ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ตัวแทนสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา อาจารย์ฟารีดาปันจอร์ หนึ่งในตัวแทนคณะวิจัยโครงการเมืองสิทธิมนุษยชน นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ รักษาการแทนรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ร่วมกับวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เดินทางศึกษาวิจัยระหว่างประเทศ ณ สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 9–11 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อศึกษาพัฒนาการของเมืองสิทธิมนุษยชน และสังเคราะห์บทเรียนเชิงโครงสร้าง กลไกเชิงนโยบาย และฐานคุณค่าทางสังคมที่ผลักดันให้เมืองกวางจูก้าวขึ้นเป็นต้นแบบสำคัญในระดับนานาชาติ โดยโครงการวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 คณะนักวิจัยเข้าพบผู้แทนจาก National Human Rights Commission of Korea (NHRCK) ณ กรุงโซล ได้แก่ Mr. Jeonghwan Noh ผู้อำนวยการกองสิทธิของผู้พิการ Ms. Gayoon Baek รองผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่กองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และ Ms. Youngae Na กรรมการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกาหลีใต้ เพื่อหารือถึงบทบาทขององค์กรอิสระด้านสิทธิมนุษยชนในฐานะกลไกตรวจสอบและสนับสนุนการทำงานของรัฐและท้องถิ่น การพูดคุยสะท้อนให้เห็นโครงสร้างความเป็นอิสระขององค์กร การกระจายอำนาจสู่สำนักงานภูมิภาค ตลอดจนเครื่องมือสำคัญ เช่น การจัดทำ Human Rights Impact Assessment และการทบทวนงบประมาณบนฐานสิทธิมนุษยชน (Human Rights-Based Budget Review) ซึ่งช่วยทำให้สิทธิมนุษยชนไม่ใช่เพียงหลักการเชิงนามธรรม หากแต่ฝังอยู่ในกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 คณะนักวิจัยเดินทางสู่เมืองกวางจู และเข้าพบศาสตราจารย์เกียรติคุณ SHIN Gyonggu แห่ง Chonnam National University และผู้อำนวยการ Gwangju International Center เพื่อรับฟังบรรยายหัวข้อ “Gwangju Uprising on Korea Democracy and Culture” ซึ่งอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์ 18 พฤษภาคม 1980 กับพัฒนาการของประชาธิปไตยเกาหลีใต้ เมืองกวางจูมิได้เป็นเพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ หากเป็นพื้นที่ของความทรงจำร่วมที่หล่อหลอมอัตลักษณ์เมืองให้ยืนหยัดบนหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การต่อสู้ของประชาชนในอดีตนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และการออกกฎหมายพิเศษเพื่อเอาผิดผู้กระทำความรุนแรงต่อประชาชน อันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้หลักความรับผิด (accountability) ฝังรากในโครงสร้างรัฐ

ในระหว่างการหารือคณะวิจัย ยังได้พูดคุยถึงความร่วมมือกับเครือข่าย World Human Rights Cities Forum (WHRCF) ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือขององค์กรวิชาการและระหว่างประเทศ อาทิ Raoul Wallenberg Institute of Human Rights and Humanitarian Law University of Graz และได้รับการสนับสนุนจาก UNESCO และ Office of the High Commissioner for Human Rights เวทีดังกล่าวเป็นพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายเมืองสิทธิมนุษยชนจากทั่วโลก และสะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาเมืองบนฐานสิทธิจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 คณะนักวิจัยเข้าพบ Dr. Park หัวหน้าฝ่ายประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และสันติภาพ ของนครกวางจู เพื่อศึกษากลไกเชิงนโยบายของเมืองในฐานะ “Human Rights City” เมืองกวางจูประกาศ Gwangju Guiding Principles ในปี 2018 และเป็นเมืองแรกในเอเชียที่ประกาศปฏิญญาสิทธิมนุษยชนระดับเมือง ปัจจุบันทุกโครงการใหม่ต้องผ่านการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน มีระบบ Ombudsman รับเรื่องร้องเรียน และมีศูนย์เยียวยาบาดแผล (Trauma Center) ภายใต้สำนักงาน Human Rights & Peace Office ซึ่งทำงานเชื่อมโยงกับชุมชนและกลุ่มเปราะบางโดยตรง

