2568

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วช. จัดเสวนา “การพัฒนาองค์ความรู้และการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้งในประเทศไทย” ในงาน อว.แฟร์ 2025

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้ง จัดกิจกรรมเสวนาเรื่อง “การพัฒนาองค์ความรู้และการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้งในประเทศไทย” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

กล่าวต้อนรับ ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND ณ ห้องประชุม MR 207 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่าในนามของ วช. ภายใต้กระทรวง อว.รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมการเสวนาในหัวข้อ “การพัฒนาองค์ความรู้และการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้งในประเทศไทย” พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนากลไกเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ผ่านการสนับสนุน Hub of Talents และ Hub of Knowledge เพื่อสร้างเครือข่ายนักวิจัยและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา หน่วยงานรัฐ และเอกชน ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาทักษะ และต่อยอดผลงานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนเป็นเวทีเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณะ และสร้างความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนทำให้การเสวนาครั้งนี้สำเร็จตามวัตถุประสงค์

รองศาสตราจารย์ ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้ง (Talent Hub for Monitoring Violence and Conflict) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวถึงบทบาทและการดำเนินงานของศูนย์ฯ ว่า ศูนย์ฯ ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก วช. เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลซึ่งจะช่วยสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลเพื่อลดความขัดแย้ง โดยพัฒนาจัดทำเป็นฐานข้อมูล ได้แก่ ฐานข้อมูลเฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ฐานข้อมูลความคิดเห็นประชาชน ฐานข้อมูลเศรษฐกิจและสังคม และฐานข้อมูลงบประมาณแผ่นดิน ผ่านการบูรณาการข้อมูลจากหลายภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเฝ้าระวังและจัดการปัญหาความรุนแรงและความขัดแย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ถัดมาเป็น การเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมัชชา นิลปัทม์ รองผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และ คุณสมเกียรติ จันทรสีมา ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และกิจกรรมช่วงถามตอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เข้าร่วม

กิจกรรมครั้งนี้มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือและพัฒนาองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายและปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความรุนแรงและความขัดแย้งในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจ สามารถเข้าร่วมงาน “อว.แฟร์ 2025” และ “NST Fair 2025” ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงาน อว.แฟร์ 2025 จะจัดขึ้นที่ฮอลล์ 1-4 ชั้น G และงาน NST Fair 2025 จะจัดขึ้นที่ฮอลล์ 5-6 ชั้น LG สามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอบคุณเรื่องและภาพจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ติดตามรับชมการถ่ายทอดสด การแข่งขันประกวดสุนทรพจน์รอบชิงชนะเลิศ และประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบและผู้ได้รับรางวัลช่อมะกอก ปีที่ 11 ประจำปี 2568 ประเภทบทกวี เรื่องเล่า และสุนทรพจน์ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่

เพจ FB: โครงการประกวดสื่อสันติภาพ สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ : https://www.facebook.com/olivebranchips

เพจ FB สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ : https://www.facebook.com/ips.psu

เพจ FB สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ : https://www.facebook.com/CSCD.IPS.PSU

อย่าลืมติดตามชม ลุ้นผลการแข่งขัน และให้กำลังใจน้องๆ เยาวชนในการประกวดสื่อสันติภาพ #รางวัลช่อมะกอก11 กันนะครับ...

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

 

สถาบันสันติศึกษา และคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) และกลุ่มมานีมานะ จัดอบรมนักผลิตสื่อสร้างสรรค์ในหัวข้อ “Magic of peace มหัศจรรย์แห่งสันติภาพ” ระหว่างวันที่ 26- 28 ก.ค. 2568 ณ โรงแรม C.S. Pattani จังหวัดปัตตานี เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสันติภาพและสามารถเป็นนักสื่อสารสันติภาพที่ลดอคติ ไม่สร้างความเกลียดชังซึ่งนำไปสู่ความรุนแรง และสามารถสร้างเสริมให้เกิดสันติภาพในชีวิตประจำวันได้ ผ่านการผลิตสื่อที่สร้างสรรค์ สร้างคุณค่าให้กับสังคม และร่วมกันสร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่นักสื่อสารสันติภาพ

