2566

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เสียงจากพิพิธภัณฑ์อิสลามในพื้นที่ชายแดนใต้:

การปกป้องอัตลักษณ์มลายูมุสลิมโดยใช้แนวทางสันติวิธี

Voices from the Islamic Museum in the Southern Border Provinces of Thailand:

Safeguarding Melayu Muslim Identity through Nonviolent Means

 

อิมรอน ซาเหาะ[1]

ยาสมิน ซัตตาร์[2]                                       

 

บทคัดย่อ

          บทความเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่องการพัฒนาศักยภาพพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน จังหวัดนราธิวาสสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนใต้ ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยงานชิ้นนี้ต้องการอภิปรายประเด็นพิพิธภัณฑ์อิสลามในพื้นที่ชายแดนใต้กับการปกป้องอัตลักษณ์มลายูมุสลิมโดยใช้แนวทางสันติวิธี งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลผ่านการศึกษาเอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องตลอดจนการสัมภาษณ์เชิงลึก และการประชุมสนทนากลุ่ม ผลการศึกษา พบว่า ในพื้นที่ชายแดนใต้มีองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อิสลามในภูมิภาคนูซันตาราจำนวนมาก การผนวกเอาข้อมูลทางประวัติศาสตร์เพื่อนำมาจัดเก็บอย่างเป็นระบบพร้อมการนำเอาเทคโนโลยีที่น่าสนใจมาทำให้เกิดพิพิธภัณฑ์รวบรวมเอกสารโบราณ ตลอดจนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการประวัติศาสตร์ในพื้นที่ยังพบไม่มากนัก พิพิธภัณฑ์อิสลามอำเภอยี่งอจึงเป็นความพยายามแรกที่พบในพื้นที่ ที่จะมีศักยภาพในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของพื้นที่ชายแดนใต้ได้ โดยการสนับสนุนพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอานของกรมศิลปากรนับได้ว่าเป็นการส่งเสริมให้คนในพื้นที่ชายแดนใต้ปกป้องและรักษาอัตลักษณ์ของตนเองโดยใช้แนวทางสันติวิธี ทั้งนี้ ภาครัฐควรสนับสนุนการปกป้องอัตลักษณ์โดยใช้สันติวิธีในรูปแบบอื่นๆ ด้วย จึงสามารถหนุนเสริมให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในอนาคตได้

 

ที่มา การประชุมวิชาการระดับชาติ เวทีวิจัยมนุษยศาสตร์ไทย ครั้งที่ 15


[1] สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, [email protected]

[2] ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, [email protected]

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

จินตธรรม: บทบาทของการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ และสื่อเพื่อสันติภาพในชายแดนใต้

 

ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่

สถาบันสันติศึกษา และ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.สมัชชา นิลปัทม์

คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

บทคัดย่อ

          บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอบทบาทและศักยภาพของนักสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ แก่นสาระ รูปแบบและเนื้อหาสารของสื่อเชิงสร้างสรรค์เพื่อแปรเปลี่ยนความขัดแย้งและสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ การวิจัยเชิงคุณภาพนี้ใช้ระเบียบวิธีการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย เยาวชน ศิลปิน นักออกแบบ นักสื่อสาร และนักกิจกรรมทางสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          ผลการวิจัยพบว่า ในพื้นที่มีความเคลื่อนไหวด้านการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ที่หลากหลาย เพื่อเปลี่ยนแปลงผลกระทบทั้งในเชิงบวกและลบที่เกิดกับปัจเจกบุคคลและชุมชนอันเป็นผลมาจากความขัดแย้ง มีการพูดคุยถกเถียงและแสวงหาความร่วมมือในการลดผลกระทบเชิงลบจากความขัดแย้ง และเพิ่มศักยภาพของบุคคลให้เติบโตทั้งทางกายภาพ อารมณ์ ทัศนคติต่อความขัดแย้งเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลาในกระบวนการสร้างสันติภาพ มีการใช้การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ในการถักทอสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่ห่างเหินและสร้างความหวังในอนาคตร่วมกัน ใช้การสื่อสารเพื่อย้ำให้คนในสังคมตระหนักว่า เสรีภาพเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนใฝ่หา การยอมรับ อัตลักษณ์และการเคารพในความแตกต่างเป็นสิ่งที่สังคมสามารถสร้างได้จริง

ในการสร้างสันติภาพ อย่างไรก็ตาม จินตนาการและการสร้างสรรค์ยังถูกจำกัดโดยโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงโครงสร้างอำนาจซึ่งกลายเป็นปัจจัยกำหนดบทบาทของประชาชนในกระบวนการสร้างสันติภาพ

          ข้อเสนอจากงานวิจัยนี้คือ สันติภาพชายแดนภาคใต้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสังคมส่งเสริมการเปิดพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์และพื้นที่ของเสรีภาพในการแสดงออก การให้โอกาสให้ผู้คนในพื้นที่ได้คิดและออกแบบอนาคตของตนเองด้วยความสร้างสรรค์ การหนุนเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างสันติภาพ และสนับสนุนกิจกรรมและแนวทางการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ให้เติบโตและเบ่งบาน

 

ที่มา วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ชายแดนใต้/ปาตานีกับการเลือกตั้ง 2566: อัตลักษณ์ เงินตรา และการเปลี่ยนผ่าน?

โดย อิมรอน ซาเหาะ

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่ปรากฏในระหว่างการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2566 ของพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี การเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2566 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการเมืองไทยในระดับชาติโดยเฉพาะการก้าวขึ้นมาของพรรคก้าวไกลในฐานะผู้ที่ได้รับที่นั่งในสภามากที่สุด แม้ว่ากระแสของพรรคก้าวไกลอาจจะไม่สามารถไปสู่พื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานีจนมีผู้สมัครได้รับเลือกเข้าสภา แต่พบปรากฏการณ์และพลวัตที่สำคัญของพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานีในห้วงการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน จากการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ผลด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยที่พบว่า มีประเด็นสำคัญเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี ประกอบด้วย อัตลักษณ์ของผู้คนชายแดนใต้/ปาตานีกับการหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นความเป็นมุสลิม ความเป็นมลายู ความเป็นผู้หญิงหรือความเป็นคนรุ่นใหม่ รวมไปถึงการพบว่าข้อถกเถียงว่าด้วยความสำคัญของเงินกับการเป็นผู้สมัครในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี ก็ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงที่สำคัญ และพบว่ามีข้อสังเกตความเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนของผู้ที่เคยทำงานในหน่วยงานภาคประชาสังคมในการเมืองเพิ่มขึ้น การเกิดขึ้นของพรรคเป็นธรรม รวมไปถึงการเห็นรูปแบบการหาเสียงที่เน้นนำเสนอนโยบายในเวทีดีเบตต่างๆ

ที่มา วารสารวาระการเมืองและสังคม (JPSA) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วงเสวนาสาธารณะ หัวข้อ "เหลียวหลัง แลหน้า : ทิศทาง อนาคตกระบวนการสันติภาพปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้"

วันที่ 23 ธันวาคม 2566 ณ หอประชุมชูเกีรติ ปีติเจิรญกิจ (ตึก สนอ.หลังเก่า)

วิทยากรโดย

- ดร.พลเทพ ธนโกเศศ ตัวแทนจากคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้

- Ustaz Khalil Abdullah ตัวแทนคณะพูดคุยสันติภาพขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (BRN)

- ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา ม.อ. และผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch)

- Ustaz Saifulnizam Bin Muhamad รองหัวหน้าขบวนการยุวชนมุสลิมมาเลเซียประจำรัฐกลันตัน

- Dr.Muhammad Bin Ahmad ผู้แทนเครือข่ายผู้นำศาสนา นักวิชาการ ภาคประชาสังคมในพื้นที่ปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้

ดำเนินรายการโดย คุณรอมซี ดอฆอ ประธานสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP)

กล่าวเปิดวงโดย ดร.นอร์เบิร์ต โรเปอร์ส ผู้อำนวยการมูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ (PRC)

กล่าวปิดวงโดย คุณรอมฎอน ปันจอร์ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร