นโยบายการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

30 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2563 ห้องประชุมชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า และเครือข่ายวิชาการ Peace Survey 24 องค์กรวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคม จัดการประชุมเพื่อหารือโครงการวิจัย การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ [Peace Survey] ครั้งที่ 6 ในส่วนงานเชิงสำรวจและส่วนงานเชิงคุณภาพ โดยมี ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ในฐานะหัวหน้าโครงการ เป็นผู้ดำเนินการประชุม

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

บทความวิจัยเรื่อง "พลวัตความเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมท่ามกลางความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้" โดย นายอิมรอน ซาเหาะ และ ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ ตีพิมพ์ในเอกสารประกอบการสัมมนาวิชาการว่าด้วยเรื่อง “ชายแดนใต้: พื้นที่ ผู้คน และข้อเสนอเชิงนโยบาย” เป็นบทความที่มาจากรายงานวิจัยของ 9 โครงการวิจัยภายใต้ชุดโครงการงานวิจัยประเด็นวิจัยเชิงยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ (SRI 13) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) จัดโดย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ณ ห้องประชุมศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร กรุงเทพมหานคร

 

 

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

 

บทคัดย่อ

งานวิจัยเชิงคุณภาพเรื่องพื้นที่ทางการเมืองแบบเป็นทางการของผู้หญิงมลายูมุสลิมชายแดนใต้: บทบาท โอกาส และข้อท้าทาย ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) คำถามวิจัยของงานชิ้นนี้ต้องการตอบคำถามว่าเพราะค่านิยมที่อยู่บนฐานคิดของอัตลักษณ์ความเป็นมลายูหรือความเป็นมุสลิมหรือไม่ที่ส่งผลต่อการเข้าสู่พื้นที่การเมืองแบบทางการไม่มากนักหรือว่าเป็นฐานคิดที่คล้ายคลึงกับประเทศไทยโดยรวมที่แม้ไม่ใช่มลายูมุสลิมแต่ก็มีข้อจำกัดทางการเมืองเช่นเดียวกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทและวิเคราะห์ถึงการขับเคลื่อนและข้อจำกัดในพื้นที่ทางการเมืองแบบทางการของผู้หญิงมลายูมุสลิมท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนใต้ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ถึงพ.ศ. 2563

ผลการวิจัยพบว่า ความเป็นผู้หญิงภายใต้ ความเป็นมลายู ความเป็นมุสลิมและวัฒนธรรมในสังคมไทย ล้วนแล้วแต่เป็นชั้นของวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการมีบทบาทของผู้หญิงในพื้นที่การเมืองแบบทางการ ฐานคิดของอัตลักษณ์ความเป็นมลายูที่มีความใกล้ชิดกับความเป็นมุสลิมของผู้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีอิทธิพลต่อการที่ผู้หญิงจะเข้าไปในทางการเมือง กล่าวคือ การตัดสินใจของทั้งตัวผู้หญิงที่เข้าไปในพื้นที่ทางการเมืองและสังคมที่จะเลือกผู้หญิงเข้าไปในพื้นที่ทางการเมืองแบบทางการมีการคำนึงถึงอัตลักษณ์ความเป็นมลายูรวมถึงมุสลิม แม้ว่าจะดูเหมือนความเป็นสังคมมลายูจะยอมรับบทบาทของผู้หญิงในสังคมหรือในพื้นที่สาธารณะแล้ว แต่ในตำแหน่งของผู้นำในเชิงการเมืองก็ยังคงมีการมองที่ยึดกับภาพของความเป็นผู้ชายอยู่ นอกเหนือจากนั้นการมองบทบาทของผู้หญิงมุสลิมก็มักจะถูกถ่ายทอดในมุมมองที่ส่งเสริมการดูแลครอบครัวเสียมากกว่า ซึ่งในที่นี้ยังรวมไปถึงการที่มองว่าถึงที่สุดแล้วหากไม่มีความจำเป็น ผู้หญิงก็อาจจะไม่เหมาะที่จะเข้าไปมีบทบาทในการเป็นผู้นำทางการเมือง ประกอบเข้าไปกับโครงสร้างการเมืองไทยที่มีลักษณะของการมีนักการเมืองที่มักจะเป็นชาย จึงไม่แปลกที่จะเห็นว่านักการเมืองหญิงที่มีโอกาสเข้าไปในพื้นที่การเมืองแบบทางการมักจะต้องมีทุนที่เกี่ยวข้องในทางใดทางหนึ่งโดยเฉพาะเป็นครอบครัวเดียวกับนักการเมืองเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นแล้วการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้หญิงมลายูมุสลิมจึงนับได้ว่าเป็นเรื่องที่ดูท้าทายทั้งจากชั้นวัฒนธรรมของศาสนา ค่านิยมในสังคมมลายู รวมถึงสังคมการเมืองของไทย ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยเวลาในการถกเถียงเพื่อนำไปสู่กรอบคิดหรือคุณค่าแบบใหม่ ที่จะส่งผลต่อการมีส่วนร่วมมากขึ้นของผู้หญิงมลายูมุสลิมในพื้นที่การเมืองแบบทางการต่อไป

