ชายแดนใต้/ปาตานี

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 17-18 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ผศ.โชคชัย วงษ์ตานี อ.ฟารีดา ปันจอร์ และคุณอุสมาน หวังสนิ อาจารย์และนักวิจัยของสถาบันสันติศึกษาเป็นวิทยากรในโครงการอบรมโปรแกรมฟื้นฟูผู้ต้องขังคดีความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดีด้วยมิติครอบครัว และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังให้สามารถกลับสู่สังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งจัดโดย เรือนจำกลางปัตตานี

การอบรมประกอบครั้งนี้ประกอบด้วยการบรรยายให้ความรู้และการทำกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของผู้เข้าอบรมในประเด็นการสร้างความเข้าใจกันในครอบครัวและชุมชน การสื่อสารที่ข้ามผ่านความขัดแย้ง การฟังด้วยใจ คุยด้วยรัก การจัดการความขัดแย้งด้วยแนวทางสันติวิธี และสันติวัฒนธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมบนฐานแนวคิดกระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional Justice) และการสร้างสันติภาพที่ครอบคลุมทุกฝ่าย (Inclusive peacebuilding)

[English]

IPS Staff Serve as Resource Persons in the Rehabilitation Program for Security-Related Detainees in Thailand’s Deep South, Emphasizing Family-Centered Approaches and Transitional Justice at Pattani Central Prison

...

On 17–18 March 2026, at Pattani Central Prison, Pattani province, faculty members and researchers from the Institute for Peace Studies (IPS), Prince of Songkla University—Assistant Professor Chokchai Wongtanee, Ms. Fareeda Panjor, and Mr. Usman Wangsani—served as resource persons in a rehabilitation training program for detainees involved in security-related cases in Thailand’s Deep South.

The program aimed to foster positive attitudes through a family-centered approach and to enhance their capacity to reintegrate constructively and peacefully into society. This initiative reflects IPS’s commitment to advancing sustainable peace through inclusive and human-centered approaches.

The training combined interactive lectures and participatory activities designed to engage participants in key themes, including strengthening understanding within families and communities, communication across differences, empathetic listening, and constructive dialogue. It also addressed the cultivation of a culture of peace in a pluralistic society, and principles of transitional justice and inclusive peacebuilding.

Through this engagement, IPS continues to promote practical pathways toward reconciliation, social cohesion, and long-term peace in conflict-affected areas.

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สุขสันต์วันรายออีดิลฟิตรี พ.ศ. 2569
SELAMAT HARI RAYA AIDIL FITRI 1447 H.
Eid Mubarak 2026
MAAF ZAHIR DAN BATIN

سلامت هاري راي عيد الفطر المبارك ١٤٤٧ هـ
معاف ظاهير دان باطن

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Center for Conflict Studies and Cultural Diversity (CSCD), Institute for Peace Studies (IPS), Prince of Songkla University (PSU)

ڤوسة ڤڽليديقكن كونفليك دانكڤلباڬين بوداي سلاتن 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วาระเพื่อสันติภาพ: การทบทวนข้อเสนอขององค์กรภาคประชาสังคมต่อการสร้างสันติภาพในชายแดนใต้

       โครงการ “วาระเพื่อสันติภาพ: การทบทวนข้อเสนอขององค์กรภาคประชาสังคมต่อการสร้างสันติภาพในชายแดนใต้” ได้ทบทวนและวิเคราะห์ข้อเสนอแนะจากองค์กรหรือเครือข่ายภาคประชาสังคมจำนวน 14 แห่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นับตั้งแต่การเริ่มต้นการพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการในปี 2556 โดยมีวัตถุุประสงค์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและสนับสนุุน การแสวงหาทางออกทางการเมืองในกระบวนการสร้างสันติภาพผ่านข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายกลุ่ม โดยได้มีการนำเสนอร่างรายงานต่อองค์กรภาคประชาสังคมและนักวิชาการที่ทำงานด้านสันติภาพด้วย

ข้อเสนอแนะในรายงานฉบับนี้สามารถสรุปเป็นสองส่วนหลักดังนี้:

