมาชิกอบต.ละหาร เขตบ้านศาลาลูกไก่ ประธานสภา อบต.ละหาร ตัวแทนประชาชนในพื้นที่บ้านศาลาลูกไก่ นายกสมาคมประชาสังคมนราธิวาส ประธานและรองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ประธานกลุ่มยือรีงา บรรณาธิการโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันอิสลามและภาษาอาหรับ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นต้น 

โดยปัจจุบันอาคารพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในเร็วๆ นี้ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างอาคารจากกรมศิลปากร

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ขอเชิญผู้สนใจร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนในวงเสวนาสาธารณะ “รัฐธรรมนูญไทยในชายแดนใต้ ปาตานีในรัฐธรรมนูญไทย : มุมมองของนักการเมือง” วันที่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป วิทยากรโดย

- คุณชวลิต วิชยสุทธ์ พรรคเพื่อไทย

- คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคก้าวไกล

- พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง พรรคประชาชาติ

- คุณนัจมุดดีน อูมา พรรคภูมิใจไทย

- คุณอันวาร์ สาและ พรรคประชาธิปัตย์

- คุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ พรรคพลังประชารัฐ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล และกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ ด้านประสานการมีส่วนร่วม-ขับเคลื่อนบทบาทสตรี ได้เดินทางมาพบปะนักวิชาการในพื้นที่ชายแดนใต้ ณ สำนักงานสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อหารือและประสานงานประเด็นการสนับสนุนในการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนบทบาทสตรีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์ อาจารย์นักวิจัย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อาจารย์โซรยา จามจุรี นักวิชาการสำนักส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้ และเครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ พร้อมตัวแทนนักวิชาการและภาคประชาสังคมเข้าร่วมประชุมหารือในครั้งนี้

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

 

แนะนำโครงการโดย :

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมศรี

วิทยากร :

รศ. ดร. อนุสรณ์ อุณโณ

เรืองรวี พิชัยกุล

รศ.สีดา สอนศรี

อ.ชำนาญ จันทร์เรือง

ดำเนินรายการโดย : รอมฎอน ปันจอร์

 

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เป็นผลให้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 รัฐบาลได้ออกมาตรการใหม่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ซึ่งรวมทั้งสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเข้มงวด ส่งผลให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องประสบปัญหาต่างทับซ้อนกับสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังดำรงอยู่ อีกทั้งจังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่หน้าด่านของการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ จนถึงขณะนี้ (1 กรกฎาคม 2564) พบจำนวนผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จำนวน 2,180 ราย จังหวัดนราธิวาส จำนวน 2,158 ราย และจังหวัดยะลา จำนวน 1,989 ราย ขณะที่พบผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 จังหวัดปัตตานี จำนวน 7 ราย จังหวัดนราธิวาส จำนวน 5 คน และจังหวัดยะลา จำนวน 13 ราย สถานการณ์ของสตรีและเด็กรวมทั้งกลุ่มเปราะบางต่างๆ มีรายละเอียดเป็นการเฉพาะ

ในการนี้ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้​ สถาบันสันติศึกษา​ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ​และศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ จึงได้จัดเสวนาสาธารณะออนไลน์ “ผู้หญิงและเด็กชายแดนใต้กับสถานการณ์โควิด 19 ระลอกใหม่" เมื่อวันที่ 4  กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก https://www.facebook.com/CSCD-PSU-Pattani 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

 

การสอนสันติภาพศึกษาในพื้นที่ความขัดแย้งของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ฟารีดา ปันจอร์

อาจารย์วิจัย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ยาสมิน ซัตตาร์

อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

 

