2564

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันอังคารที่ 6 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ณ สวนอาหารริมน้ำ อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส นายอิมรอน ซาเหาะ บุคลากรสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมจัดการประชุมแบบสนทนากลุ่ม (Focus group) ภายใต้โครงการวิจัย เรื่อง รูปแบบและการปรับตัวของการสื่อสารจากกลุ่มเยาวชนชายแดนใต้ในพื้นที่ชุมชนและพื้นที่ออนไลน์ภายใต้ภาวะการระบาดของโรคโควิด-19 ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมเฉพาะพื้นที่จังหวัดนราธิวาส อาทิ กลุ่ม MUSLIMITED (ดารานายู) เจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านสาธารณสุข ฯลฯ

โดยโครงการวิจัยข้างต้นมี ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหัวหน้าโครงการ และมี ดร.สมัชชา นิลปัทม์ คณะวิทยาการสื่อสาร และ นายอิมรอน ซาเหาะ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นนักวิจัยร่วม 

นอกจากนี้ยังมี ดร.นพ.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และ ผศ.ดร.วลักษณ์กมล จ่างกมล คณะ​วิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ

โดยการประชุมแบบสนทนากลุ่ม (Focus group) ในอีก 2 พื้นที่ ซึ่งผู้เข้าร่วมประกอบไปด้วย คณะทำงานของสำนักสื่อ The Motive คณะทำงานกลุ่มเยาวชนบันนังสตาร์ และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและยะลา ฯลฯ จำเป็นต้องจัดประชุมในรูปแบบออนไลน์ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ 

ภาพบรรยากกาศการประชุมแบบสนทนากลุ่ม (Focus group) ภายใต้โครงการวิจัย เรื่อง รูปแบบและการปรับตัวของการสื่อสารจากกลุ่มเยาวชนชายแดนใต้ในพื้นที่ชุมชนและพื้นที่ออนไลน์ภายใต้ภาวะการระบาดของโรคโควิด-19 ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมเฉพาะพื้นที่จังหวัดปัตตานี อาทิ กลุ่ม The Motive หมอ และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านสาธารณสุข ฯลฯ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนในรูปแบบออนไลน์ เมื่อวันเสาร์ที่ 10 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มีนาคม  2564 ที่ผ่านมา ณ ห้องบรรยาย B 103 ชั้น 1 คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เครือข่ายวิชาการ Peace Survey จัดอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนาม โครงการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 6

กล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดอ่าน โดย  พลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ  ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

กล่าวแนะนำโครงการและหลักการสำรวจภาคสนาม โดย  ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา/หัวหน้าโครงการ

อธิบายกระบวนการเก็บข้อมูลและแบบสอบถาม

โดย ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ และคุณวิลาสินี โสภาพล ทีมวิชาการ Peace Survey

อธิบายกระบวนการเก็บข้อมูลและแบบสอบถาม (ต่อ) พร้อมฝึกปฏิบัติการสัมภาษณ์ และประเมินผลการฝึกปฏิบัติการสัมภาษณ์

โดย อ.สุวรา แก้วนุ้ย และ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ทีมวิชาการ Peace Survey

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วันที่ 24 มีนาคม 2564 นายอุสมาน หวังสนิ นักวิจัย สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วยนายอิมรอน ซาเหาะ เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งสภาองค์กรชุมชนตำบลในพื้นที่ชายแดน ปีงบประมาณ 2564 ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ณ ห้องประชุมปัตตานีภิรมย์ ชั้น 3 อาคารสำนักงานวิทยาเขตปัตตานี (ตึกเรือ)

โดยมี รศ.อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี พร้อมด้วยผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ วิทยาเขตปัตตานี ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาเขตปัตตานี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและบริการวิชาการ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการ และประธานสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนภาคใต้ พร้อมทีมงาน เข้าร่วมหารือในครั้งนี้ด้วย

 

จากการหารือและพูดคุยแลกเปลี่ยนเบื้องต้น ได้ข้อสรุปแนวทางในการขับเคลื่อนร่วมกันใน 4 ประเด็นหลัก 1. การขับเคลื่อนงานพื้นที่ร่วม 1 ตำบล 1 มหาลัย เพื่อเป็นพื้นที่ร่วมในการขับเคลื่อนงานพัฒนา 2. การขับเคลื่อนหนุนเสริมชุมชนต่อเนื่องจากงานวิจัย โครงการแก้จนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี 3. การแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตด้านที่อยู่อาศัย กระบวนการสำรวจ การจัดระบบฐานข้อมูล(Data Center)เพื่อนำไปสู่การหนุนเสริมแก้ปัญหาร่วมกัน และ 4. การส่งเสริมธุรกิจชุมชน ว่าด้วยการเติมความรู้ ศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการในชุมชน เพื่อนำไปสู่การยกระดับและพัฒนาให้เกิดรายได้เพิ่มในชุมชน

              ทั้งนี้จากการหารือแนวการทำงานร่วมกันเบื้องต้น และจะมีเวทีร่วมในการออกแบบเครื่องมือเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนร่วมกันอีกครั้ง เพื่อเป็นรูปแบบแนวทางในการจัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการต่อไป

 

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สถาบันสันติศึกษาขอแสดงความยินดีกับบุคลากรของสถาบันที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติงานคุณค่าสงขลานครินทร์ (PRIDE of PSU 2021) 2 รางวัล 6 ผลงาน 

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2564 เนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ณ ห้องประชุม 210 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และผ่านระบบออนไลน์



? รางวัลประเภทนักวิจัยที่ผลงานวิจัยนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์/นโยบาย/ชุมชน ประจำปี 2563
#ผลงาน โครงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ครั้งที่ 5

โดย: เครือข่ายวิชาการ Peace Survey และบุคลากรสถาบันฯ ดังนี้
1. ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี นักวิจัยหลัก
2. รศ.ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ นักวิจัยร่วม
3. ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ นักวิจัยร่วม
4. รศ.ดร.วิชัย กาญจนสุวรรณ นักวิจัยร่วม
5. ดร.นิวดี สาหีม นักวิจัยร่วม
6. อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์ นักวิจัยร่วม
7. นายอาวุธ ยีสมัน เจ้าหน้าที่การเงินโครงการวิจัย
8. นายอิมรอน ซาเหาะ ผู้ประสานงานโครงการวิจัย

#ผลงาน โครงการวิจัยการปรับตัวของเยาวชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อแนวคิดและการจัดการเรียนการสอนการศึกษาเพื่อสันติภาพ
(Peace Education): กรณีศึกษานักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดย:
1. อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์ นักวิจัยหลัก
2. นายอิมรอน ซาเหาะ นักวิจัยร่วม

#ผลงาน โครงการพลวัตความเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมท่ามกลางความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้
โดย: นายอิมรอน ซาเหาะ นักวิจัยหลัก

#ผลงาน โครงการวิจัยการเรียนรู้และการวิจัยด้านการจัดการปกครองความครอบคลุมทางสังคมและความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย:

1. อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์ นักวิจัยร่วม
2. นายอิมรอน ซาเหาะ นักวิจัยร่วม

#ผลงาน โครงการพื้นที่ทางการเมืองแบบเป็นทางการของผู้หญิงมลายูมุสลิมชายแดนใต้: บทบาท โอกาส และข้อท้าทาย
โดย: นายอิมรอน ซาเหาะ นักวิจัยร่วม



? รางวัลประเภทนักวิจัยที่ได้รับรางวัลจากการนำเสนอผลงานระดับชาติ ประจำปี 2563
#ผลงาน ข้อถกเถียงว่าด้วยเรื่องผู้หญิงมุสลิมกับการทำงานในพื้นที่สาธารณะผ่านการศึกษานักการเมืองสตรีมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้
โดย: นายอิมรอน ซาเหาะ ผู้นำเสนอและนักวิจัยร่วม

 

? ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา นายอิมรอน ซาเหาะ ยังได้รับรางวัลเชิดชูเกียรตินักวิจัยที่ผลงานวิจัยนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์/นโยบาย/ชุมชน ประจำปี 2562 ในฐานะนักวิจัยร่วม จากผลงานวิจัย เรื่อง การจัดการการปกครองชุมชนและปัจจัยขับเคลื่อนความขัดแย้ง จากงานคุณค่าสงขลานครินทร์ (PRIDE of PSU 2020) เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563 เนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ณ ห้องประชุม Conference Hall ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ 2564 ที่ผ่านมา ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมเป็นวิทยากรในวงสนทนา BICARA PATANI ครั้งที่ 79 ในรูปแบบออนไลน์ ว่าด้วยเรื่องทบทวน 8 ปีการพูดคุยสันติภาพ: จะเดินต่อไปอย่างไรดี? โดยวิทยากรท่านอื่นๆ ประกอบไปด้วย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อุสตาซฮาซัน ตอยิบ คุณกัสตูรี มะห์โกตา รศ.ดร.มารค ตามไท นายแพทย์อาบูฮาฟิซ อัลฮากีม และ พล.ท.นักรบ บุญบัวทอ ดำเนินรายการโดย Zahri Ishak Thapanee Eadsrichai และ Romadon Panjor

โดยทาง The Reporters รายงานว่า PEACE TALK: ทบทวน 8 ปีกระบวนการพูดคุยสันติภาพชายแดนใต้ ทุกฝ่ายยอมรับว่า ล่าช้า "ภราดร" ชี้ ถ้าให้สำเร็จต้องมีรัฐบาลประชาธิปไตย ขณะที่ "ฮัสซัน ตอยิบ" ย้ำ รัฐไทยต้องยอมรับเป็นวาระแห่งชาติ ด้านพูโล และมารา ปาตานี หวังการมีส่วนร่วมทุกฝ่าย

เวทีการพูดคุย ทบทวน 8 ปีกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ จะเดินต่อไปอย่างดี ซึ่งจัดโดย Bicara Patani, The Reporters, CSCD-PSU Pattani, DSW, Wartani, CAP, Patani Notes, ThaiPBS, นักข่าวพลเมือง(ThaiPBS) PRC ได้เชิญผู้เคยมีส่วนร่วมกับการพูดคุยเพื่อสันติภาพที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2556 ที่มีการลงนามข้อตกลงพูดคุยเพื่อสันติภาพ ระหว่าง รัฐบาลไทย โดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.กับ นายฮัสซัน ตอยิบ ผู้นำทางการเมืองของขบวนการ BRN และตั้งคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขขึ้น แต่หลังการรัฐประหารปี 2557 รัฐบาล คสช.มีการตั้งคณะพูดคุยขึ้นมาใหม่ เปลี่ยนชื่อเป็นคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข โดยมี พล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าพูดคุยฝ่ายไทย และ เปิดโต๊ะเจรจาใหม่ กับ กลุ่ม Mara Patani ที่เป็นองค์กรร่มของขบวนการต่างๆไม่ต่ำกว่า 6 องค์กร โดยมีนายอาวัง จาบัต จาก BRN เป็นประธาน ในปี 2558 ซึ่งดูเหมือนการพูดคุยจะเดินหน้าไปได้ แต่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง 2562 มีการเปลี่ยนหัวหน้าคณะพูดคุยจาก พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัตน์ มาเป็น พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ พร้อมกับฝ่ายขบวนการกลับมาเป็น BRN ที่ม่ีนายอานัส อับดุลเราะห์มาน เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยของ BRN ครบรอบ 8 ปีกระบวนการพูดคุยสันติภาพวันนี้ จึงเป็นครั้งแรกของการพูดคุยผ่านออนไลน์ จากผู้ที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จนน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ยอมรับว่า 8 ปีที่แล้วสเรายังไปไม่ถึงปลายทาง ที่ต้องการให้การบริหารพื้นที่กลับมาเข้าสู่ปกติ โดยให้ บทบาท ศอบต.นำ กอ.รมน. แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นกลับหัวที่เห็น กอ.รมน.กลับมามีบทบาทสูงขึ้น ทำให้ความก้าวหน้ายังไม่พัฒนเท่าที่ควร เพราะยังสัมพันธ์กับรูปแบบการปกครอง เพราะสิ่งที่เราปรารถนา คือการบริหารพื้่น ที่ยังไม่เป็นปกติ ซึ่งเราต้องทำต่อไป ซึ่งเมื่อ 28 ก.พ.2556 คนที่ตัดสินใจลงนามระหว่าง รัฐไทยกับ ขบวนการ BRN คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์​ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้นำประเทศในขณะนั้น ทำให้การพูดคุยเกิดขึ้น แต่ 8 ปีที่ผ่านมา เราช้า เพราะยังมีความหวาดระแวง ยังมีความไม่ไว้วางใจ และสภาวะแวดล้อม ยังไม่ใช่ประชาธิปไตย ทำให้การพูดคุยยังขาดการมีส่วนร่วม และยังมีการครอบงำจากฝ่ายความมั่นคง ดังนั้น หากอยากเห็นกระบวนการสันติภาพเดินหน้า ต้องเปลี่ยนรัฐบาลสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

นายฮัสซัน ตอยิบ อดีตหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติภาพ ขบวนการ BRN เปิดเผยว่า ความสำเร็จจากการลงนามสันติภาพ เมื่อ 8 ปีก่อน คือ BRN ได้รับการยอมรับเป็นขบวนการปลดปล่อยปาตานี ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยเรียกพวกเราเป็นผู้ก่อการร้าย และได้มีฉันทามติทั่วไปอย่างเป็นทางการระหว่าง BRN กับรัฐบาลไทยเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยอาศัยวิถีการทางการเมือง นอกจากนี้ยังเห็นมีส่วนร่วมของสังคมนานาชาติ โดยมีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก ซึ่งเป็นการยกระดับของพวกเราบนโต๊ะเจรจา และสังคมปาตานีสามารถติดต่อสื่อสารกับสังคมระหว่างประเทศ รวมทั้งเปิดพื้นที่ให้แก่ประชาชนในพื้นที่และมีส่วนร่วมในการต่อสู้ และประชาชนก็กล้าพูดถึงกระบวนการสันติภาพ

ส่วนสิ่งที่ยังไม่ได้บรรลุในกระบวนการ  คือไม่ได้คุยประเด็นหลักอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิความเป็นเจ้าของ (hak pertuanan) อัตลักษณ์ของชาวมลายูปาตานี การปกครองตนเอง ฯลฯ รวมทั้ง การมีส่วนร่วมของสังคมในพื้นที่ องค์กรทางสังคมในกระบวนการสันติภาพ และการพูดคุย ยังไม่เป็น วาระแห่งชาติที่ได้รับการยอมรับจากรัฐสภา

อุสตาซ ฮัสซัน ตอยิบในฐานะเป็นอดีตหัวหน้าคณะพูดคุย มีข้อเสนอต่อการเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพที่ยังดำเนินอยู่ คือ ทั้งสองฝ่าย บีอาร์เอ็นกับรัฐบาลไทย ต้องมีส่วนร่วมอย่างจริงใจในโต๊ะเจรจา เพราะแนวทางแก้ไขไม่ได้อยู่ที่สนามรบแต่อยู่ที่โต๊ะเจรจา ฝ่ายรัฐบาลไทยต้องมีเอกภาพระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายความมั่นคงเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง

" ผมเห็นว่า ฝ่ายรัฐบาลยังขาดเอกภาพ ข้อตกลงทุกข้อต้องมีการลงนามรับรองจากทั้งสองฝ่ายสังคมนานาชาติต้องมีบทบาทมากกว่าแค่ผู้สังเกตหรือพยาน แต่ต้องสามารถให้คำชี้แนะและการสนับสนุน องค์กรทางสังคม บุคคลสำคัญ พรรคการเมือง ฯลฯ ต้องให้การสนับสนุนกับกระบวนการสันติภาพ บีอาร์เอ็นยืนหยัดในการแก้ไขความขัดแย้งโดยอาศัยวิธีการทางการเมืองผ่านการเจรจา และบีอาร์เอ็นขอร้องให้รัฐบาลไทยมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นและรับฟังเสียงของประชาชนเพื่อให้ความใฝ่ฝันของประชาชนเป็นจริง"

เกี่ยวกับคำถามที่ว่า บีอาร์เอ็นต่อสู้ทางการเมืองโดยละทิ้งการต่อสู้ทางอาวุธได้ไหม คำตอบก็คือ อาจจะได้ถ้าหากว่า รัฐบาลไทยรับฟังเสียงของประชาชนปาตานีและยอมรับเสียงเหล่านี้จนถึงคนปาตานีมีรูปแบบการปกครองที่สะท้อนความใฝ่ฝันของพวกเขา

ขณะที่นายกัสตูรี มะห์โกตา หัวหน้าขบวนการ Pulo หรือ พูโล กล่าวว่า พัฒนาการทางการเมืองโลกส่งผลกระทบต่อ พูโล และขบวนการปลดปล่อยทั่วโลกและปาตานี โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ 11 กันยา หลังจากเหตุการณ์นั้น รัฐบาลไทยเริ่มการกดขี่ และพยายามจะเชื่อมขบวนการในพื้นที่กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายโลกที่มีแนวคิดสุดโต่ง แต่การใช้ความรุนแรงโดยรัฐบาลไทยและการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินละเมิดเสรีภาพและไม่ยึดหลักมนุษยธรรม จึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาและป้องกันเหตุนองเลือดที่ปาตานี สิ่งที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงและความโหดร้ายก็คือพินาศกรรมและยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

แนวทางแก้ไขทางเดียวที่รัฐบาลชุดนี้กำลังดำเนินอยู่นั้นไม่สามารถดับไฟแห่งการต่อสู้อย่างถาวร การแก้ไขอันแท้จริงต้องเกิดจากการเจรจา การพูดคุยและข้อตกลงอย่างจริงใจและมีความรับผิดชอบจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจจะนำไปสู่การแก้ไขที่ยุติธรรม ยั่งยืนและครอบคลุม

นายกัสตูรี กล่าวว่า พูโลเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพทุกรูปแบบ พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับรัฐบาลไทยเพื่อเจรจาโดยไม่ตั้งเงื่อนไขอะไรเพื่อประโยชน์ของชาติปาตานี ผมได้เข้าร่วมการเจรจาหลายรอบ และผมมองว่า กระบวนการเจนิวา มีความก้าวหน้ากว่าครั้งก่อนและรอบปัจจุบัน เพราะ มีกระบวนการเจนีวาสามารถสร้างแนวทางเดียวกันได้ระหว่างบีอาร์เอ็น-ซีกับพูโล มีการพบปะกับนายกรัฐมนตรีเอง (พ.อ. สุรยุทธ์ เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2007 ที่ประเทศบาห์เรน มีส่วนร่วม (inclusivity) ของ CSO, NGO นักการเมือง นักวิชาการต่าง ๆ ซึ่งกระบวนการเจนีวาสามารถให้มีการหยุดยิงในปี 2010 ในพื้นที่สีแดง ได้แก่ อ. ระแงะ อ. เจาะไอร้องและ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส และมีตัวแทนจากพลเรือน (สมช.) และฝ่ายทหาร โดยมีการอำนวยความสะดวกขององค์กร Humanitarian Dialogue Center

"ผมเห็นด้วยกับความเห็นของ อ. มาร์ค ตามไท แต่ฝ่ายไทยก็ต้องจริงใจในเรื่อง inclusivity ด้วย ก่อนหน้านี้มีแต่ฝ่ายพลเรือนและทหาร แต่กระบวนการสันติภาพจำเป็นต้องมีการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่มีอำนาจในประเทศ การที่เราไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จเท่าที่ควรก็เพราะยังไม่มีการมีส่วนร่วมอย่างจริงใจจากฝ่ายรัฐไทย