Image

1. ข้อเสนอสำหรับกระบวนการพูดคุยสันติภาพ

  • การปรับปรุงกระบวนการพูดคุยสันติภาพ: โดยมีข้อเสนอแนะถึงการปรับยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาชายแดนใต้โดยให้การพูดคุยสันติภาพ
    เป็นแกนกลางในการแก้ไขความขัดแย้ง ส่งเสริมบทบาทของพลเรือนที่ไม่ใช่ข้าราชการเป็นตัวแทนในคณะพูดคุยสันติภาพ การลดความรุนแรง
    และสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางกายภาพ สร้างความเป็นเอกภาพของภาครัฐต่อแนวทางแก้ไขปัญหา และจัดตั้งกลไกการประสานงาน เช่น สำนัก
    เลขานุการเพื่อสันติภาพชายแดนใต้

  • การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน: สนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการสันติภาพผ่านกลไกการปรึกษาหารือ
    หลายระดับ การให้มีมุมมองเพศสภาพและการคำนึงถึงความหลากหลายในกระบวนการสันติภาพและการหนุนเสริมการเรียนรู้และพัฒน
    ทักษะในการสร้างสันติภาพสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่าง ๆ

  • การรับประกันเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น: สร้างพื้นที่ปลอดภัยและรับประกันความปลอดภัยสำหรับการแสดงความคิดเห็นอย่างแท้จริง
    ในกระบวนการปรึกษาหารือ

  • การพัฒนาการสื่อสารเรื่องกระบวนการสันติภาพต่อสาธารณะ: พัฒนายุทธศาสตร์และประสิทธิภาพของสื่อสารมวลชนเพื่อสันติภาพ พัฒนา
    เครือข่ายคนทำงานด้านสื่อสาธารณะเกี่ยวกับสันติภาพ และคณะพูดคุยควรสื่อสารความคืบหน้าของการพูดคุยสันติภาพต่อสาธารณะอย่าง
    สม่ำเสมอ

Image

2. ข้อเสนอเชิงสารัตถะในแก้ไขปัญหาความขัดแย้งรุนแรงและการสร้างสันติภาพ

  • การแสวงหารูปแบบการปกครองที่เหมาะสม: ศึกษารูปแบบการปกครองต่าง ๆรวมถึงข้อเสนอที่ผ่านมาโดยภาควิชาการและภาคประชาสังคมเพื่อแสวงหาแนวทางการปกครองที่เหมาะสม

  • การยอมรับอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม: เปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ต่างกันสามารถแสดงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนได้อย่างเสรีบนพื้นฐานของการยอมรับและเข้าใจซึ่งกันและกัน

  • สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมาย: ทบทวนการใช้กฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึก พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน ส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคและอำนวยความสะดวกในกระบวนการยุติธรรมสำหรับผู้เสียหาย

  • การพัฒนาเศรษฐกิจและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ: ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงทางอาหาร

  • การศึกษา: พัฒนาคุณภาพการศึกษา ส่งเสริมคุณค่าพหุวัฒนธรรมในสถานศึกษาและสร้างความปลอดภัยในโรงเรียน

  • การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน: แก้ปัญหายาเสพติดและส่งเสริมระบบการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่Image

จากข้อเสนอแนะที่สะท้อนความหลากหลายทางอุดมการณ์และข้อกังวลจากองค์กรและเครือข่ายภาคประชาสังคมต่าง ๆ มีประเด็นที่เป็นจุดร่วมกันอย่างน้อย 4 ประการ โดยประเด็นจุดร่วมกัน ได้แก่ การลดความรุนแรงและการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางกายภาพ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการสันติภาพ การรับประกันเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการพัฒนาการสื่อสารเรื่องกระบวนการสันติภาพต่อสาธารณะ ในขณะที่ ประเด็นขัดแย้งที่ยังไม่เห็นพ้องต้องกันในกลุ่มต่าง ๆ มีอย่างน้อย 3 ประการ ได้แก่ ประเด็นรูปแบบการปกครองที่เหมาะสมในฐานะแกนกลางในการแก้ปัญหาทางการเมืองต่อความขัดแย้ง ประเด็นอัตลักษณ์และพหุวัฒนธรรม และการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่

Image

ด้วยงานวิจัยนี้ได้วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อเสนอแนะที่ผ่านมาของภาคประชาสังคมเกี่ยวกับการสร้างสันติภาพและกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา คณะผู้วิจัยคาดหวังว่าข้อค้นพบจากการวิจัยนี้จะสามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการปรึกษาหารือสาธารณะในกระบวนการสันติภาพในอนาคต การบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนและมีคุณภาพในชายแดนใต้ต้องอาศัยแนวทางหลายด้านที่ครอบคลุมทั้งความมั่นคงในระยะสั้นและการแก้ปัญหาทางการเมืองในระยะยาวอย่างครอบคลุมและเสียงของประชาชนและภาคประชาสังคมเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการดังกล่าว

ประวัติผู้เขียน

 

ผศ.ดร. รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช

ผศ.ดร. รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัชอาจารย์

อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขต หาดใหญ่) เธอจบปริญญาเอกจาก Australian National University รุ่งรวี มีความสนใจทำงานวิจัยเกี่ยวกับ สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ความขัดแย้งทาง ชาติพันธุ์ กระบวนการสันติภาพ ศาสนา และความขัดแย้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รัฐวิศว์ เอื้อประชานนท์

รัฐวิศว์ เอื้อประชานนท์ 

นักปฏิบัติและนักวิชาการอิสระด้าน สันติภาพและสิทธิมนุษยชน ในปัจจุบัน ปัจจุบันเป็นผู้จัดการโครงการที่มูลนิธิ ความร่วมมือสันติภาพซึ่งให้การ สนับสนุนกระบวนการสันติภาพและงาน ด้านการสร้างสันติภาพต่างๆ เช่น พื้นที่ กลางสันติภาพจากคนใน (IPP) รัฐวิศว์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้าน International Peace Studies) จาก UN Mandated University for Peace ประเทศคอสตาริกา

อิมรอน ซาเหาะ

อิมรอน ซาเหาะ 

อิมรอน ซาเหาะ เป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพ ปัจจุบันประจำที่สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นอกจากนี้เขายังมีตำแหน่งแห่งที่ในอีกหลากหลายองค์กรภาคประชาสังคม อาทิ ประธานกลุ่มงานสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้ อุปนายกสมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน  อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ อดีตผู้ช่วยบรรณาธิการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการและวิจัย ประจำปาตานีฟอรั่ม เป็นต้น โดย  อิมรอนจบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

กอนีต๊ะ สะรี 

นักเคลื่อนไหวสันติภาพในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้/ปาตานี ปัจจุบันเป็น เจ้าหน้าที่โครงการมูลนิธิความร่วมมือ สันติภาพ เธอสำเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาตรี สาขาความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ 

เอกสารเผยแพร่

ต้องการอ่านรายงานฉบับเต็ม

“วาระเพื่อสันติภาพ: การทบทวนข้อเสนอขององค์กรภาคประชาสังคมต่อการสร้างสันติภาพในชายแดนใต้” คลิ๊ก ที่นี่

Image

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมร้าน Chaba Roti & Coffee ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ ได้สมัชชาสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี ครั้งที่ 5 { Pa(t)tani Peace Assembly 2026 } “เวทีเสียงของประชาสังคม : เนื่องในโอกาสครบรอบการพูดคุยสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี ปีที่ 13 (ตั้งแต่ 28 ก.พ. 2556)

กล่าวต้อนรับเปิดงานและชี้แจงวัตถุประสงค์ของกิจกรรม โดย คุณลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้

ช่วงแรกเริ่มด้วยวงระดมความเห็น (Workshop) ว่าด้วยเรื่อง "วิเคราะห์สถานการณ์หลังเลือกตั้งปี 2569 กับทิศทางการสร้างสันติภาพในชายแดนใต้ และบทบาทภาคประชาสังคม"

นำการพูดคุยโดย

คุณอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ / ประธานกลุ่มงานสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้

ผศ.ดร.อลิสา หะสาเมาะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี / เลขาธิการสภาประชาสังคมชายแดนใต้