ต่อมาคณะวิจัยได้เยี่ยมชม May 18th National Cemetery เมืองกวางจูหรือ สุสานแห่งชาติ 18 พฤษภาคม ที่นี่เป็นที่ฝังร่างของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในปี 1980 ครอบคลุมประชาชนทุกวัยทุกเพศ แม้แต่ผู้สูญหายก็มีหลุมศพเชิงสัญลักษณ์เพื่อยืนยันคุณค่าของทุกชีวิต เดิมเป็นอนุสรณ์ระดับท้องถิ่น ก่อนถูกผลักดันโดยประชาชนจนยกระดับเป็นสุสานแห่งชาติภายในมีพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอเหตุการณ์ตามหลักยุติธรรมเปลี่ยนผ่าน 5 ประการ ได้แก่ การค้นหาความจริง การเยียวยา การนำผู้กระทำผิดมารับโทษ การยอมรับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการรำลึกเพื่ออนาคต หนึ่งในเรื่องสะเทือนใจคือผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นผู้พิการทางการได้ยิน  ที่น่าชื่นชมคือมีส่วนจัดแสดงเหตุการณ์ความอยุติธรรมจากประเทศอื่น รวมถึงกรณีตากใบของไทย สะท้อนว่าความทรงจำเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นบทเรียนร่วมของมนุษยชาติ ไม่ใช่ของประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น 

นอกจากนี้ คณะนักวิจัยยังได้ศึกษาพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น Jeonil Building 245 ซึ่งยังคงรักษาร่องรอยกระสุนไว้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของความรุนแรงในอดีต และพิพิธภัณฑ์ May 18 (May 18 archives ) ที่ดำเนินงานบนหลักยุติธรรมเปลี่ยนผ่าน ทั้งการค้นหาความจริง การเยียวยา การนำผู้กระทำผิดมารับผิด และการรำลึกเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เอกสารจำนวนมากได้รับการจัดเก็บอย่างเป็นระบบในคลังข้อมูล เพื่อสืบทอดความทรงจำของประชาชน

Spirit of May 18” ถูกกล่าวถึงในฐานะรากฐานเชิงคุณค่าของเมือง ความสูญเสียในอดีตมิได้ถูกลืม หากถูกทำให้เป็นพลังทางจริยธรรมในการกำหนดนโยบายสาธารณะ แนวคิดของ Han Kang นักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ปี 2024 ที่กล่าวว่า “The dead in 1980 save the living in 2024” สะท้อนว่าการรำลึกอดีตมิใช่เพื่อจมอยู่กับความโศกเศร้า แต่เพื่อปกป้องชีวิตและศักดิ์ศรีของผู้คนในปัจจุบันและอนาคต

บทเรียนจากกวางจูชี้ให้เห็นว่า เมืองสิทธิมนุษยชนมิได้เริ่มจากนิยามที่กำหนดโดยสถาบันใด หากเริ่มต้นจากประชาชนที่ลุกขึ้นตรวจสอบอำนาจรัฐ ออกแบบพื้นที่สาธารณะที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน และสร้างกลไกที่ยึดชีวิตมนุษย์เป็นศูนย์กลาง การศึกษาดูงานครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ แต่เป็นการทำความเข้าใจว่าความทรงจำ ความยุติธรรม และโครงสร้างเชิงนโยบาย สามารถหลอมรวมกันเป็นรากฐานของการพัฒนาเมืองบนฐานศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้อย่างไร และบทเรียนดังกล่าวสามารถนำมาปรับใช้กับบริบทเมืองของประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองที่ตั้งอยู่บนหลักไม่เลือกปฏิบัติ ความโปร่งใส ความรับผิด และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง

#HumanRightsCity

#เมืองแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม

อ่าน ข่าวองค์กรต่างประเทศ คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ผ่านมา องค์การเยาวชนเมืองสาย (PerSAI) ร่วมกับ ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จังหวัดปัตตานี ได้จัดกิจกรรมการแสดงวิสัยทัศน์นโยบายพรรคการเมืองของผู้สมัคร สส. เขต 4 ปัตตานี (อ.สายบุรี, อ.ไม้แก่น, อ.กะพ้อ, อ.ปะนาเระ) สนับสนุนโดย มูลนิธิภาคใต้สีเขียว ณ Port City Street Walks ตลาดเมืองท่าบ้านใต้ (ตรงข้ามปั้ม ปตท.) ต.ตะลุบัน สายบุรี ปัตตานี

โดยเวทีประชันวิสัยทัศน์ ผู้สมัคร สส. เขต 4 ปัตตานี ประกอบไปด้วย ผู้สมัคร สส. ดังนี้

เบอร์ 1 นายโมฮำมัดรอฮมัด มามุ พรรคประชาชน

เบอร์ 3 ว่าที่ร้อยตรี โมฮามัดยาสรี ยูซง พรรคประชาธิปัตย์

เบอร์ 4 นายไซนุงดิง ยูโซะ พรรคพลวัต

เบอร์ 6 นายอาหมัดบูรฮัน ติพอง พรรคเพื่อไทย

ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.นายือมิง มาหามะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี และ อิมรอน ซาเหาะ CSCD ม.อ.ปัตตานี

กล่าวเปิดงานโดย ผศ.ดร.สุทธิศักดิ ดือเระ ประธานศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จังหวัดปัตตานี

โดยก่อนเริ่มประชันวิสัยทัศน์ มีการกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “อิสลามกับการเมือง: ธรรมาภิบาลการเมืองและการเลือกตั้งที่ปราศจากการทุจริต” โดย ผศ.ดร.มะกือตา หะยีแวสอเหาะ

ทั้งนี้ ช่วงเย็มยังมีวงเสวนาวิชาการ หัวข้อ รัฐธรรมนูญไทยกับอนาคตปาตานี  วิทยากรโดย ฟาเดล หะยียามา, อาเต็ฟ โซ๊ะโก และ ซอฮาบูดิน เลาะยะพา  ดำเนินรายการโดย อารีฟีน โสะ

กล่าวปิดงานโดย สุไลมาน ดือราโอะ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมเครือข่าย ประกอบไปด้วย สภาประชาสังคมชายแดนใต้ ศูนย์สันติวิธีชายแดนใต้ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และ มูลนิธิ Digital4Peace ดิจิทัลเพื่อสันติภาพ

จัดสภาสนทนา บทสนทนาว่าด้วยเรื่องบทบาทของนักกิจกรรมทางสังคม “จากสภาประชาสังคมชายแดนใต้สู่สภาผู้แทนราษฎร"

ดำเนินรายการโดย อิมรอน ซาเหาะ และ ฆอซาลี อาแว

กล่าวเปิดวงสนทนาโดย คุณลม้าย มานะการ  ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ 

วิทยากรโดย อดีตสมาชิกสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกอบไปด้วย

รักชาติ สุวรรณ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน (อดีตประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้/อดีตประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้)

อับดุลการีม อัสมะแอ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (อดีตผู้แทนสถาบันอัสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี/อดีตประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้)

รุสลัน โต๊ะปาเก ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จ.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ (อดีตประธานกลุ่มยือรีงา)

บาสรี มะเซ็ง ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคเพื่อไทย (อดีตอุปนายกสมาคมลุ่มน้ำสายบุรี)

โดยบทสนาทนาเริ่มตั้งแต่ แรงผลักดันอะไรที่ทำให้เข้าสู่สนามการเมือง แต่ละท่านมีความฝันอะไร ตลอดจนประเด็นอะไรที่ท่านจะผลักดันเมื่อได้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร รวมไปถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ที่สำคัญนโยบายเด่นๆ โดยเฉพาะนโยบายการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต และกระบวนการสร้างสันติภาพฯ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมห้อง 900 ชั้น 2 คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จังหวัดปัตตานีได้กิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “กำหนดใจตนเองด้วยการเลือกตั้ง 28 มกราฯ เรามาเจอกัน” โดยมี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสวนา พร้อมกิจกรรมพบปะสื่อมวลชนท้องถิ่น ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สื่อมวลชนท้องถิ่น ผู้แทนผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผู้สนับสนุน ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 900 คน

โดยกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “กำหนดใจตนเองด้วยการเลือกตั้ง 28 มกราฯ เรามาเจอกัน” วิทยากรโดย  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คุณเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา ศิลปินและผู้ก่อตั้ง Benjametha Ceramic และผู้ก่อตั้งเพจ JUST HOME ที่รณรงค์ต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในช่วง้ลือกตั้ง และตัวแทนนักศึกษา ม.อ.ปัตตานี ดำเนินรายการโดย ตัวแทนจังหวัดปัตตานีและตัวแทน ม.อ.ปัตตานี

ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวในพิธีเปิดว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดปัตตานีออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างพร้อมเพรียง ครบทั้ง 5 เขตเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมุ่งเน้นการใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างเต็มที่ ลดการเกิดบัตรเสีย และสร้างความตระหนักถึงบทบาทของประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศและผู้กำหนดอนาคตของประเทศไทย

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยการเสวนาในหัวข้อ “กำหนดใจตนเองด้วยการเลือกตั้ง 28 มกราฯ เรามาเจอกัน” ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และตระหนักถึงพลังของการมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตย อันจะนำไปสู่การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริงอีกด้วย

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สภาสนทนา... บทสนทนาว่าด้วยเรื่องบทบาทของนักกิจกรรมทางสังคม... “จากสภาประชาสังคมชายแดนใต้สู่สภาผู้แทนราษฎร"

เปิดวงสนทนาโดย ลม้าย มานะการ

ร่วมสนทนาโดย

รักชาติ สุวรรณ พรรคประชาชน

อับดุลการีม อัสมะแอ พรรคประชาชาติ

รุสลัน โต๊ะปาเก พรรคประชาธิปัตย์

บาสรี มะเซ็ง พรรคเพื่อไทย

ดำเนินรายการโดย ฆอซาลี อาแว และ อิมรอน ซาเหาะ

วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 20.00 – 21.00 น.

ไลฟ์สดผ่านเพจ…  สภาประชาสังคมชายแดนใต้, Digital4Peace, CSCD - PSU Pattani, The Poligens News และเพจอื่นๆ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา Dr.Budi Hernawan อาจารย์จาก Driyarkara School of Philosophy และทีมเครือข่ายประชาสังคมแห่ง West Papua Indonesia แวะมาเยี่ยมเยียน สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ เพื่อความร่วมมือกันทางวิชาการในขั้นต่อไป

Dr. Budi Hernawan from Driyarkara School of Philosophy and civil society organizations from West Papua, Indonesia visit Deep South Watch (DSW) and CSCD, Institute for Peace Studies, PSU Pattani today to initiate academic collaborations supporting peace in both coutries,.

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 17 - 18 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม แก้วสมุย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดกิจกรรมการอบรมพนักงานสัมภาษณ์อย่างเข้มข้น ในโครงการวิจัย « Exposure to Violence, Cooperative Behavior and Emotions » โดยความร่วมมือระหว่าง สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา (CSCD) กับ University of Geneva, Switzerland

โครงการนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองและการสำรวจ (Experimental and Survey Research) ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ความรุนแรงกับพฤติกรรมการให้ความร่วมมือและอารมณ์ความรู้สึกต่อผู้คนต่างวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ในภาคใต้ของไทย เปรียบเทียบในหลายประเทศที่มีประสบการณ์ความขัดแย้ง ได้แก่ ไทย โคลัมเบีย ตุรกีและอูกันดา โดยมี ผศ.ดร.ศรีสมภพ หัวหน้าโครงการ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ และ ผศ.ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช เป็นนักวิจัยร่วม รอบนี้ทีมได้เดินทางไปอบรมทีมเก็บข้อมูลในโซนภาคใต้ตอนบนและโซนภาคใต้ฝั่งอันดามัน ไกลถึงขังหวัดสุราษฎร์ธานี

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้การต้อนรับ คณะศึกษาดูงานจากสำนักวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อรับฟังการบรรยาทางวิชาการ ในหัวข้อ “การเมืองว่าด้วยการเลือกตั้งและความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้” ณ ห้องบรรยายและปฏิบัติการศรีวังสา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

วิทยากรโดย รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ และ ผศ.อสมา มังกรชัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ นายอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การลงรหัสข้อมูลแบบสอบถามด้วยโปรแกรม Epidata” ให้แก่กลุ่มนักวิจัยเครือข่ายคนพิการในจังหวัดชายแดนใต้ โดยมีคุณซีตีรอปีอะห์ มามะมา จากศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ (ศวชต.) เป็นวิทยากร

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินโครงการวิจัยเรื่อง “ความเสมอภาคของคนพิการในจังหวัดชายแดนใต้” โดยมีคณะวิจัยประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ และอาจารย์ฟารีดาปันจอร์ ทั้งนี้ การอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ให้แก่คนพิการชายแดนใต้ในด้านการลงรหัสข้อมูลและการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลแบบสอบถาม ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์เชิงสถิติต่อไป

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา จับมือคณะเศรษฐศาสตร์ ม.อ. จัดการประชุมแลกเปลี่ยนในประเด็นบทบาท “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อสร้างสันติภาพที่ครอบคลุมและยั่งยืน พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคประชาสังคม นักวิชาการ และภาคธุรกิจในพื้นที่

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม โรงแรม กรีนวิว บูติก โฮเต็ล อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ การศึกษาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้กับการสร้างสันติภาพและการพัฒนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย “การยกระดับระเบียงเศรษฐกิจร่วมไทย-มาเลเซีย (Deep South Economic Corridor)” ภายใต้กรอบวิจัย “การยกระดับเศรษฐกิจร่วมของพื้นที่เมืองชายแดน” ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีบุคลากรจากคณะเศรษฐศาสตร์และสถาบันสันติศึกษาเป็นคณะผู้วิจัย

การประชุมมีเป้าหมายเพื่อศึกษาปัจจัยเชิงโครงสร้างและเชิงวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมทั้งแสวงหากลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างสันติภาพที่ครอบคลุมและยั่งยืน

ในโอกาสนี้ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา กล่าวต้อนรับผู้ร่วมประชุม และแนะนำรายละเอียดโครงการโดย ผศ.ดร.ปรัตถ พรหมมี คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี จากสถาบันสันติศึกษา

นอกจากนี้ คณะโครงการวิจัยยังได้รับเกียรติจาก คุณภมรรัตน์ ตันสงวนวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการพัฒนาสังคม ธนาคารโลกประจำประเทศไทย มาบรรยายในหัวข้อ “การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้และการสร้างสันติภาพชายแดนใต้” รวมถึงการนำเสนอข้อมูลด้านเศรษฐกิจภายใต้โดยคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้แทนหลากหลายภาคส่วนในพื้นที่