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

19 สิงหาคม 2563 เวลา 13.00 - 17.00 น.

ณ ห้องประชุมสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้

ช่วงที่ 1 : การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้

1. โครงการวิจัย เรื่อง การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจในการพัฒนาอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดย ดร.ชาคร ประพรหม

2. โครงการวิจัย เรื่อง โครงการเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลาและ นราธิวาส) ในการรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดย อ.วาสนา คงขันธ์ และคณะ

3. โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการยกระดับผลการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนขยายโอกาส : กรณีศึกษานวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) โดย ดร.รัชดา เชาวน์เสฏฐกุล

ช่วงที่ 2 : กระบวนการสันติภาพ/สันติสุขสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

1. โครงการวิจัย เรื่อง ชุมชนเยียวยาจิตใจผู้เสียหาย/ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบด้วยกระบวนการประยุกต์ศาสตร์สมอง โดย ผศ.ดร.ปรียา แก้วพิมล และคณะ

2. โครงการวิจัย เรื่อง บทบาทภาคประชาสังคมกับการสร้างสันติภาพในบริบทอาเซียน กรณีศึกษาประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย โดย ดร.ฆายนีย์ ช.บุญพันธ์

3. โครงการวิจัย เรื่อง การวิจัยและพัฒนา เยียวยา สมานฉันท์ และสร้างสรรค์ชุมชนสุขภาวะชายแดนใต้ โดย ดร.มายือนิง อิสอ

ดำเนินรายการ : ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


ติดตามบันทึกได้ที่ Facebook Live : https://www.facebook.com/watch/?v=639162336979997&extid=hJZvr3MtANKWWVPg

 

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

พลวัตความเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมท่ามกลางความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้

บทคัดย่อ

งานวิจัยเชิงคุณภาพเรื่อง “พลวัตการเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมท่ามกลางความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้” ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) คำถามวิจัยของงานชิ้นนี้ต้องการมุ่งเน้นถึงการมองบนฐานข้อมูลที่ปรากฏให้เห็นถึงการปรับตัวอย่างเห็นได้ชัดของนักการเมืองมลายูมุสลิมในช่วงหลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเป็นต้นมา ตลอดจนคำถามที่ว่าการต่อสู้ทางการเมืองในระบอบรัฐสภายังคงมีความหวังในการเป็นทางเลือกหนึ่งในการต่อรองทางการเมืองหรือการเรียกร้องสิทธิของชาวมลายูมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อีกหรือไม่ และมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและรูปแบบการเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมในจังหวัดชายแดนใต้ ตลอดจนพลวัตการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักการเมืองมลายูมุสลิมในจังหวัดชายแดนใต้ในบริบททางการเมืองที่ปรับเปลี่ยนโดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ถึงปัจจุบัน และเพื่อเสนอแนะต่อนักการเมืองมลายูมุสลิมและรัฐในการร่วมพัฒนาพื้นที่การเมืองที่สนับสนุนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยงานชิ้นนี้วางอยู่บนฐานแนวคิดสำคัญคือการเมืองเรื่องอัตลักษณ์

          งานวิจัยนี้เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกนักการเมืองในพื้นที่ชายแดนใต้และผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนทั้งสิ้น 66 ท่าน เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตทุกเขตในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จำนวน 13 ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชายแดนใต้แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 3 คน สมาชิกวุฒิสภา จำนวน 1 ท่าน อดีตประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง อดีต ส.ส. และอดีต ส.ว. จำนวน 19 ท่าน อดีตผู้สมัคร ส.ส. จำนวน 12 ท่าน นักการเมืองท้องถิ่น 3 ท่าน นักวิชาการและอูลามาอฺ(ผู้รู้) จำนวน 4 ท่าน แกนนำและสมาชิกขบวนการต่อสู้เพื่อเอกราชปาตานี อาทิ BRN, PULO, BIPP, MARA Patani จำนวน 7 ท่าน และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ/สันติสุขชายแดนใต้ จำนวน 3 ท่าน พร้อมทั้งมีการจัดสนทนากลุ่มร่วมกับนักการเมือง ภาคประชาสังคมและนักวิชาการ จำนวน 2 ครั้ง นอกจากนั้นยังมีการสังเกตการณ์ในช่วงเวลาทั้งก่อนและหลังจากการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2562 หลังจากเก็บข้อมูลตามวิธีการข้างต้นประกอบกับข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้นำมาวิเคราะห์ประเด็นถกเถียงที่เกี่ยวข้องผ่านแนวคิดเรื่องการเมืองเชิงอัตลักษณ์ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดหลักที่ใช้งานวิจัยดังกล่าวนี้

ผลการวิจัย พบว่า พลวัตการขับเคลื่อนของนักการเมืองมลายูมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้นับตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2547 สามารถแบ่งเป็นสามช่วงเวลาหลัก คือ ก่อนปี พ.ศ. 2547 หลังการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2548-2561 และในช่วงการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2562 แต่ละช่วงมีข้อน่าสังเกตคือก่อนปี พ.ศ. 2547 เป็นการต่อสู้ในพื้นที่ทางการเมืองของเชื้อสายเจ้าเมืองและผู้รู้ศาสนา มีนักการเมืองที่ผิดหวังกับระบบรัฐสภาและออกไปสนับสนุนกลุ่มขบวนการติดอาวุธ และในช่วงนี้ยังเกิดการเคลื่อนไหวของกลุ่มวาดะห์ซึ่งรวมกลุ่มเพื่อสร้างเสียงต่อรองของนักการเมืองในพื้นที่ชายแดนใต้ หลังจากปี พ.ศ. 2547 เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ความพ่ายแพ้ของกลุ่มวาดะห์และการขึ้นมาของนักการเมืองในหน้าใหม่หลายท่าน และต่อมาในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2562 ก็ได้เห็นพัฒนาการสำคัญของการก่อตั้งพรรคประชาชาติซึ่งได้กลายเป็นพรรคที่เห็นนัยยะเชิงอัตลักษณ์ของความเป็นมลายูมุสลิมอย่างชัดเจน การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่าระบบรัฐสภายังคงเป็นความหวังสำหรับการขับเคลื่อนเพื่อสร้างพื้นที่ต่อรองทางการเมือง โดยที่พื้นที่ทางการเมืองนั้นจะเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้อัตลักษณ์ความเป็นมุสลิมหรือความเป็นมลายูสามารถมีที่ทาง จนกระทั่งสามารถลดเงื่อนไขที่นำไปสู่ความรุนแรงได้ แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่ทางการเมืองแบบนี้จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ที่ประยุกต์ใช้หลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มิใช่เป็นประชาธิปไตยแบบครึ่งใบ ซึ่งอาจทำให้พื้นที่ทางการเมืองถูกปิดกั้นและหันไปสู่การใช้ความรุนแรงได้

 

คำสำคัญ: นักการเมือง มลายู มุสลิม การเมืองเรื่องอัตลักษณ์ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

โครงการประเมินข้อมูลความต้องการพื้นฐานของประชาชน (Baseline Data) เพื่อปรับปรุงตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของนโยบายรัฐด้านการพัฒนาศักยภาพคน สังคมและเศรษฐกิจภายใต้นโยบายการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2560 - 2562

สารบัญ

บทที่ 1  แนวคิดและที่มาของแผนยุทธศาสตร์บูรณาการ

บทที่ 2  การวิเคราะห์แนวคิดและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

บทที่ 3  การวิเคราะห์ความต้องการของประชาชน

บทที่ 4  ข้อเสนอการปรับปรุงตัวชี้วัด

(รายผลการวิจัยบางส่วน)

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

โครงการศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความรุนแรงภาคใต้