ประเภทเนื้อหา
เนื้อหา

วันที่ 9-10 กรกฎาคม 2563 ตัวแทนสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้เดินสายมอบรายงาน “ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (PEACE SURVEY) ครั้งที่ 5” แด่องค์กรเครือข่ายวิชาการ PEACE SURVEY เพื่อเผยแพร่ยังผู้สนใจต่อไป โดยจะทำการมอบ/จัดส่งไปยังองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ที่จะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อหนุนเสริมการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ต่อไป

สำหรับท่านที่สนใจอ่านผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ PEACE SURVEY ครั้งที่ 5

คลิ๊ก https://cscd.psu.ac.th/th/node/229 

โดยองค์กรเครือข่าย 24 องค์กร ประกอบด้วยสถาบันวิชาการและองค์กรภาคประชาชนจากทั้งในและนอกพื้นที่ ดังนี้

  1. สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า
  2. สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  3. สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
  4. คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
  5. ศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  6. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  7. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
  8. สถาบันอัสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี   
  9. สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
  10. สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
  11. คณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  12. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  13. สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
  14. สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล
  15. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  16. สภาประชาสังคมชายแดนใต้
  17. ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ 
  18. ศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ   
  19. ศูนย์ข่าวสารสันติภาพ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  20. ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  21. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านผู้หญิงและความมั่นคงทางสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
  22. เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ
  23. เครือข่ายชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา
  24. วิทยาลัยประชาชน

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน

ต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้

PEACE SURVEY

ครั้งที่ 5

กันยายน - ตุลาคม 2562

โดย

เครือข่ายวิชาการ PEACE SURVEY

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2563 เวลา 10.00 – 16.00 น. ณ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ  ได้จัดประชุมหัวข้อ “งานด้านความขัดแย้งและสันติศึกษา : การปรับตัว การเปลี่ยนแปลงและการเตรียมความพร้อม” โดยมีผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยน ได้แก่ Dr. Norbert Ropers ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ (Peace Resource Collaborative) ผศ.ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ 

ารประชุมครั้งนี้เป็นการประเมินบริบทงานด้านความขัดแย้งและสันติศึกษาและการวางแนวทางการทำงานของสถาบันสันติศึกษาในอนาคตให้มีความเข้มแข็งทั้งด้านหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา ด้านการวิจัยและพันธกิจการสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเภทเนื้อหา
เนื้อหา

 

11 มิถุนายน 2563 เวลา 19.30 - 21.30 น.

ณ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ 

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ผู้ร่วมสนทนา:

  • นางรอกีเย๊าะ นิมะ ประธาน อสม. หมู่บ้านแยะไน ต.บาละ อ.กาบัง อ.ยะลา
  • นายมะยุ เจ๊ะนะ ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพ
  • ดร.นพ.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ คณะพยาบาลศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี
  • ดร.ธวัช นุ้ยผอม คณะวิทยาการอิสลาม ม.อ.ปัตตานี
  • ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้

ดำเนินรายการ โดย นายรอมฎอน ปันจอร์

จัดโดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

Link: https://www.facebook.com/watch/?v=279116226781696

ประเภทเนื้อหา
เนื้อหา

วันที่ 22 เมษายน 2563 เวลา 19.30 - 21.30 น.

ณ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ผู้ร่วมสนทนา:

ดร.นพ.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ

รศ.อับดุลเลาะ อับรู

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี

 มูฮำหมัดอาลาดี เด็งนิ​

ดำเนิน​รายการ​โดย​ รอมฎอ​น​ ปันจอร์

จัดโดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และองค์กรเครือข่าย

Link: https://www.facebook.com/302421399918586/videos/666083404211758/

 

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้านผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และมาตรการของรัฐ พบว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 75 ได้รับผลกระทบด้านการประกอบอาชีพ ร้อยละ 83.6 ระบุมีรายได้ลดลง และบางส่วนร้อยละ 18.2 ยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการและการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐ แต่ยังพออยู่ได้ด้วยการช่วยเหลือกันในชุมชน โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 47.8 เห็นว่า ระยะเวลาที่เหมาะสมที่พอจะรับสถานการณ์ได้ คือประมาณ 1-4 สัปดาห์ พร้อมให้คะแนนความพึงพอใจต่อการแก้ปัญหาของรัฐบาล 6.39 เต็ม 10

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 63 ได้มีการแถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนด้านผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และมาตรการของรัฐ ซึ่งดำเนินการโดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า “การสำรวจครั้งนี้เป็นการสอบถามความเห็นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 820 ตัวอย่างจาก 164 ชุมชนในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาสและสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวีและ อ.สะบ้าย้อย ระหว่างวันที่ 21 พ.ค. – 5 มิ.ย. 2563 ถือเป็นการศึกษาการสนองตอบของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรงต่อมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในด้านผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต เศรษฐกิจ รายได้ ตลอดจนความสัมพันธ์ทางสังคมของผู้คน แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวดในพื้นที่แห่งนี้ที่ยังคงมีปัญหาความขัดแย้งรุนแรงและมีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงก็ตาม”

ประชาชนกว่าหนึ่งในสามได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจมากที่สุด

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ในฐานะหัวหน้าโครงการ ได้กล่าวถึงผลการสำรวจโดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์โควิดและมาตรการของรัฐต่อประชาชนที่เห็นได้ชัดเจนคือ ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งแต่เดิมประชาชนในพื้นที่โดยส่วนใหญ่มีรายได้น้อย อัตราความยากจนสูงถึงร้อยละ 34 ของประชากร เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด การประกอบอาชีพและรายได้ของประชาชนจึงได้รับผลกระทบอย่างสูงและขยายวงกว้าง โดยมีผู้ตอบมากถึงร้อยละ 75.6 ที่ระบุว่าได้รับผลกระทบด้านอาชีพ และร้อยละ 83.6 ระบุว่ามีรายได้ลดลง ในขณะที่ร้อยละ 49.9 ระบุว่ามีรายจ่ายของครอบครัวเพิ่มมากขึ้น

สำหรับลักษณะของผลกระทบด้านการประกอบอาชีพจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบว่า ร้อยละ 18.8 ของผู้ตอบระบุว่า ไม่สามารถออกไปทำเกษตรหรือประมงได้ ส่วนร้อยละ 14.3 ถูกพักงานชั่วคราว ร้อยละ 12.8 ไม่มีใครจ้างงาน และร้อยละ 9.9 จำเป็นต้องเลิกค้าขาย

ในด้านการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ (ร้อยละ 52.3) ระบุว่าได้รับผลกระทบด้านการศึกษาของตัวเองหรือบุตรหลานมาก รวมไปถึงด้านการเดินทางออกนอกพื้นที่ (ร้อยละ 49.5) การเดินทางไปประกอบอาชีพหรือทำเกษตร  (ร้อยละ 43.4) การไปจับจ่ายซื้อของในชีวิตประจำวัน (ร้อยละ 37.6) และการปฏิบัติศาสนกิจ (ร้อยละ 31.1)

ในด้านความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ ผลการสำรวจยังพบอีกว่า ประเด็นที่ประชาชนวิตกกังวลมากที่สุดคือเรื่องการเดินทางที่ลำบากมากขึ้น (ร้อยละ 82.9) รองลงมาคือกังวลว่าไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ตามปกติที่มัสยิดหรือวัด (ร้อยละ 67.4) และกังวลว่าจะถูกกักตัวเพื่อเฝ้าระวังการติดโรค (ร้อยละ 61.1) แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้แม้จะยังมีอยู่ โดยมีผู้กังวลร้อยละ 47.2 แต่ระดับความกังวลไม่มากเท่ากับความกังวลด้านผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรค

ประชาชนสนับสนุนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด แต่ก็ต้องไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน

สำหรับความคิดเห็นต่อมาตรการของรัฐในการป้องกันการแพร่ระบาด มาตรการที่ประชาชนเห็นด้วย 5 อันดับแรกได้แก่ 1) การต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน (ร้อยละ 93.8 ระบุเห็นด้วย) 2) การให้เงินชดเชยและสวัสดิการแก่ประชาชนที่เดือดร้อนจากมาตรการควบคุมโรค (ร้อยละ 92.3) 3) การห้ามซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ร้อยละ 88.9) 4) การปิดหมู่บ้านที่มีผู้ติดเชื้อ (ร้อยละ 86.8) และ 5) การห้ามเดินทางออกนอกประเทศ (ร้อยละ 85.6)

ในขณะที่มาตรการที่ประชาชนไม่เห็นด้วยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) การให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์/ทางไกลในปีการศึกษาใหม่ (ร้อยละ 54.1) 2) การปิดบริการขนส่งมวลชนสาธารณะทุกประเภท (ร้อยละ 47.3) 3) การงดละหมาดที่มัสยิด (ร้อยละ 46.2) 4) การห้ามขายอาหารในร้าน (ร้อยละ 41.8) 5) การห้ามออกจากบ้านระหว่างเวลา 22.00 – 4.00 น. (ร้อยละ 36.7)

คนชายแดนใต้บางส่วนยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ แต่อยู่ได้ด้วยตาข่ายนิรภัยทางสังคม

จากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน ผศ.ดร.ศรีสมภพวิเคราะห์ว่า การมีสวัสดิการจากรัฐและการช่วยเหลือกันของคนในชุมชนเปรียบเสมือนตาข่ายนิรภัยรองรับความเจ็บป่วยทางสังคมเศรษฐกิจและจิตใจ (Social Safety Net) ซึ่งผลการสำรวจพบว่า สวัสดิการที่ประชาชนได้รับ เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เป็นสิ่งที่ประชาชนจำนวนมากถึงร้อยละ 73.1 ได้รับ รวมไปถึง สวัสดิการด้านสุขภาพจากหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ที่มีผู้ได้รับสิทธิ ร้อยละ 57.1 และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ร้อยละ 34.9 นอกจากนี้ ในส่วนของการได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท อันเป็นมาตรการเยียวยาในช่วยวิกฤติโควิด-19  พบว่ามีกลุ่มผู้ตอบร้อยละ 60.2 สมัครและได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ตอบอีกร้อยละ 18.2 ที่สมัครแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน คนกลุ่มนี้จำเป็นจะต้องมีการติดตามและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม ในด้านความช่วยเหลือของคนในชุมชน พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 69.9 ระบุว่าเคยได้รับของบริจาคหรือถุงยังชีพ การได้รับบริจาคที่ครอบคลุมเช่นนี้อาจมาทั้งจากหน่วยงานของรัฐและการช่วยเหลือบริจาคจากประชาชนด้วยกันเองและกลุ่ม/องค์กรการกุศล หรือองค์กรด้านศาสนาและมนุษยธรรมอื่น ๆ ด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะพิเศษของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีต้นทุนทางสังคมและชี้ให้เห็นฐานของความยึดเหนี่ยวกันทางสังคมที่ดำรงอยู่แต่เดิม

ประชาชนยังอยู่ได้ แต่ให้เวลาอีกเพียง 1 เดือน

ระยะเวลาที่ประชาชนต้องทนรับสภาพสถานการณ์ต่อไปได้นั้นค่อนข้างจำกัด ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบร้อยละ 57.1 ระบุว่ายังคงรับได้หากสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการควบคุมโรคยังคงอยู่ต่อไปอีก 1 เดือน  ในขณะที่เกือบครึ่งหนึ่ง คือร้อยละ 42.9 ระบุว่า ไม่สามารถทนรับสถานการณ์ได้ต่อไปอีก 1 เดือน ผู้ตอบส่วนใหญ่ ร้อยละ 47.8 มีความเห็นว่า ระยะเวลาที่เหมาะสมที่ประชาชนจะพอรับได้ คือประมาณ 1-4 สัปดาห์หรือหนึ่งเดือน (นับจากช่วงเวลาที่สำรวจคือปลายเดือนพฤษภาคม)

คะแนนความพึงพอใจต่อการทำงานด้านการป้องกันโรคโควิด-19 ของรัฐบาล

อาจกล่าวโดยภาพรวม ด้วยผลคะแนนความพึงพอใจกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของรัฐบาล พบว่า ประชาชนให้คะแนนที่ค่าเฉลี่ย 6.39 จากคะแนนเต็ม 10 โดยหน่วยงานที่ประชาชนพึงพอใจในผลงานการแก้ปัญหามากที่สุด ได้แก่ หน่วยงานสาธารณสุขและอสม. (ร้อยละ 54.4) ผู้นำชุมชน เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน (ร้อยละ 16) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.) (ร้อยละ 10.5)

- - - - -

ติดต่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : คุณอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โทร. 089-869-6584 E-mail: [email protected], [email protected]

ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการแถลงผลได้ที่ https://cscd.psu.ac.th/th

ประเภทเนื้อหา
เนื้อหา

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

ขอเชิญร่วมรับฟัง

#TALK1

การแถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ด้านผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาด โควิด-19 และมาตรการของรัฐ

นำเสนอโดย

  • ผศ.ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

วันพฤหัสบดี 11 มิถุนายน 2563 เวลา 13.30 - 15.00 น.

ณ ห้องประชุมสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

 

#TALK2

วงเวียนวิจัย #5

โควิด-19 กับผลกระทบต่อผู้คนในชายแดนใต้

ผู้ร่วมเสวนา

  • ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้
  • คุณรอกีเย๊าะ นิมะ ประธาน อสม. หมู่บ้านแยะใน ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา
  • ดร.นพ.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ คณะพยาบาลศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี
  • คุณมะยุ เจ๊ะนะ เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพ
  • ดร.ธวัช นุ้ยผอม​ คณะวิทยาการอิสลาม​ ม.อ.ปัตตานี
  • คุณรอมฎอน ปันจอร์ ศูนย์เฝ้าระวังสถถานการณ์ภาคใต้ (ดำเนินรายการ)

วันพฤหัสบดี 11 มิถุนายน 2563 เวลา 19.30 - 21.30 น.

ถ่ายทอดสดทาง FACEBOOK LIVE แฟนเพจ CSCD - PSU Pattani