บทคัดย่อ

บทความวิจัยเรื่อง การสอนสันติภาพศึกษาในพื้นที่ความขัดแย้งของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีมีเป้าหมายมุ่งเน้นศึกษาพัฒนาการ แนวทางการสอนความรู้เรื่องสันติภาพ ตลอดจนนำผลสะท้อนความคิดเห็นจากการสอนรายวิชาศึกษาทั่วไป 117-114 คิด ทำ นำสุข (Living a Peaceful Life) ในปีการศึกษาที่ 1/2561 เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาตามแนวทางการศึกษาเพื่อสันติภาพ โดยใช้การวิเคราะห์เอกสารการเก็บรวมรวมข้อมูลจากแบบสำรวจความคิดเห็นและการสัมภาษณ์ผู้เรียนและผู้สอน ผลการศึกษาพบว่า 1) การศึกษาด้านสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้มีพัฒนาการจากการปรับใช้ความรู้ด้านสันติวิธีขององค์กรภาคประชาสังคม และก่อตัวเป็นหลักสูตรในมหาวิทยาลัยภายใต้บริบทของนโยบายการศึกษาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่และการเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมในสังคมพหุวัฒนธรรม ส่วนเนื้อหาของรายวิชา คิด ทำ นำสุข ได้ถ่ายทอดมุมมองทั่วไปด้าน “สันติภาพ”  ที่มีความหลากหลาย ได้แก่ การเข้าใจหลักคิดในเรื่องของการรู้จักตัวเองและผู้อื่น การเข้าใจความหลากหลายของอัตลักษณ์ การอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรม การรู้จักความขัดแย้งและการสื่อสารเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ2) ผลการจัดการศึกษาตามแนวทางสันติภาพศึกษาผู้เรียนส่วนใหญ่มีทัศนคติในเชิงบวกต่อเนื้อหาการเรียนการสอน แต่ปรากฏข้อข้อท้าทายหลายประการด้วยกัน อาทิ กรณีศึกษาความขัดแย้งที่จังหวัดชายแดนใต้ ผู้เรียนตั้งคำถามและต้องการเรียนรู้มุมมองด้านอัตลักษณ์ของผู้คนกลุ่มต่างๆในด้านลึก พวกเขามีความต้องการของผู้เรียนในการเรียนรู้จากชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง อีกทั้งมีความต้องการกระบวนการเรียนรู้ในห้องเรียนที่มีปฏิสัมพันธ์มากขึ้นในชั้นเรียน ข้อค้นพบดังกล่าวสามารถนำมาพัฒนาการเรียนการสอน ได้อย่างสอดคล้องกับแนวทางการศึกษาเพื่อสันติภาพ

 

ที่มา Journal of Human Rights and Peace Studies

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ข้อถกเถียงว่าด้วยการเป็นผู้นำทางการเมืองกับผู้หญิงมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้

ยาสมิน ซัตตาร์

คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

อิมรอน ซาเหาะ

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

อับดุลเอาว์วัล สิดิ

โครงการมะดีนะตุสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี

 

บทคัดย่อ

จุดประสงค์ บทความเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่องพื้นที่ทางการเมืองแบบเป็นทางการของผู้หญิงมลายูมุสลิมชายแดนใต้: บทบาท โอกาส และข้อท้าทาย โดยงานชิ้นนี้ต้องการอภิปรายข้อถกเถียงว่าด้วยเรื่องการเป็นผู้นำของสตรีในอิสลาม โดยมีกรณีตัวอย่างของผู้หญิงมลายูมุสลิมชายแดนใต้

 

วิธีการศึกษา งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้วิธีการศึกษาผ่านงานวิจัยและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการศึกษาผ่านการเก็บข้อมูลในพื้นที่สนามการเมืองชายแดนใต้ที่มีสตรีมลายูมุสลิมอยู่ในพื้นที่

 

ผลการศึกษา พบว่า ในพื้นที่ชายแดนใต้มีข้อท้าทายประการสำคัญสำหรับผู้หญิงมุสลิมในการเข้าสู่พื้นที่ทางการเมือง นั่นคือข้อถกเถียงเรื่องบทบาทของผู้หญิงมุสลิมในพื้นที่ทางการเมืองซึ่งมีการตีความของนักกฎหมายอิสลามและผู้รู้ในอดีตในบริบทที่ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวิธีการมองบทบาทหน้าที่ของความเป็นผู้หญิงหรือมีจารีตประเพณีในแต่ละสังคม และสำหรับผู้รู้ศาสนาอิสลามบางท่านก็ไม่ได้มองว่าการมีบทบาทของผู้หญิงในฐานะผู้นำไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักการศาสนา ตราบใดที่เมื่ออยู่ในตำแหน่งนั้นแล้วผู้หญิงคนนั้นยังคงสามารถรักษาการปฏิบัติตนตามหลักการศาสนาอิสลามเอาไว้ได้ ขณะเดียวกันในพื้นที่ชายแดนใต้พบว่าผู้คนส่วนใหญ่ยังคงไม่ยอมรับในบทบาทการเป็นผู้นำของผู้หญิง ซึ่งมีผลต่อตัวนักการเมืองสตรีในพื้นที่ที่แม้จะมีต้นทุนในเรื่องต่าง ๆ ประกอบกันแล้ว ก็อาจทำให้ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตได้

 

การนำผลวิจัยไปใช้ ผลของงานวิจัยชิ้นนี้ได้นำไปแลกเปลี่ยนกับตัวแทนสมาชิกผู้แทนราษฎรหญิงในพื้นที่ตลอดจนองค์กรภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนในการพัฒนาศักยภาพของผู้หญิงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งใช้ประกอบในการดำเนินงานต่อไป


ที่มา วารสารอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์