ร่วมพูดคุยโดย

ผศ.อสมา มังกรชัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ผศ.ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

คุณมูฮำหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ Projek Sama Sama

ต่อด้วยประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้หารือผู้เข้าร่วมถึงข้อเสนอที่จะแถลงในช่วงท้ายของงานจนตกผลึกได้ข้อเสนอที่ผู้เข้าร่วมทุกคนเห็นด้วยกับข้อเสนอ

ถัดจากนั้น เป็นวงเสวนา เรื่อง “รอมฎอน: ศรัทธา สันติภาพ และความหวังเพื่อการอยู่ร่วมกัน”

วิทยากรโดย

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี CSCD สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ / ที่ปรึกษาสภาประชาสังคมชายแดนใต้

คุณลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมายแดนใต้ม

ดร.ขดดะรี บินเซ็น ประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

บาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ ผู้จัดการโรงเรียนศาสนบำรุง จ.สงขลา

คุณกันตพัฒน์ ทวีผลทรัพย์ ประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ

คุณนูรฮายาตี สาเมาะ ที่ปรึกษาองค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี HAP

ดำเนินรายการโดย

คุณฆอซาลี อาแว ศูนย์สันติวิธีชายแดนใต้ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา / รองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้และประธานคณะทำงานกลุ่มประเด็นงานกระบวนการสันติภาพ-แสวงหาทางออกทางการเมือง คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้

คุณโซรยา จามจุรี สำนักส่งเสริมและบริการวิชาการ ม.อ.ปัตตานี / รองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้และประธานคณะทำงาน

ช่วงท้ายเป็นการแถลงแสดงจุดยืนและประกาศเจตนารมณ์ต่อสาธารณะ โดยตัวแทนผู้เข้าร่วมงานสมัชชาสันติภาพฯ

กล่าวปิดงาน โดย ผศ.ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ ถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

นำอ่านดุอาอ์ปิดงานสมัชชาสันติภาพฯ โดย บาบออับดุลสุโก ดินอะ

ปิดท้ายด้วยผู้เข้าร่วมงานสมัชชาสันติภาพฯ จากหลากหลายศาสนาร่วมกันละศีลอด

พิธีกรตลอดงานโดย อีบรอเฮง มาเละ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้

ดูประมวลภาพ คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 17 - 18 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม แก้วสมุย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดกิจกรรมการอบรมพนักงานสัมภาษณ์อย่างเข้มข้น ในโครงการวิจัย « Exposure to Violence, Cooperative Behavior and Emotions » โดยความร่วมมือระหว่าง สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา (CSCD) กับ University of Geneva, Switzerland

โครงการนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองและการสำรวจ (Experimental and Survey Research) ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ความรุนแรงกับพฤติกรรมการให้ความร่วมมือและอารมณ์ความรู้สึกต่อผู้คนต่างวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ในภาคใต้ของไทย เปรียบเทียบในหลายประเทศที่มีประสบการณ์ความขัดแย้ง ได้แก่ ไทย โคลัมเบีย ตุรกีและอูกันดา โดยมี ผศ.ดร.ศรีสมภพ หัวหน้าโครงการ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ และ ผศ.ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช เป็นนักวิจัยร่วม รอบนี้ทีมได้เดินทางไปอบรมทีมเก็บข้อมูลในโซนภาคใต้ตอนบนและโซนภาคใต้ฝั่งอันดามัน ไกลถึงขังหวัดสุราษฎร์ธานี

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้การต้อนรับ คณะศึกษาดูงานจากสำนักวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อรับฟังการบรรยาทางวิชาการ ในหัวข้อ “การเมืองว่าด้วยการเลือกตั้งและความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้” ณ ห้องบรรยายและปฏิบัติการศรีวังสา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

วิทยากรโดย รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ และ ผศ.อสมา มังกรชัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ นายอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมศรีวังสา ชั้น 3 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมกว่า 20 องค์กรเครือข่าย ร่วมกันจัดโครงการเวทีสาธารณะ หัวข้อ “เลือกตั้ง 2569 กับอนาคตจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยเสียงประชาชน” โดยมีตัวแทนจาก 8 พรรคการเมืองเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอจากภาคประชาชนพร้อมตอบคำถามและนำเสนอนโยบาย

