แนะนำ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

 

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมเทศบาลนครยะลา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และ เทศบาลนครยะลา จัดเวทีเสวนาวิชาการ “ประกาศเจตนารมณ์พัฒนาเมืองสิทธิมนุษยชน” เพื่อเปิดตัวโครงการ Human Rights City: Yala อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อนำมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนระดับสากลมาปรับใช้ในการบริหารท้องถิ่นและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมและกล่าวเปิดงาน พร้อมกล่าวว่า สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมงานกันในนามเครือข่ายวิชาการ Peace Survey มานานกว่า 10 ปี โดยทั้งสองสถาบันยึดปณิธานเดียวกันในการทำงาน คือ ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง

สำหรับโครงการวิจัยการพัฒนาเมืองสิทธิมนุษยชนถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับบางท่าน ทั้งนี้ ในหลายๆ เมืองในหลายประเทศทั่วโลกได้ริเริ่มโครงการในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งมีแนวคิดที่ว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนและการบริหารเมืองที่ดีจะส่งผลให้ความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่สามารถพัฒนาหรือยกระดับคุณภาพชีวิตได้ในทุกๆ มิติ ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นภารกิจที่ภาควิชาการจะทำงานร่วมกับภาคท้องถิ่น ในขณะเดียว งานนี้ก็เป็นของประชาชนทุกคนที่จะมาร่วมกันออกแบบพัฒนาเมืองที่ดี เราจะอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรีและเคารพในความเป็นมนุษย์ ตลอดจนการวางรากฐานสำหรับอนาคตของคนรุ่นใหม่

กิจกรรมแรกของงานเป็นกิจกรรมกระบวนการออกแบบสร้างเมืองสิทธิมนุษยชน นำกระบวนการโดย นางสาวพิมลลักษณ์ สุวงศ์สินธุ์ นักวิจัยจากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ซัมซู สาอุ อาจารย์ประจำคณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

โดย นางสาวพิมลลักษณ์ สุวงศ์สินธุ์ ได้แนะนำความเป็นมาของโครงการ ซึ่งโครงการนี้มีความมุ่งหวังเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในแนวคิด “เมืองสิทธิมนุษยชน” การออกแบบเมืองที่มุ่งเน้นความเท่าเทียม ความปลอดภัย และการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน อีกทั้งยังมุ่งสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่การออกแบบนโยบาย ไปจนถึงการติดตามตรวจสอบอย่างโปร่งใส

นางสาวพิมลลักษณ์ สุวงศ์สินธุ์ กล่าวถึงบทเรียนจากการพัฒนาเมืองสิทธิมนุษยชนต้นแบบจากหลายแห่งในต่างประเทศที่แสดงให้เห็นการยกระดับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเมืองที่มีธรรมาภิบาล และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้อยู่อาศัยในเมืองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการวางนโยบายที่คำนึงถึงความหลากหลายของผู้อยู่อาศัยในเมือง การมีกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างเมืองและประชาชนของเมืองเพื่อพัฒนาเมืองเพื่อให้โอบรับการอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในสิทธิและศักดิ์ศรีของกันและกัน สามารถแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิพลเมืองในด้านต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มาเป็นแบบอย่างในการดำเนินโครงการในครั้งนี้

โดยเครือข่ายหลักๆ ที่โครงการตั้งเป้าจะดำเนินงานร่วมกัน ได้แก่ องค์กรภาคประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรอุดมศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ เครือข่ายสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ โดยโครงการนี้ดำเนินการในหลายๆ ภาคทั่วประเทศ

นางสาวพิมลลักษณ์ สุวงศ์สินธุ์ กล่าวอีกว่า โครงการนี้มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ หัวหน้าโครงการวิจัย เป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในการพัฒนาแนวทาง Human Rights City ที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทยและพหุวัฒนธรรมของจังหวัดยะลาโดยเน้นย้ำว่าเมืองสิทธิมนุษยชนเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาการบริหารจัดการเมือง การให้บริการสาธารณะที่เป็นธรรม และการป้องกันการละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ

จากนั้นกระบวนกรได้แบ่งกลุ่มย่อย กระบวนการออกแบบสร้างเมืองสิทธิมนุษยชน โดยให้ผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วนได้แบ่งกลุ่มย่อยระดมความคิดเห็นในประเด็นเรื่องอนาคตเมืองยะลาที่ผู้เข้าร่วมอยากเห็นเป็นอย่างไร ซึ่งมีหลากหลายความเห็นที่น่าสนใจ อาทิ สันติภาพ สันติสุข เคารพความแตกต่าง เมืองที่มีความเสมอภาค เมืองที่เจริญรุ่งเรือง เมืองที่ให้ความช่วยเหลือเมืองอื่นๆ เมืองที่ไม่ละเมิดเมืองรอบนอก เมืองที่ปลอดภัยและมีสีสัน เมืองแห่งการศึกษา ดอกประดู่บานทั่วเมือง เป็นต้น

ในช่วงบ่ายมีเวทีเสวนาวิชาการในหัวข้อ “ร่วมพัฒนายะลาสู่เมืองสิทธิมนุษยชนมาตรฐานสากล” โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และอาจารย์ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นายรอซีดี เลิศอริยะพงษ์กุล ประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดยะลาผู้อำนวยการโรงเรียนพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จ.ยะลา นางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ สำนักงานส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชน อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์ อาจารย์ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ดำเนินรายการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์

นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า เมืองสิทธิมนุษยชนควรเป็นพื้นฐานของทุกเมือง โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครยะลายิ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ดำรงตำแหน่งในฝ่ายบริหาร สิ่งแรกที่เราตระหนักคือการมีส่วนร่วมของประชาชน การรับฟังเสียงจากทุกฝ่ายในสังคมที่มีความหลากหลายเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการที่เราจะนำเสียงความต้องการของประชาชนไปออกนโยบาย เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน

"เทศบาลนครยะลามีการจัดประชุมในหลายๆ ระดับ โดยเฉพาะการประชุมกับประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง ความสำคัญของการประชุมคือการรับฟังเสียงที่แตกต่างในสังคมพหุวัฒนธรรม ทั้งนี้ การสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เราได้กู้เงินเพื่อมาสร้างแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชน เราได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ ดังนั้น การจะสร้างเมืองสิทธิมนุษยชนให้ยั่งยืน สิ่งสำคัญคือการสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนนั้นเอง" นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าว

ช่วงท้ายของกิจกรรม มีพิธีประกาศเจตนารมณ์และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง เทศบาลนครยะลา และ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยพยานจากหลายภาคส่วน ได้แก่ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภาคประชาสังคม เครือข่ายผู้พิการ เด็กและเยาวชน และตัวแทนชุมชนในจังหวัดยะลา เพื่อผลักดัน ส่งเสริม และสร้างกลไกการปกป้องคุ้มครองสิทธิ อันจะนำไปสู่การพัฒนาโครงการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนในทุกระดับ ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ ความร่วมมือมีระยะเวลา 5 ปี ถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้ยะลาเป็นเมืองต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนและสันติภาพในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ขอบคุณภาพสวยๆ จาก สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และเทศบาลนครยะลา

ขอบคุณภาพสวยๆ จาก สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และเทศบาลนครยะลา

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สถานวิจัยความขัดแย้งฯ สถาบันสันติศึกษา จับมือคณะเศรษฐศาสตร์ ม.อ. และมูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ จัดการประชุมแลกเปลี่ยนในประเด็นบทบาท “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อสร้างสันติภาพที่ครอบคลุมและยั่งยืน พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคประชาสังคม นักวิชาการ และภาคธุรกิจในพื้นที่

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องฟาฏอนี โรงแรมซี เอส ปัตตานี จังหวัดปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับมูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “การศึกษาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้กับการสร้างสันติภาพและการพัฒนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้”

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย “การยกระดับระเบียงเศรษฐกิจร่วมไทย-มาเลเซีย (Deep South Economic Corridor)” ภายใต้กรอบวิจัย “การยกระดับเศรษฐกิจร่วมของพื้นที่เมืองชายแดน” ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีบุคลากรจากคณะเศรษฐศาสตร์และสถาบันสันติศึกษาเป็นคณะผู้วิจัย