กระบวนการเจรจาจำเป็นและสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ปาตานี แต่กระบวนการปัจจุบันไปทางพัฒนาประเทศชาติ แต่ไม่พยายามแก้ไขปัญหาอันแท้จริง ปาตานีตกเป็นอาณานิคมของสยาม และสยามต้องยอมรับว่า ปาตานีเคยเป็นรัฐที่เอกราชและมีอธิปไตย แต่ปัจจุบัน มีความพยายามปกปิดความเป็นจริงตรงนี้ แล้วจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ตอนนี้กระบวนการสันติภาพก็เสมือนหมอที่ให้ยาโดยไม่วินิจฉัยโรค แก้ไขไม่ตรงจุด แล้วจะจบลงเมื่อไร"

นายกัสตูรี กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยวิธีการทางการเมือง ไม่ใช่แค่ต้องมีแนวคิด inclusivity แต่ต้องมีเจตจำนงทางการเมืองด้วย ทั้งสองฝ่าย (คู่กรณี) ยังไม่แสดงเจตนำนงทางการเมืองที่ชัดเจน และยังไม่มี inclusivity ที่จริงใจด้วย นักต่อสู้ปาตานี พร้อมที่จะสร้างความไว้วางใจกับศัตรู แต่ไม่ยอมสร้างความไว้วางใจในหมู่นักต่อสู้กันเอง ฝ่ายสยามขาดเอกภาพเพราะแย่งชิงงบประมาณ ส่วนฝ่ายขบวนการก็แย่งชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของรัฐปาตานี (ในอนาคต) แต่กระบวนการสันติภาพที่ขาดเอกภาพก็จะไม่ประสบความสำเร็จดังเช่นกรณีของปาเลสไตน์และพื้นที่อื่นๆ ถ้าจะแก้ไขปัญหาจริง ๆ เราก็ต้องหยิบยกประเด็นรากเหง้ากว่าจะสามารถก้าวหน้าได้อีก

"ถามว่าเราจะวางอาวุธได้หรือไม่ พูโลเคยวางอาวุธในกระบวนการเจนิวา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ หลังจากเราวางอาวุธ สยามก็ไม่ยอมรับพูโลอีกต่อไป เพราะเราไม่มีอาวุธอีกแล้ว แต่สนใจบีอาร์เอ็นแทนเพราะพวกเขามีอาวุธ

ถามว่า จะจัดตั้งพรรคการเมืองมลายูปาตานีจะได้หรือไม่ ผมขอชี้แจงว่า การต่อสู้ของพวกเราคือการต่อสู้ครอบคลุ่มทั้งหมด ถ้าเราจัดตั้งพรรคการเมือง ก็หมายความว่า เรายอมรับรัฐธรรมนูญของไทยแล้ว และไม่จำเป็นต้องพูดคุย

นายกัสตูรี ย้ำว่า พูโล ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 1968 เพื่อปกป้องประชาชนและปลดปล่อยปาตานี ไม่ใช่องค์กรก่อการร้ายเพื่อก่อให้เกิดการก่อการร้าย พูโลพร้อมที่จะเจรจากับฝ่ายใดก็ตามที่พร้อมที่จะแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาของประชาชนปาตานี ตราบใดที่มีทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม แต่เราก็ไม่อาจจะเสี่ยงศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยธรรมของประชาชนปาตานีดังเช่นประกันไว้อยู่ในกฎบัตรสหประชาชาติ ณ ตอนนี้การแก้ไขปัญหาที่ปาตานีก็เป็นแนวทางแก้ไขฝ่ายเดียวจากรัฐบาลในรูปแบบของคำสั่งเท่านั้น โดยไม่เคยสะท้อนความต้องการของประชาชนในพื้นที่

"พูโลไม่มีปัญหาที่จะเจรจากับรัฐบาลลักษณะไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นรั้ฐบาลพลเรือนหรือรัฐบาลทหาร แต่ในการเจรจา ขอให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ทั้งจากฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร เราก็พร้อมที่จะรับการหยุดยิง แต่มีเงื่อนไขว่า 1.ต้องมีการติดตามเฝ้าระหว่างของสังคมนานาชาติ เพื่อไม่ให้เกิดการกล่าวหากันในเมื่อเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในช่วงหยุดยิง 2.ทหารไทยต้องออกจากพื้นที่หลังจากมีข้อตกลงการหยุดยิง และ 3.ถ้าการหยุดยิงประสบความสำเร็จ รัฐบาลไทยต้องยกระดับกระบวนการให้เป็นกระบวนการทางการเมืองเพื่อหาแนวทางแก้ไข" ผู้นำพูโล กล่าวย้ำ

ขณะที่นายอาบู ฮาฟิช อัล กาฮิม แกนนำกลุ่ม BIPP และโฆษกกลุ่มมารา ปาตานี กล่าวว่า การลงนามข้อตกลงพูดคุยสันติภาพเมื่อ 28 ก.พ.2556 เป็นการพูดคุยอย่างเป็นทางการที่รับรู้กันโดยทั่วไป ซึ่งมีข้อโดดเด่น คือข้อเสนอ 5 ข้อของขบวนการ BRN ซึ่งเวลานั้น ตัวเขาช่วยทำงานอยู่เบื้องหลัง เพราะการพูดคุยครั้งนั้น มี PULO,BIPP อยู่เบื้องหลังด้วย และมี 3 ประเด็นที่ไม่ค่อยมีใครทราบ คือ

