กิจกรรม

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ประมวลภาพเวทีสาธารณะ สภาผู้แทนราษฎรกับการสร้างสันติภาพที่ครอบคลุม เมื่อวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงแรมซีเอส อ.เมือง จ.ปัตตานี

การเปลี่ยนผ่านความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในการร่วมแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง ตลอด 21 ปีของสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่ได้แสดงบทบาทที่หลากหลายในการสะท้อนความความต้องการและความกังวลของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนผ่านความขัดแย้งยังต้องอาศัยการทำงานของสถาบันทางการเมืองที่เป็นทางการ โดยเฉพาะรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นพื้นที่ทางการเมืองภายใต้ระบอบการปกครองประชาธิปไตยแบบรัฐสภาที่มีบทบาทในการทำงานสร้างสันติภาพในมุมมองต่างๆ ที่มีความหลากหลาย

จัดโดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา

รับชมวีดีโอย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่ 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ Institute of Education (IOE), Faculty of Education and Society, University College London ได้จัดงานสัมมนา “สร้างเสริมสันติภาพผ่านการศึกษา: จินตนาการการขับเคลื่อนด้านการศึกษาในพื้นที่ความขัดแย้งชายแดนใต้” ณ ห้องประชุมปัตตานีภิรมย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยมี ผศ.ดร. กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวเปิดงาน

ในช่วงเช้า มีการสัมมนา “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษากับโอกาสในการขับเคลื่อนสันติภาพในชายแดนใต้” โดยมี รศ.ดร.เอกรินทร์ สังข์ทอง อดีตคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดร.ยูเนียนสาสมีต้า สาเมาะ ภาควิชาภาษามลายู คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ผศ.ดร. พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นวิทยากร และมี ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

โดยการเสวนาได้พูดถึงความเป็นไปได้ในการใช้พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 เป็นพื้นที่ทดลองโครงการในการขับเคลื่อนการสร้างสันติภาพโดยผ่านการศึกษา อาทิ การเรียนการสอนทวิภาษาบนฐานของภาษาแม่ การศึกษาเพื่อการสร้างสันติภาพ

ในช่วงบ่ายเป็นการนำเสนอรายงานเรื่อง “สร้างเสริมสันติภาพผ่านการศึกษาในชายแดนใต้: โอกาสและความท้าทาย” โดย Prof. Tejendra Pherali, Professor of Education, Conflict and Peace at UCL Institute of Education, University College London และ ดร. รุ่งรวี ซึ่งดำเนินรายการโดยนายอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรม สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ซึ่งได้เปิดโอกาสให้มีผู้เข้าร่วมรับฟังทางออนไลน์ผ่านระบบซูมด้วย โดยรายงานได้กล่าวถึงบทบาทของการศึกษาซึ่งมีได้หลายรูปแบบ ทั้งการเป็น “เหยื่อ” ของความรุนแรง การเป็น “ผู้กระทำ” ให้เกิดความขัดแย้ง รวมไปถึงบทบาทของการศึกษาในการเป็น “ผู้ปลดปล่อย” และ “ผู้สร้างสันติภาพ”

ข้อท้าทายคือเราจะเปลี่ยนบทบาทของการศึกษาจากบทบาทเชิงลบมาสุ่บทบาทในเชิงบวกได้อย่างไร โดยรายงานนี้ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการจากสถานทูตสวิสเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย จะได้มีการปรับปรุงแก้ไขและเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสถาบันสันติศึกษาต่อไป












































ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 3 - 4 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) สถาบันพระปกเกล้า และสภาประชาสังคมชายแดนใต้ จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจัดทำข้อเสนอแนะในการบังคับใช้ และการเยียวยาเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ  เศรษฐมาลินี และนางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นายไพโรจน์  พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นางสาวรตญา  กอบศิริกาญจน์ รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ เข้าร่วม ณ โรงแรมริเวอร์ ปัตตานี ตำบลสะบารัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี

โดยการเสวนาในวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 ช่วงเช้า ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ  เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเปิดการเสวนา และปาฐกถา หัวข้อ “บทบาท กสม. กับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้”  ต่อมาเป็นกิจกรรมสันติสนทนา ( Peace Dialogue ) หัวข้อ “บริบทของการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้”

วิทยากรโดย คุณพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ดร.ขดดะรี บินเซ็น ที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ พันตรีพนมกรณ์ พันพรมมา ผู้แทน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค ๔ ส่วนหน้า พันตำรวจโทเสกสันต์ คงคืน ผู้แทนศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า คุณดนัย มู่สา ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดร.ธตรฐ สนธิเณร สถาบันพระปกเกล้า ทนายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูตะ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม คุณละม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนภาคใต้ คุณพงษ์ศักดิ์  พรหมสังข์ ประธานสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้ คุณอับดุลเลาะ เงาะ ประธานเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ (JASAD) ดำเนินรายการโดย ดร.อภิญญา ดิสสะมาน สถาบันพระปกเกล้า

ภาคบ่ายเป็นกิจกรรม Justice Discussion หัวข้อ กระบวนการยุติธรรมภายใต้การบังคับใช้กฎหมายความมั่น

คง และกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

วิทยากรโดย ผศ.สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พลโทปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า พันตำรวจเอกรังษี มั่นจิตร ผู้แทนกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ คุณน้ำแท้ มีบุญสล้าง สำนักงานอัยการสูงสุด (ผ่านระบบสื่อออนไลน์ Zoom Meeting) ทนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม คุณพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม คุณนริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ (หลานสาวของพลทหารวิเชียร เผือกสม) คุณอัรฟาน ดอเลาะ รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย คุณวันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานี

ดำเนินรายการโดย นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายสุเรนทร์ ปะดุกา ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้

ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ช่วงเช้าเป็นกิจกรรม Human Rights Circle หัวข้อ “การเยียวยาความเสียหายผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” และกระบวนการรับฟังความคิดเห็น เพื่อกำหนดพัฒนาและจัดทำข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายความมั่นคง พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จากผู้เข้าร่วมสัมมนาจากทุกภาคส่วน

วิทยากรโดย  นายแพทย์ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ คุณนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  ผศ.ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง อาจารย์ประจำภาควิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร คุณโซรยา จามจุรี เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ คุณอนันต์ โตงนุแย สำนักงานยุติธรรมจังหวัดยะลา คุณนภัสนันท์ ทรัพย์เจริญ ผู้แทนศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.ฟารีดา ปันจอร์ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ คุณแวกอเดร์ แวโน๊ะ ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จชต.

ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์

โดยช่วงท้ายของการสัมมนา นางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์  กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวสรุปผลการสัมมนา และแนวทางการจัดทำข้อเสนอแนะในการบังคับใช้และเยียวยาเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวปิดโครงการ

อนึ่ง โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เกี่ยวกับแนวทางการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง 3 ฉบับ การดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และพัฒนากระบวนการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมถึงข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ และคำสั่งใด ๆ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย เครือข่ายภาคประชาสังคม องค์กรเอกชน ภาควิชาการ สื่อมวลชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่บังคับใช้กฎหมายความมั่นคง จำนวน 100 คน

ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. จะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะแนวปฏิบัติที่สอดคล้องเหมาะสมกับหลักสิทธิมนุษยชนในการบังคับใช้กฎหมาย การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมและการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนจากเครือข่ายภาคประชาสังคม องค์กรเอกชน ภาควิชาการ เครือข่ายประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานของรัฐเพื่อนำไปทบทวนแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และเพื่อนำไปสู่การเสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนและร่วมสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ กรรมาธิการวิสามัญสันติภาพชายแดนภาคใต้ฯ สภาผู้แทนราษฎร และสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกันจัดงานประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การจัดการศึกษาแบบทวิ/พหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐานในชายแดนใต้: โอกาสและความท้าทาย” (Mother Tongue-Based Education) ณ อาคารรัฐสภา กรุงเทพมหานคร และห้องประชุม ชั้น  สำนักงานวิทยาเขตปัตตานี ม.องปัตตานี โดยมีผู้เชี่ยวชาญในหลายหลากสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศมาระดมความคิดเห็น อาทิ Prof.Joseph Lo Bianco ศาสตราจารย์ด้านภาษา การเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรมและการสร้างสันติภาพ จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และ Prof. Tejendra Pherali ศาตราจารย์ด้านการศึกษา ความขัดแย้งและสันติภาพจาก University College London

กิจกรรมในวันนี้เกี่ยวเนื่องจากคณะกรรมาธิการวิสามัญสันติภาพชายแดนภาคใต้ฯ ได้ลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้และทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทยเพื่อจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นมาอย่างต่อเนื่อง และพบข้อเท็จจริงในหลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีผลสัมฤทธิ์ต่ำที่สุดในประเทศมาอย่างยาวนาน ซึ่งการจัดการศึกษาโดยใช้ภาษาแม่ในชายแดนภาคใต้คือภาษามาลายูได้เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมีหน่วยงานต่าง ๆ ศึกษาต่อเนื่องมามากกว่า 20 ปีจนมีข้อค้นพบว่าทำให้เด็กมีผลการเรียนดีขึ้น

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธาน กมธ. กล่าวว่า ในสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการได้ทำงานร่วมกับ Summer institute of linguistics-SIL เพื่อนำร่องการใช้ภาษามาลายูในการจัดการศึกษาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวมีประสบการณ์จัดการศึกษาโดยภาษาแม่ในหลายพื้นที่ทั่วโลกหลายร้อยแห่ง และพบว่าการใช้ภาษาแม่เมื่อเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาเป็นครั้งแรกจะทำให้เด็กสนใจเรียน มีความคิดสร้างสรรค์ และผลการศึกษาดี สอดคล้องกับงานวิจัยของยูเนสโกที่ระบุว่าการสอนภาษาแม่ควบคู่กับภาษาที่สอง (หรือภาษาประชาชาติ) ทำให้การเรียนภาษาที่สองและวิชาอื่น ๆ ดีขึ้น ในทางตรงกันข้ามถ้านักเรียนได้รับการสอนที่ไม่ใช่ภาษาแม่ ความสามารถในการเรียนรู้จะลดลง จึงทำให้นักวิชาการทั่วโลกถือว่าการกีดกันเด็กจากการศึกษาโดยภาษาแม่คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนของอย่างหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ตัวแทนคณะกรรมาธิการได้เข้าพบนายเปโดร สวาห์เลน เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย นำมาสู่การพูดคุยหารือในประเด็นการใช้ภาษาแม่ในการจัดการศึกษา เนื่องจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีภาษาราชการถึง 4 ภาษา และเด็กทุกคนมีสิทธ์เรียนโดยใช้ภาษาแม่เมื่อเข้าเรียนในชั้นเด็กเล็ก จากนั้นเมื่อเรียนในชั้นสูงขึ้นมาเด็กสามารถเลือกเรียนในภาษาราชการที่ตนสนใจได้เอง

กมธ.จึงตั้ง “คณะทํางานพิจารณาศึกษาการใช้ภาษาแม่เป็นสื่อในการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา” ขึ้นมา โดยประธานกรรมาธิการเสนอให้มีการปรึกษาหารือในการจัดทำ Workshop วันนี้ใน 4 ประเด็น ได้แก่

1. การใช้ภาษาแม่เป็นสื่อการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพอย่างไร และจะแตกต่างจากการใช้ภาษาประจำชาติอย่างเดียวอย่างที่ทำกันอยู่หรือไม่อย่างไร

2. การสอนภาษาไทยกับเด็กที่มีภาษาแม่ไม่ใช่ภาษาไทย เช่น เด็กชายแดนใต้ที่ใช้ภาษามลายู คือสอนภาษาไทยกับเด็กเหล่านี้แบบเดียวกับที่สอนเด็กในจังหวัดอื่นที่ใช้ภาษาไทยตั้งแต่เกิด 100% อย่างที่ทำกันอยู่นี้เป็นปัญหาหรือไม่

3. จากข้อที่ 2 เราสอนภาษาไทยกับเด็กที่มีภาษาแม่เป็นภาษามลายูด้วยวิธีการที่ผิดใช่หรือไม่

4. การจัดการเรียนการสอนในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนโดยคำนึงถึงอัตลักษณ์ต้องทำอย่างไร

“หลายคนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทางเทคนิคทางภาษาศาสตร์ที่เป็นประเด็นเล็กๆ แต่ถ้าเราทำความเข้าใจให้ดีเราจะพบว่านี่คือเรื่องใหญ่มากที่เราปล่อยให้ประชากรกว่า 1.8 ล้านคนที่มีภาษาแม่ที่ไม่ใช่ภาษาไทยได้รับการศึกษาจากการเรียนการสอนที่ไม่ได้ใช้ภาษาแม่ ซึ่งเป็นภาษาที่พวกเขาไม่เข้าใจ เรื่องนี้สำหรับผมถือเป็นเรื่องใหญ่มากและเป็นเรื่องใหญ่ในระดับสากล ซึ่งนำมาสู่คำถามว่าประเทศไทยเข้าใจเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหนและจะทำอย่างไรที่เราจะจัดการเรื่องนี้ได้อย่างถูกต้อง” นายจาตุรนต์ กล่าว

ข้อสรุปและข้อค้นพบจากการจัด workshop ครั้งนี้จะนำไปทำเป็นข้อเสนอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในรายงานของ กมธ. ที่เตรียมเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในเดือนกรกฎาคมนี้

“วันนี้เราจะสนับสนุนให้ใช้ภาษาแม่ในการจัดการเรียนการสอนแต่เมื่อเด็กโตขึ้นมาก็ต้องขยับมาเรียนภาษาประจำชาติ เพราะถึงอย่างไรประชาชนทุกคนก็มีสิทธิ์เข้าถึงภาษาประจำชาติเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารกับคนในประเทศเช่นกัน” ประธาน กมธ. กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ งานประชุมในครั้งนี้ ดำเนินรายงานและกล่าวปิดการประชุมโดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และประธานคณะทำงานพิจารณาศึกษาการใช้ภาษาแม่เป็นสื่อในการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ภายใต้คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษา และเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ระหว่างวันที่ 24 – 26 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ณ ห้องศรีนาฆารา โรงแรมเซาร์เทิร์นปัตตานี สถาบันสันติศึกษา และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล  มหาวิทยาลัยฟาฏอนี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภาคใต้ (สนง.กสม.ภาคใต้) สถาบันพระปกเกล้า สภาประชาสังคมชายแดนใต้ และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมจัดกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการพัฒนา/หลักสูตรพัฒนาศักยภาพขององค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติฯ

สำหรับ เป้าหมายที่จัดอบรมในครั้งนี้ เพื่อหนุนเสริมภาคประชาสังคมให้เป็นสื่อกลางในการสร้างความเข้าใจ สร้างการรับรู้และเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม ที่เชื่อมโยงและส่งเสริมการทำงานอย่างเป็นหุ้นส่วนการทำงาน ร่วมแลกเปลี่ยนและกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างเป็นหุ้นส่วน เป็นแนวทางที่เน้นการร่วมมือกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาชุมชน อาทิ การใช้และพัฒนาทรัพยากรร่วมกัน การสร้างความรู้สึกในการเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกัน ตลอดจน การวางกลไกที่เหมาะสม การวางเป้าหมายและแผนงานร่วมกัน ร่วมสื่อสารและสร้างความเข้าใจร่วมกัน ด้วยการพัฒนาทักษะ และสร้างองค์ความรู้ การวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารจัดการงบประมาณ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

โดย รองเลขาธิการ ศอ.บต. ได้เน้นย้ำการร่วมกำหนดแนวทางการพัฒนา องค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหนุนเสริมประเด็นการพัฒนาที่สำคัญของพื้นที่ จชต. ที่เป็นแนวทางการทำงานขององค์กรภาคประชาสังคม และพร้อมขยายผลในประเด็นที่เป็นความสนใจของภาคประชาสังคม และ ศอ.บต. ตามหลักคิด“แสวงหาจุดร่วม สงวนจุดต่าง” ให้สอดคล้องกับ (ร่าง) แผนส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2567 – 2570 ในการขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมของ ศอ.บต. ตามมาตรา 9 (10) ตาม พรบ.การบริหารราชการ จชต. ต่อไป

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

            เมื่อวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา งานบริการการศึกษา สถาบันสันติศึกษา ได้จัดโครงการสัมมนาการจัดการเรียนรู้รายวิชาระดับปริญญาตรี "การจัดการเรียนรู้คุณภาพกับการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษา" ณ ทรายทองรีสอร์ท ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ให้กับคณาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาระดับปริญญาตรีกลุ่มวิชาศึกษาทั่วไปและกลุ่มวิชาเลือกเสรี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อถอดบทเรียนการบริหารรายวิชาระดับปริญญาตรีและเตรียมความพร้อมในการจัดการคุณภาพการศึกษาระดับปริญญาตรี ตลอดจนโอกาสที่จะพัฒนาเป็นหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการบริการวิชาการ สู่ชุมชนและสังคมต่อไป

          ประเด็นการสัมมนาเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์  “จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค" ของวิชาระดับปริญญาตรีที่ดำเนินการโดยสถาบันสันติศึกษา  ”การระดมความคิด“ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษา  ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ในการวิพากษ์พร้อมให้ข้อเสนอแนะต่อแผนการจัดการเรียนรู้และโครงร่างเนื้อหารายวิชาในครั้งนี้

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สถาบันสันติศึกษา ม.อ. ขอต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา วันที่ 1 เม.ย. 67 เวลา 13.30 น.

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้บริหารชุดเดิม ส่งมอบงานให้แก่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา

ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งและบริหารงานตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 67 เป็นต้นไป

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ประมวลภาพเวทีเปิด “ประชาชนออกแบบสันติภาพ”: การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนต่อการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้/ปาตานี

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2567 ณ ห้องประชุมซาลัค ชั้น 4 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา

จัดโดย คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา

13.30-13.35 น. กล่าวต้อนรับ โดย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

13.35-13.45 น. กล่าวแนะนำ โดย ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

13.45-14.00 น. กล่าวเปิด “กมธ.สันติภาพฯ และความจำเป็นในการฟังเสียงของประชาชน” โดย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการฯ

14.00-14.20 น. การเจรจาสันติภาพและการมีส่วนร่วม: ข้อสังเกตเบื้องต้นและคำถามของอนุกรรมธิการสันติภาพโดย

• นายสุธรรม แสงประทุม ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการเจรจาสันติภาพและข้อเสนอทางออกทางการเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้

• แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้

14.20-15.00 น. เปิดเวทีรับฟัง (รอบที่ 1)

15.00-15.15 น. พักเบรก

15.15-16.00 น. เปิดเวทีรับฟัง (รอบที่ 2)

16.00-16.15 น. กล่าวสรุป “ประเด็นชวนคิด” โดย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการฯ

16.15-16.30 น. กล่าวปิด “สภาผู้แทนราษฎรกับการสร้างสันติภาพ”โดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

16.30 น. ปิดเวที




















































 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ระหว่างวันที่ 24 - 27 กุมภาพันธ์  2567 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมกลางชล ชั้น 8 โรงแรมซีเอส ปัตตานี และห้องประชุมสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับมูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "วาระสันติภาพ: ทบทวนข้อเสนอจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อการปรึกษาหารือสาธารณะในภาคใต้" ภายใต้โครงการวิจัย เรื่อง “วาระเพื่อสันติภาพ: ทบทวนข้อเสนอแนะสำหรับการปรึกษาหารือสาธารณะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายกลุ่ม”

ในวงสัมมนามีการนำเสนอร่างรายงาน "วาระสันติภาพ: ทบทวนข้อเสนอจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อการปรึกษาหารือสาธารณะในภาคใต้ ส่วนที่เกี่ยวกับข้อเสนอต่อกระบวนการพูดคุย โดย ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช สถาบันสันติศึกษา และ คุณรัฐวิศว์ เอื้อประชานนท์ ศูนย์ทรัพยากรสันติภาพ โดยมี คุณอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และคุณกอนีต๊ะ สะรี มูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ ร่วมรวบรวมข้อมูลในการจัดทำรายงาน

ร่วมให้ความเห็นต่อร่างรายงานและพูดคุยแลกเปลี่ยน โดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่  โดยมีผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนจากหลากหลายวิชาชีพ หลากหลายกลุ่ม อาทิ ตัวแทนผู้นำศาสนาอิสลาม ครู อุสตาซ อุสตาซซะฮ์ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เจ๊ะฆูโรงเรียนตาดีกา ตัวแทนนักการเมืองท้องที่ท้องถิ่น ตัวแทนข้าราชการ ตัวแทนกลุ่มชาวพุทธและศาสนาอื่น ตัวแทนภาคประชาสังคมจากหลากหลายประเด็น ฯลฯ ร่วมให้ความเห็นและพูดคุยแลกเปลี่ยน

นอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการในพื้นที่ชายแดนใต้ และจากภูมิภาคอื่นๆ อาทิ ศ.ดร.ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวันแก้ว รศ.ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ ผศ.ดร.ฆายนีย์ ช. บุญพันธ์ ฯลฯ ร่วมให้ความเห็นและให้ข้อเสนอแนะต่อทีมวิจัย ตลอดจนนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ อาทิ Prof.Dr.Isak Svenson, Assoc.Prof.Dr.Desirée Nilsson, Prof.Dr.Erik Melander, Dr.Karen Brounéus of Department of Peace and Conflict Research, Uppsala University, Dr. Anders Engvall, Stockholm School of Economics ฯลฯ ได้ร่วมนำเสนอและนำพูดคุยในประเด็น การปรึกษาหารือสาธารณะ: แนวปฏิบัติที่ดีเลิศจากพื้นที่ความขัดแย้งอื่นๆ



























ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา ณ ห้องน้ำพราวชั้น 1  โรงแรม CS ปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับสมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา สภาประชาสังคมชายแดนใต้ และ Minority Rights Group  จัดเวทีเสวนา “ชุดกฎหมายสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี:  ทบทวน ท้าทาย ที่ทาง” สนับสนุนโดย สหภาพยุโรป (EU)

ภายในเวทีมีหลายกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ชี้แจงเวทีเสวนา นายแวรอมลี แวบูละ นายกสมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา นำเสนอประเด็น การสร้างสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานีกับมุมของของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดย นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ และ ดร.รุ่งรวี รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช กรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร

ส่วนเวทีเสวนา ชุดกฎหมายสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี:  ทบทวน ท้าทาย ที่ทาง มีวิทยากรจากหลากหลายกลุ่ม อาทิ  นายตูแวดานียา ตูแวแมแง ผู้ประสานงานคณะสันติภาพภาคประชาชน (คสป.), อาจารย์อับดุลการิม อัสมะแอ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยฟาฏอนีและอดีตประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้, นายบูรฮัน ติพอง                กรรมาธิการฯและอนุกรรมาธิการเจรจาฯ, นายรักชาติ สุวรรณ อดีตประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้, ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, นางสาวอัญชนา หีมมิหน๊ะ ประธานกลุ่มด้วยใจ และนายรอมฎอน ปันจอร์ กรรมาธิการฯ ดำเนินการายการโดย คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย สำนักข่าว The Reporter

ทั้งนี้ มีผู้ร่วมเวทีจากหลากลายกลุ่ม อาทิ ภาคประชาสังคม หน่วยงานด้านความมั่นคง ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ประชาชนทั่วไป สนใจร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น