การประชุมมีเป้าหมายเพื่อศึกษาปัจจัยเชิงโครงสร้างและเชิงวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมทั้งแสวงหากลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างสันติภาพที่ครอบคลุมและยั่งยืน
ในโอกาสนี้ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา กล่าวต้อนรับผู้ร่วมประชุม และแนะนำรายละเอียดโครงการโดย ผศ.ดร.ปรัตถ พรหมมี คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี จากสถาบันสันติศึกษา

นอกจากนี้ คณะโครงการวิจัยยังได้รับเกียรติจาก คุณภมรรัตน์ ตันสงวนวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการพัฒนาสังคม ธนาคารโลกประจำประเทศไทย มาบรรยายในหัวข้อ “การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้และการสร้างสันติภาพชายแดนใต้” รวมถึงการนำเสนอข้อมูลด้านเศรษฐกิจภายใต้โดยคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้แทนหลากหลายภาคส่วนในพื้นที่

ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี นักธุรกิจและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มทรัพยากรธรรมชาติตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคม ร่วมกันสะท้อนปัญหา ข้อจำกัดของผู้ประกอบการและโอกาสในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจของพื้นที่ เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน
ข้อเสนอเชิงนโยบายที่น่าสนใจจากเวที ได้แก่:

- การพัฒนาทักษะแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน
- การส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และอุตสาหกรรมฮาลาล บนฐานทรัพยากรท้องถิ่น
- การสร้างความเข้าใจร่วมในนิยามของ “ระเบียงเศรษฐกิจ” โดยไม่จำกัดเพียงแค่การลงทุนโครงการขนาดใหญ่เท่านั้น แต่เน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นผ่านกลไกใหม่ในการทำงานร่วมกัน
- การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการตัดสินใจ
- การพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจในรูปแบบ Sand Box หรือ Hub เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่
- การลดข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการรายย่อยหรือ SME ในพื้นที่
- การพัฒนารูปแบบการจัดการของท้องถิ่น มีการกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจ
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการองค์ความรู้จากภาควิชาการและภาคประชาชน เพื่อผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์บริบทเฉพาะของพื้นที่ชายแดนใต้ และสร้างรากฐานสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนบนฐานของสันติภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม
 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สถาบันสันติศึกษาต้อนรับกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

--------------------------------------------

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ผศ. ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา พร้อมด้วย ผศ. ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ให้การต้อนรับคุณภาษิต จูฑะพุทธิ กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ในโอกาสเยือนสถาบันสันติศึกษา ณ ห้องประชุมสันติธรรม อาคารสถาบันสันติศึกษา

การพบปะครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งในหลากหลายมิติ ทั้งการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการพูดคุยสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการในอนาคต

ในโอกาสนี้ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ยังได้มอบรายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 7 และข้อเสนอเชิงนโยบาย (Peace Survey 7) แก่ท่านกงสุลใหญ่เพื่อเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานอีกด้วย

================

19 September 2025, Asst. Prof. Dr. Kusuma Kooyai, Director of the Institute for Peace Studies (IPS), together with Asst. Prof. Dr. Srisompob Jitpiromsri, welcomed Mr. Phasit Chudabuddhi, Consul General of Thailand in Kota Bharu, Kelantan, Malaysia, on his visit to the Institute for Peace Studies, Prince of Songkla University.

The meeting provided an opportunity for an exchange of perspectives on various dimensions of conflict, including economic, social, and peace dialogue process, particularly in the context of Thailand’s southern border provinces. The meeting also served to strengthen relations between IPS and Royal Thai Consulate-General, Kota Bharu to promote future academic cooperation.

On this occasion, the Director also presented the report of the 7th Public Opinion Survey on the Peace Process in the Southern Border Provinces of Thailand (Peace Survey 7) to the Consul General for his reference and use in future work.

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจาสันติภาพ 

บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568

** อ่านฉบับเต็มออนไลน์ได้ที่:** คล๊ก https://anyflip.com/chcsb/ngjw/ 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม CSCD สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ม.อ. ปัตตานี และศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ได้มีโอกาสต้อนรับคณะผู้เชี่ยวชาญด้านฐานข้อมูลข้อตกลงสันติภาพ Peace Accords Matrix (PAM) จากสถาบัน Kroc Institute for International Peace Studies มหาวิทยาลัย Notre Dame ประเทศสหรัฐอเมริกา และมูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ (PRC) อันประกอบด้วย