1.เอกสาร 38 หน้า เป็นคำอฑิบายของข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ที่ BRN เสนอในการเชิญองค์กรที่เกี่ยวข้องกับปาตานีมารวมกัน ซึ่งถ้าหากการพูดคุยตอนนั้นไม่สะดุด ก็คงไม่มี Mara Patani

2.เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2013 มีหนังสือจากพล.ท.ภราดร ไปถึง ดาโต๊ะ ซัมซามิน ผู้อำนวยความสะดวกของมาเลเซีย ที่ระบุว่า รัฐไทย จะนำข้อเสนอ 5 ข้อของ BRN ไปพิจารณา แล้วนำกลับมาคุยในอนาคต

3.มี TOR ที่ระบุชื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตเลขาธิการ ศอบต.และอุสตาส อาวัง จาบัท จาก BRN มาเป็นกรรมการในการพิจารณา  ซึ่งต่อมากลายเป็นที่มาของการจัดตั้ง Mara Patani เพราะข้อตกลงเหล่านั้น หยุดชะงักลงจากการัฐประหาร รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยุติบทบาทลง เปลี่ยนมาเป็น รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรี จึงมีการประสานที่จะพูดคุยต่อ ซึ่งมีชื่อนายอาวัง จาบัต ทำหน้าที่ประสานงานจนเกิด มารา ปาตานี ขึ้นในเดือนมีนาคม 2015 และเริ่มมีการพบปะกันครั้งแรกกับคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขที่มี พล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะพูดคุย ระหว่างปี 2015-2019 ที่อยู่ระหว่างการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และเริ่มพูดคุยถึง พื้นที่ปลอดภัย หรือ Safty Zone และคณะกรรมการ JAC ที่จะประสานความร่วมมือให้เกิดพื้นที่ปลอดภัย หลังจากนั้นมีการพักโทษ ให้ 3 นักโทษ ขบวนการ BRN

นายอาบู ฮาฟิช ในฐานะโฆษกมารา ปาตานี เล่าถึงพัฒนาการการทำงานของมารา ปาตานี ซึ่งยอมรับว่าในปี 2018-2019 การพูดคุยติดขัดไม่ราบรื่น จนเกิดการเปลี่ยนแปลงหลังการเลือกตั้ง มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะพูดคุยมาเป็น พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ จนหลังการเลือกตั้ง จึงเปลี่ยนหัวหน้าคณะพูดคุยมาเป็น พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ และในฝ่ายขบวนการ ก็เปลี่ยนกับมาพูดคุยกับ BRN โดยตรง

อาบู ฮาฟิช ยอมรับว่า การพูคุยสันติภาพยังคงต้องมี ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลจำเป็นต้องมีเสถียรภาพทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเมืองไทยและมาเลเซีย รวมทั้งต้องมีการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย และต้องมีเจตน์จำนงทางการเมืองที่ชัดเจน และยังเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อไป โดยทิ้งท้ายว่า

" We cannot change the past but we can shape the future together"

พล.ท.นักรบ บุญบัวทอง อดีตเลขานุการคณะพูดคุยเพื่อสันติภาพ ที่ปัจจุบันอยู่นอกวงการพูดคุยไปแล้ว ยอมรับว่า การพูดคุยเพื่อสันติภาพที่ล่้าช้า อาจมีปัญหาอุปสรรคมาจากการเมืองภายในประเทศที่ทำให้ความสนใจเรื่องใต้เป็นรองลงไป แต่ผลจากการเริ่มต้น ทำให้ยังมีการพูดคุย เชื่อว่า ทุกรัฐบาลต้องการให้การพูดคุยสำเร็จ และ 5 ข้อที่บีอาร์เอ็นเสนอในครั้งนั้น เร็วเกินไป และกองทัพได้ตอบคำถาม 5 ข้อไปแล้ว ดังนั้นการทำให้การพูดคุยสำเร็จจะต้องทำให้เป็นวาระแห่งชาติ และต้องมีโรดแมปที่ชัดเจน รวมทั้งคนที่ทำงานสันติภาพควรเป็นคนที่ทำงานต่อเนื่อง

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และอาจารย์ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อดีตคณะพูดคุยเพื่อสันติภาพในปี 2013 เห็นว่า 28 ก.พ.2556 เป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่ให้เห็นถึงแนวทางสันติวิธี แม้ยังไม่สามารถพูดคุยถึงปัญหาหลักทั้งเรื่องอัตลักษณ์ การมีส่วนร่วมโดยตรงและยังไม่เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการเปลี่ยนแนวคิดของฝ่ายการเมือง ที่ยอมรับว่าในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ แม้จะมีการคุยมากกว่า 20 ครั้ง แต่แนวคิดเรื่องสันติภาพเปลี่ยนไป เห็นจากการใช้คำว่า สันติสุขมาแทน ดังนั้นฝ่ายรัฐบาลต้องทบทวน roadmap ที่ต้องมองเห็นผลสัมฤทธิ์และเป้าหมายคืออะไร การพูดคุยเพื่อสันติภาพจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อไป "Just do it"

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ศรีสมภพ เห็นว่า ควรนำจดหมายที่ไทยทำถึง BRN ที่จะพิจารณา 5 ข้อเสนอมาทบทวนเพื่อทำต่อ รวมถึงการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ mara patani ได้ทำไว้ โดยฝ่ายการเมือง พรรคการเมือง ต้องเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นจ

ขณะที่ รศ.ดร. มาร์ค ตามไท เห็นว่า คุณูปการจาก 8 ปีก่อน คือ การพูดคุยยังอยู่ต่อไป แต่ช้ามาก ในเชิงงบประมาณ ต้องมาดูว่าทำไมถึงช้า จึงต้องวางเป้าหมายให้ชัดว่า ไม่ใช้ความรุนแรง และย้ำว่า ถ้าไม่รู้ว่า การพูดคุยนี้คืออะร ถ้าไม่เริ่มจากตรงนี้ก็หาคนไม่ตรง และจุดจบของการพูดคุยคือจุดเริ่มต้น ที่ต้องรู้ว่า เป้าหมายสุดท้ายของการพูดคุยคือการวางกติการ่วมกันของการสร้างสันติภาพ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา บุคลากรของสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (CSCD, IPS, PSU) และศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSW) เข้าร่วมอบรมรับความรู้เรื่องการจัดการระบบสารสนเทศห้องสมุด การจัดเรียงเลขหมู่หนังสือ ระบบการสืบค้น และการให้บริการยืม-คืนหนังสือ ฯลฯ บรรยายให้ความรู้พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยบุคลากรจากหอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเตรียมจัดทำห้องสมุด ศาสตราจารย์ ดร.แอนเดรีย โมลนาร์ ซึ่งได้ให้ความอนุเคราะห์หนังสือและตำราด้านมานุษยวิทยาและสันติศึกษา จำนวนหลายร้อยเล่ม

นอกจากนี้ยังมีหนังสือ ตำรา วารสาร ตลอดจนรายงานวิจัยของ CSCD & DSW ตลอดจนจากสถาบันทางวิชาการต่างๆ ที่ได้รวบรวมมาเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นการจัดการความขัดแย้งและสันติศึกษา และประเด็นอื่นๆ จำนวนมากที่เตรียมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห้องสมุด ศาสตราจารย์ ดร.แอนเดรีย โมลนาร์ นี้ด้วยเช่นเดียวกัน

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วันนี้ (18 ก.พ. 2564) ที่ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อ.เมือง จ.ยะลา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ลงนาม MOU โครงการวิจัยพัฒนาต้นแบบนโยบายกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเชิงสันติภาพ ที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้โครงการวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้และต้นแบบนโยบายบูรณาการด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สันติภาพ และยุติธรรม เพื่อสร้างสมานฉันท์และการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม - ทุนงานวิจัยพื้นฐาน (FF) ปีงบประมาณ  2564 โดยมี รศ.ดร. บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา พร้อมด้วย ผศ.ดร. รุ้งลาวัณย์ จันทรัตนา คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา  ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี หัวหน้าชุดโครงการวิจัยการพัฒนาองค์ความรู้และต้นแบบนโยบายบูรณาการด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สันติภาพ และยุติธรรม เพื่อสร้างสมานฉันท์และการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผศ.ดร. จิรภรณ์ มั่นเศรษฐวิทย์ หัวหน้าโครงการวิจัยย่อยที่ 3 โครงการวิจัยพัฒนาต้นแบบนโยบายกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเชิงสันติภาพที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้ลงนาม พร้อมกันนี้ได้ร่วมลงนามระดับเครือข่าย 16 หน่วยปฏิบัติการวิจัย ประกอบด้วย 13 โรงเรียน 3 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

โดยตัวแทนเครือข่าย 16 หน่วยปฏิบัติการวิจัย ประกอบด้วย จังหวัดยะลา จำนวน 9 แห่ง จังหวัดปัตตานี จำนวน 3 แห่ง จังหวัดนราธิวาส จำนวน 2 แห่ง และจังหวัดสงขลา จำนวน 2 แห่ง ดังนี้ 

จังหวัดยะลา 9 แห่ง ได้แก่ 1. ผศ.ดร.มูหัมมัดตอลาล แกมะ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 2. นางอรวรรณ เรืองหิรัญ  ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเบตง (สุภาพอนุสรณ์) อำเภอเบตง จังหวัดยะลา 3. นายสุหริ ทิพย์มณี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านด่านสันติราษฏร์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา 4. นายชนกนันท์ พะสุโร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจาเราะปะไต อำเภอเบตง  จังหวัดยะลา 5. นางพัชรี เจ๊ะและ ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๙๔ (บ้านบ่อน้ำร้อน) อำเภอเบตง จังหวัดยะลา  6. นางมารีน่า สะนี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านศรีท่าน้ำ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา 7. นางสาวไลลา สะมะแอ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหน้าถ้ำ (พุทธไสยานุสรณ์) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 8. นางสาว ฟารีด๊ะ รอแม ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลตำบลบาลอ อ.รามัน จังหวัดยะลา 9. นางรอฟีอา ประดู่  หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลบาลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา    

จังหวัดปัตตานี จำนวน 3 แห่ง ได้แก่  1. นางมาซีเตาะห์ สุหลง รองผู้อำนวยการ โรงเรียนส่งเสริมอิสลามศึกษา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี 2. นางสาว นายียะห์ เจะหะ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี 3. นางสาว เกศริน สาเมาะยูโสะ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กควนลังงา อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี 

จังหวัดนราธิวาส จำนวน 2 แห่ง ได้แก่  1. นางสาว สุพิศ มุสิกะชะนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเจ๊ะยอ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส 2.นางสาว รดี นฤมิตสุธน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกยามู อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

จังหวัดสงขลา จำนวน 2 แห่ง ได้แก่  1. นางวรัญญา เฟื่องฟูขจร ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลปาดังเบซาร์ ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา  2. นางสาว สาวิตรี แก้วจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเกาะแลหนัง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

นอกจากนี้ ในโครงการวิจัยดังกล่าวนี้ยังมีคณะทำงานอีก 3 ท่าน ประกอบไปด้วย รศ.ดร.ศิษฏ์ธวัช มั่นเศรษฐวิทย์ ในฐานะนักวิจัยร่วมในโครงการวิจัยดร.พระโสภณธรรมมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดยะลา เจ้าอาวาสวัดนิโรธสังฆาราม และ พันเอกชลัช ศรีวิเชียร ผู้ช่วยเลขานุการคณะประสานงานระดับพื้นที่ สำนักงานเลขานุการคณะประสานงานระดับพื้นทึ่ (สล.3) ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ที่ปรึกษาโครงการวิจัยฯ

ผศ.ดร.จิรภรณ์ มั่นเศรษฐวิทย์ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เพื่อพัฒนาสมรรถนะเชิงสันติภาพให้กับเด็กปฐมวัย ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ด้วยกระบวนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ในระดับโรงเรียนที่เปิดสอนระดับปฐมวัย และ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ด้วยการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาตั้งแต่ระดับผู้บริหารสถานศึกษา ครูปฐมวัย ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง เพื่อช่วยให้การพัฒนาสมรรถนะเชิงสันติภาพของเด็กปฐมวัย บรรลุตามจุดมุ่งหมายของการวิจัย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันสาขาการศึกษาปฐมวัย ซึ่งได้เปิดสอนรายวิชาในหลักสูตรปริญญาตรี 5 ปี โดยมีรายวิชา สันติศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ได้ดำเนินการมาแล้ว 5 ปี นักศึกษารุ่นปัจจุบัน ได้เรียนรู้การพัฒนาสันติภาพที่เริ่มต้นจาก สันติภาพในการดำรงตน ที่จะให้กายใจสุขสงบ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการฝึกหัดเด็กปฐมวัยให้มีความสมดุลกายใจ เพื่อเรียนรู้การอยู่กับตนเองอย่างสันติสุข การอยู่ร่วมกับผู้อื่นท่ามกลางความแตกต่างหลากหลาย การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การอยู่ในสังคมวิถีชีวิตใหม่ และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานประชุมนานาชาติ Conference on Women Inclusion and Leadership in Peacebuilding วันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 2564

จัดโดย SEA Woman Peacebuilders  และ SASAKAWA Peace Foundations

ผู้สนใจเข้าร่วมลงทะเบียนได้ที่ https://docs.google.com/.../1FAIpQLSfs97ZWRvF1O3.../viewform

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ห้องเรียนสันติภาพ เสวนาเครือข่ายวิชาการออนไลน์  “โควิด-19 กับชีวิตผู้คนที่ชายแดนใต้และเมียนมาร์”

C-19

วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี, ผศ.ดร.ปิยะพงษ์ บุษบงก์, ดร.นพ.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ อาจารย์ ดร.บุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุล และ อาจารย์รุสนันท์ เจ๊ะโซ๊ะ

ดำเนินรายการโดย อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

??สถาบันสันติศึกษา เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท ประจำปีการศึกษา 2564 หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา หลักสูตรปรับปรุง 2564
จัดการเรียนการสอนแบบ Module
โดยคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความขัดแย้งและสันติศึกษา
เช่น Dr.Norbert Ropers, ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี เป็นต้น
**นักศึกษาเรียนดี มีทุนสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์**
??สมัครวันนี้ ถึง วันที่ 15 เม.ย. 64 ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://gradmis.psu.ac.th/admission/home.php

คู่มือการศึกษาประจำปีการศึกษา 2564 https://grad.psu.ac.th/.../news_admis/admisbookall64.pdf

??สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม งานบัณฑิตศึกษา สถาบันสันติศึกษา โทร. 074 28 9450 หรือ อีเมล์: [email protected]