กิจกรรมในครั้งนี้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ โดย ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และกล่าวความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของกิจกรรมโดย นางสาวลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ซึ่งถือเป็นผู้แทนของภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมกว่า 20 องค์กรเครือข่ายที่ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้

วงเริ่มจากการประเมินสถานการณ์ภาพรวมและข้อสรุปจากประมวลผลจากภาคประชาสังคม ก่อนการเลือกตั้ง 2569 กับอนาคตจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยเสียงประชาชน โดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ก่อนเข้าสู่รายการฟังเสียงประชาชนของสถานีโทรทัศน์ ThaiPBS ดำเนินการพูดคุยโดย ผศ.ดร.สมัชชา นิลปัทม์ มีตัวแทนจากภาคประชาสังคมและภาควิชาการ 6 ท่านร่วมนำเสนอ

ประเด็นที่ 1 : กรรมาธิการสันติภาพชายแดนใต้ นำเสนอโดย นางสาวลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้

ประเด็นที่ 2 : การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และสังคมพหุวัฒนธรรม นำเสนอโดย อ.โซรยา จามจุรี ประธานเครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (Civic Women)

ประเด็นที่ 3 : สิทธิมนุษยชน กฎหมาย และความยุติธรรมทางสังคม นำเสนอโดย นายอับดุลเลาะ เงาะ ประธานเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ (JASAD)

ประเด็นที่ 4 : การเมือง การปกครอง และกระบวนการสันติภาพ นำเสนอโดย นายอารีฟีน โสะ ผู้แทน The Patani

ประเด็นที่ 5 : เศรษฐกิจ ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม นำเสนอโดย ผศ.ดร.อลิสา หะสาเมาะ ประธานเครือข่ายผู้หญิงกับภัยพิบัติจังหวัดชายแดนใต้

ประเด็นที่ 6 : ความมั่นคงของมนุษย์ ปัญหาสังคม และภัยพิบัติ นำเสนอโดย อ.แวรอมลี แวบูละ นายกสมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธากัมปงตักวา (KTA) และนายกสมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน (APP)

หลังจากนำเสนอครบทั้ง 6 ประเด็นแล้ว มีการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น พร้อมเปิดโหวตประเด็นที่ผู้เข้าร่วมคิดว่าเป็นประเด็นที่เร่งด่วนที่สุด 3 อันดับแรก (สามารถโหวตได้คนละ 3 ประเด็น) ซึ่งผลโหวตออกมาดังนี้

 อันดับที่ 1 ได้แก่ ประเด็น สิทธิมนุษยชน กฎหมาย และความยุติธรรมทางสังคม มีผลโหลต 65 %

 อันดับที่ 2 ได้แก่ ประเด็น เศรษฐกิจ ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม มีผลโหลต 56 %

อันดับที่ 3 ได้แก่ ประเด็น การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และสังคมพหุวัฒนธรรม มีผลโหลต 52 %

อันดับที่ 4 ได้แก่ ประเด็น ความมั่นคงของมนุษย์ ปัญหาสังคม และภัยพิบัติ มีผลโหลต 47 %

อันดับที่ 5 ได้แก่ ประเด็น การเมือง การปกครอง และกระบวนการสันติภาพ มีผลโหลต 43 %

อันดับที่ 6 ได้แก่ ประเด็น กรรมาธิการสันติภาพชายแดนใต้ มีผลโหลต 15 %

โดยตัวแทนภาควิชาการ ภาคประชาสังคม นักศึกษา ประชาชน และผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมวิเคราะห์และอภิปรายผลการโหวตของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ก่อนจะปิดวงในช่วงเช้า

ช่วงบ่ายเป็นเวทีสาธารณะ หัวข้อ “เลือกตั้ง 2569 กับอนาคตจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยเสียงประชาชน” ระหว่างตัวแทนพรรคการเมืองและภาคประชาชน โดยมีตัวแทนภาควิชาการและภาคประชาสังคมนำเสนอข้อเสนอที่ได้จากการสกัดในวงระดมความเห็นในช่วงเช้าเพื่อเสนอต่อตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 8 พรรค

ก่อนที่ตัวแทนพรรคต่างๆ จะแสดงวิสัยทัศน์พร้อมเสนอนโนบายของพรรคว่าในแต่ละประเด็นพรรคต่างๆ มีนโยบายเกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวอย่างไรบ้าง ตลอดจนมีแนวทางในการดำเนินนโยบายที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไร โดยตัวแทนพรรคการเมืองประกอบไปด้วย

คุณทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ

คุณยุสรีย์ กอดิรีย์ ตัวแทนพรรคไทยก้าวใหม่

คุณไซนูดิง ยูโซ๊ะ ตัวแทนพรรคพลวัต

คุณชารีฟุดดีน สารีมิง ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์         

คุณอาหมัดบูรฮัน ติพอง ตัวแทนพรรคเพื่อไทย                   .

คุณรอมฎอน ปันจอร์ ตัวแทนพรรคประชาชน             

คุณไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย             

คุณนัจมุดดีน อูมา ตัวแทนพรรคกล้าธรรม  

ดำเนินรายการโดย ผศ.นัจมีย์ หมัดหมาน และ อ.ดุษณ์ดาว เลิศพิพัฒน์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์        

ช่วงท้ายผู้ดำเนินรายการได้เปิดให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงความคิดเห็นหรือถามคำถามโดยตรงต่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 8 ท่าน โดยหลายประเด็นมีการถกเถียงแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างลึกซึ้งและเข้มข้นอย่างมาก

กล่าวสรุปและปิดวงสาธารณะดังกล่าวนี้ โดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) พิธีกรตลอดงานโดย คุณอิมรอน ซาเหาะ CSCD สถาบันสันติศึกษา ม.อ.ปัตตานี

ดูประมวลภาพ คลิ๊ก ที่นี่

องค์กรร่วมจัด

  1. สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  2. สมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
  3. สภาประชาสังคมชายแดนใต้
  4. สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา (KTA)
  5. สมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน (Gerakan Damai Rakyat)
  6. คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  7. Thai PBS
  8. มูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ (PRC)
  9. The poligent news
  10. วิทยาลัยประชาชน (People's College)
  11. เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ (B4P)
  12. สมาคมเพื่อสันติภาพและการพัฒนา PEACE AND DEVELOPMENT ASSOCIATION [PDA]
  13. The Patani
  14. เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้  
  15.  เครือข่ายผู้หญิงกับภัยพิบัติจังหวัดชายแดนใต้
  16. พ่อบ้านใจกล้า
  17. เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ (JASAD)
  18. Deep South Watch ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้
  19. ศูนย์สันติวิธีชายแดนใต้ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา  มหาวิทยาลัยมหิดล
  20. สมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ Civil Society Assembly For Peace – CAP
  21. The Motive
  22. Projek Sama Sama

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

CSCD ร่วมกับสภาประชาสังคมฯ จัดวงสนทนาทางการเมืองว่าด้วยเรื่อง อิสลาม ประชาธิปไตย และชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ จัดรายการสันติสนทนา EP. 4 (Special Episode) Political Dialogue บทสนทนาทางการเมืองว่าด้วยเรื่อง อิสลาม ประชาธิปไตย และชายแดนใต้

ร่วมสนทนาโดย:

ดร.รุสตั้ม หวันสู สถาบันสันติศึกษา ม.อ.หาดใหญ่                                         

รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง  คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง

ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ คณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี

มูฮัมหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ  Projek Sama Sama

อิมรอน ซาเหาะ  CSCD สถาบันสันติศึกษา ม.อ.ปัตตานี     

มีหลากหลายประเด็นที่ผู้ร่วมสนทนาได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่น ประเด็นอิสลามเข้ากันได้หรือไม่กับประชาธิปไตย ทั้งนี้ ความขัดแย้งมักไม่ได้อยู่ที่ "ศาสนาอิสลาม" กับ "ประชาธิปไตย" โดยตรง แต่อยู่ที่ "การตีความ" มากกว่า หากมองว่าประชาธิปไตยคือเครื่องมือในการคัดเลือกผู้นำอย่างเป็นธรรมและการตรวจสอบอำนาจ อิสลามก็มีหลักการรองรับ แต่ทว่าหากมองว่าประชาธิปไตยคือการที่มนุษย์สามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่อิงกรอบจริยธรรมของศาสนา กลุ่มเคร่งครัดก็จะมองว่าเข้ากันไม่ได้

ประเด็นอำนาจอธิปไตยสูงสุด เป็นของพระเจ้ากับเป็นของประชาชน ขัดกันหรือไม่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับคำนิยาม หากนิยามประชาธิปไตยว่า ประชาชนมีอำนาจสูงสุดเหนือทุกสิ่งแม้แต่กฎของพระเจ้า แน่นอนว่าในทางอิสลามจะถือว่าขัดกัน แต่หากมองว่า ประชาชนคือผู้ได้รับมอบอำนาจจากพระเจ้าให้มาบริหารจัดการและเลือกผู้นำตามหลักธรรมาภิบาล แน่นอนว่านี่คือรูปแบบหนึ่งที่สามารถไปด้วยกันได้

ประเด็นเสียงข้างมากถูกต้องหรือหลักการถูกต้อง ประเด็นนี้หากจะกล่าวว่าเสียงข้างมากไม่ถูกต้อง แสดงว่าเสียงข้างน้อยถูกต้องกระนั้นหรือ? ซึ่งแน่นอนว่าย่อมไม่ใช่ ดังนั้น การหยั่งเสียงคือการหาทางออกร่วมกันเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ในสังคม ประชาธิปไตยใช้เสียงข้างมากเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ เพื่อป้องกันความขัดแย้งและการใช้อำนาจเผด็จการ ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เสียงข้างมากเลือกจะต้องถูกต้องตามหลักศีลธรรมเสมอไป

หากจะเปรียบเทียบแล้วการฟังเสียงข้างมากคือใช้ตัดสินใจในเชิงบริหารหรือการอยู่ร่วมกัน ข้อควรระวัง คืออาจกลายเป็นพวกมากลากไปในทางที่ผิด ส่วนหลักการที่ถูกต้องของอิสลามใช้เป็นเข็มทิศทางศีลธรรมและศรัทธา ส่วนข้อควรระวัง คือ หากผู้ปกครองอ้างความถูกต้องโดยไม่ฟังใคร อาจกลายเป็นเผด็จการได้

ประเด็นการเลือกตั้งที่จะถึงเร็วๆ นี้ ในพื้นที่ชายแดนใต้เริ่มมีพรรคการเมืองใช้ศาสนา(อิสลาม)เป็นเครื่องมือในการหาเสียง และโจมตีพรรคคู่แข่งทางการเมือง ดังเช่นการเมืองในตั้งในหลายครั้งที่ผ่านมา สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน เพราะอ้างว่าจะตกนรกหากไปเลือกพรรคอื่นที่ไม่ใช่พรรคอิสลาม หรือจะได้เข้าสวรรค์หากเลือกพรรคเรา ฯลฯ ทั้งนี้ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียก็ใช้ศาสนาในการหาเสียงเช่นเดียวกัน

ผู้ร่วมสนทนามีความกังวลต่อประเด็นเงินเทาที่เข้ามาซื้อเสียงประชาชนในพื้นที่หนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านๆ มา ซึ่งผิดทั้งกฎหมายและผิดหลักการอิสลาม ทั้งนี้ จะโทษประชาชนและนักการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ เพราะฝ่ายที่มีหน้าที่รักษากติกาหรือรักษาความสงบเรีบยร้อยของบ้านเมืองไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองเท่าที่ควร

โดยผู้ร่วมสนทนาเรียกร้องให้พรรคการเมืองหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายนี้อย่างสร้างสรรค์ ด้วยการนำเสนอนโยบายที่แต่ละพรรคต้องการจะทำเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่มุ่งโจมตีใส่ร้ายป้ายสีพรรคคู่แข่ง เพราะการใส่ร้ายกันย่อมผิดหลักการของศาสนาอิสลามอย่างชัดเจนตามที่ทุกคนต่างก็ทราบกันดี 

 

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่