- Professor Dr.Madhav Joshi รองผู้อำนวยการโครงการ PAM

- Mr. Bihnu Sapkota ผู้จัดการโครงการ Nepal Transition to Peace Initiative (NTTPI) และผู้แทนภูมิภาค โครงการ PAM

- Ms. Myla J. Leguro ที่ปรึกษาเทคนิค ด้านความยุติธรรม การสร้างสันติภาพและความสามัคคีทางสังคม จาก Catholic Relief Services ประเทศฟิลิปปินส์ และ

- คุณรัฐวิศว์ เอื้อประชานนท์ มูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ

การประชุมครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาฐานข้อมูลและความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง 4 สถาบัน โดยมี ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ม.อ. กล่าวต้อนรับและหารือแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้ง สถาบันสันติศึกษา (HMVC) อีกด้วย

ในช่วงการประชุม ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ผศ.ดร.สมัชชา นิลปัทม์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ คณะวิทยาการสื่อสาร และคณะทำงาน Deep South Watch ได้นำเสนอการทำงานฐานข้อมูลสถานการณ์ภาคใต้ และฐานข้อมูลผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (โดยเครือข่ายวิชาการ Peace Survey) ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมโยงชุดข้อมูลต่าง ๆ ของสถาบันในการยกระดับฐานข้อมูล และการพัฒนาศักยภาพคณะทำงานให้มีมาตรฐานสากลมากขึ้น

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วันที่ 5 กันยายน 2568 บุคลากรจากสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา เข้าร่วมนำเสนอผลงานทางวิชาการในการประชุมวิชาการนานาชาติ International Seminar on Development and Civil Society in Thailand and Lao PDR ณ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีผลงานที่นำเสนอ ดังนี้

1.บทความวิชาการเรื่อง “Contestation of Peace Discourse in the Deep South of Thailand between 2013 and 2025” นำเสนอโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่

2. บทความวิชาการเรื่อง “The Role of Local Women in Fostering Inclusive Peacebuilding in Thailand’s Southern Border Province” นำเสนอโดย อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์

การสัมมนาครั้งนี้จัดโดย Japan Society for the Promotion of Science (JSPS) ภายใต้การนำของ ดร.โนริยูกิ ซูซูกิ จาก University of the Ryukyus หัวหน้าโครงการ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

📍เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดอบรมเตรียมความพร้อมและเสริมศักยภาพนักวิจัยกลุ่มผู้พิการ ภายใต้โครงการสำรวจคุณภาพชีวิตของคนพิการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Movement on Disability Equality in Thailand’s Southern Border Provinces) เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้อง 310 คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ. ปัตตานี โดยมี อ.ฟารีดา ปันจอร์ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ในโอกาสนี้ ทางโครงการได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.อรุณี ลิ้มมณี ประธานฝ่ายสตรี และกลุ่มเป้าหมายพิเศษ สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย เป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องหลักการวิจัยในคนพิการด้วย

✏️โครงการสำรวจนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก Minority Rights Group International (MRG) และสหภาพยุโรป (EU) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมศักยภาพของผู้พิการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้มีส่วนร่วมในทุกกระบวนการวิจัย ตั้งแต่การกำหนดโจทย์การวิจัย การวางแผน การดำเนินการสำรวจ การเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การวิเคราะห์และรายงานผลการวิจัย อันเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการสร้างสันติภาพแบบมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย (Inclusive Peacebuilding)

🔎นอกจากนี้ การจัดกระบวนการวิจัยยังให้ความสำคัญและตระหนักถึงหลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางโดยได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์การวิจัยในกลุ่มผู้พิการ (Disability Survey) จาก Minority Rights Group และการกำกับดูแลของคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

การสำรวจครั้งนี้จะเริ่มดำเนินการในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน 2568 และคาดว่าจะนำเสนอผลการศึกษาได้ในราวต้นปี 2569

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ผศ. ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และคณาจารย์ประจำสถาบันฯ ให้การต้อนรับ H.E. Mr. Robert F. Godec เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเยือนสถาบันสันติศึกษาเพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ด้านการเมือง เศรฐกิจ สังคม และสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องประชุมสันติธรรม อาคารสถาบันสันติศึกษา

ในโอกาสนี้ ผศ. ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช ได้นำเสนอข้อมูลว่าด้วยเรื่องกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2556 และพัฒนาการจนถึงปัจจุบัน โดยมี ผศ. ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และ ดร.รุสตั้ม หวันสู ร่วมแลกเปลี่ยนและให้ข้อมูล

================

U.S. Ambassador to Thailand visited Institute for Peace Studies, PSU, to discuss southern Thai conflict.

------------------------------------------

On 22 August 2025, Asst. Prof. Dr. Kusuma Kooyai, Director of the Institute for Peace Studies (IPS), together with lecturers, had the honor of welcoming H.E. Mr. Robert F. Godec, Ambassador of the United States of America to Thailand, and his delegation on the occasion of their visit to the Institute for Peace Studies. The purpose of the visit was to study and exchange knowledge on the political, economic, and social situation as well as the ongoing violent conflict in Thailand’s southern border provinces.

On this occasion, Asst. Prof. Dr. Rungrawee Chalermsripinyorat presented an overview on the peace process in the southernmost region, highlighting the inception of the official peace dialogue in 2013 and its subsequent developments to the present. Asst. Prof. Dr. Srisompob Jitpiromsri and Dr. Roostum Vansu also joined the session to provide additional insights.

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ ได้จัดวงสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใต้โครงการบรรยายสาธารณะ เรื่อง ถอดบทเรียนเส้นทางร่าง พรบ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์กับนัยยะสำคัญต่อพื้นที่ชายแดนใต้

ณ สำนักงานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ชั้น 1 อาคาร 51 B ห้อง We Center พิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติและเครือข่ายเรียนรู้ท้องถิ่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

โดยมีวิทยากร 2 ท่าน จาก คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎร คือ คุณอภินันท์ ธรรมเสนา ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารสังคมและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) และคุณจตุรนต์ เอี่ยมโสภา รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี

ดำเนินรายการโดย คุณอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์/ประธานกลุ่มงานสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้

กล่าวต้อนรับโดย ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และกล่าวเปิดงานโดย คุณลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้

ประเด็นสำคัญของงานเสวนาในครั้งนี้ คือ ความเป็นมาและความสำคัญของ พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้เกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิ ความหลากหลาย และวิถีชีวิตดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทย ทั้งยังเป็นเครื่องมือทางกฎหมายเพื่อให้ความสำคัญกับการดำรงอยู่ของอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ภาษา และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยกระบวนการร่าง พ.ร.บ. มีการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน นักวิชาการ และองค์กรต่างๆ

กระบวนการร่างและบทเรียนที่ได้ คือ การผลักดันกฎหมายลักษณะนี้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางการเมืองและโครงสร้างรัฐรวมศูนย์ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องสร้างการรับรู้ในสังคมวงกว้าง ไม่ให้ถูกมองว่าเป็นกฎหมายเฉพาะกลุ่ม แต่เป็น “กฎหมายเพื่อความเสมอภาคและอยู่ร่วมกัน” มีบทเรียนจากการทำงานเชิงเครือข่ายระหว่างภาควิชาการ องค์กรประชาสังคม และกลุ่มชาติพันธุ์เอง

ส่วนนัยยะต่อพื้นที่ชายแดนใต้นั้น ประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่ง พ.ร.บ. นี้จะช่วยสร้างความมั่นใจว่ารัฐจะเคารพสิทธิในการดำเนินชีวิตตามอัตลักษณ์ เช่น ภาษา การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่น อีกทั้งยังสามารถลดความรู้สึก “ถูกกดทับ” หรือ “ถูกทำให้เป็นชายขอบ” ของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่ ที่สำคัญยังสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผ่านการยอมรับความหลากหลาย

ทั้งนี้ ความท้าทายและก้าวต่อไป คือ ความเข้าใจและการยอมรับของสังคมวงกว้าง ตลอดจนกลไกในการทำให้กฎหมายถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียง “ตัวหนังสือ” สิ่งที่สำคัญก็คือการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ ท้องถิ่น และชุมชนชาติพันธุ์

งานเสวนานี้มุ่งชี้ให้เห็นว่า พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ใช่แค่เรื่องของชนกลุ่มน้อย แต่เป็นเรื่องของ สิทธิ ความเสมอภาค และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีความหลากหลายสูง

รับชมวงสนทนาย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่