การจัดอบรมในครั้งนี้ต่อเนื่องจากอบรมภาคอีสานเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยหลังจากผ่านกระบวนการอบรมเรื่องสันติภาพที่ผู้เข้าร่วมมีส่วนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและบอกเล่าผ่านประสบการณ์ของตน เยาวชนและสื่อท้องถิ่นจะได้นำความรู้ไปผลิตสื่อหนังสั้นเพื่อร่วมสื่อสารประเด็นสันติภาพมิติต่างๆ ทางสังคม โดยผลงานจะนำไปร่วมจัดแสดงในงานสัปดาห์เยาวชนเท่าทันสื่อ ระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคม 2568 ณ ลิโด้ คอนเน็ก กรุงเทพมหานคร

กระบวนการอบรมแบ่งเป็น 2 รอบ คือรอบเยาวชนในวันที่ 26-27 ก.ค. 2568 และรอบสื่อท้องถิ่นในวันที่ 28 ก.ค. 2568 มีวิทยากรคือคุณโตมร อภิวันทนากร จากกลุ่มมานีมานะ ผศ.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และ ผศ.ดร.สมัชชา นิลปัทม์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ. ปัตตานี กระบวนการในรอบนี้ต่อยอดจากรอบที่แล้วโดยปรับบริบทให้เข้ากับพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เสริมประเด็นสันติภาพเชิงบวกเชิงลบแต่ละด้านเหมาะกับการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งที่ต่างกัน ช่องว่างระหว่างความขัดแย้งที่กลายเป็นความรุนแรงซึ่งหากเข้าใจสิ่งนี้จะสามารถบรรเทาสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งไม่ให้บานปลายเป็นการใช้ความรุนแรงได้ รวมถึงการใช้กระบวนการละครและการจำลองสถานการณ์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเกิดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากเยาวชนว่าเข้าใจและเข้าถึงเนื้อหาได้ดีมาก

 

งานอบรมในครั้งนี้ มีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในภาคใต้ร่วมอบรมจำนวน 10 หน่วยงาน ได้แก่

🔸โรงเรียนสุขสวัสดิ์วิทยา จ.ยะลา

🔸โรงเรียนร่มเกล้านราธิวาส จ.นราธิวาส

🔸โรงเรียนเรียงราษฎร์อุปถัมภ์ จ.นราธิวาส

🔸โรงเรียนมูลนิธิสันติวิทยา จ.ปัตตานี

🔸โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ จ.ปัตตานี

🔸โรงเรียนแสงทอง จ.สงขลา

🔸โรงเรียนสาธิตวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

🔸ชมรมอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

🔸คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

🔸มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

 

มีตัวแทนจากสื่อท้องถิ่นในภาคใต้เข้าร่วมอบรมจำนวน 8 หน่วยงาน ได้แก่

🔸Wartani

🔸MOJO ชายแดนใต้

🔸แอดชายแดนใต้

🔸สถานีวิทยุ ม.อ. หาดใหญ่

🔸Are You คนใต้

🔸ดวงอาทิตย์ ท้องฟ้า ภูเขา x Hatyai Connext

🔸เพจ Chalee

🔸แลต๊ะแลใต้ ThaiPBS

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

📣📣ขอเชิญนักเรียน นักศึกษาหรือผู้มีอายุเทียบเท่า ส่งผลงานเข้าประกวดสื่อสันติภาพ “รางวัลช่อมะกอก” ปีที่ 11 ประจำปี 2568 (Olive Branch Awards 11th 2025)📣📣

▪สุนทรพจน์

▪บทกวี

▪เรื่องเล่า

🏆เงินรางวัลกว่า 60,000 บาท🏆

หมดเขต 31 กรกฎาคม 2568

รายละเอียดการประกวด: https://link.psu.th/AkCTar

ส่งผลงานได้ที่: https://link.psu.th/AkGzxv

🗞ผู้ส่งผลงานทุกท่านจะได้รับเกียรติบัตรการเข้าร่วม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่

โทร: 074-289463 (คุณอุสมาน)

Facebook: โครงการประกวดสื่อสันติภาพ สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์

Website สถาบันสันติศึกษา: www.ips.psu.ac.th

ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ต้องพึ่งระลึกเสมอว่า “ความจริงเป็นสิ่งหายาก” ในภาวะวิกฤติ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา

แสดงความกังวล ต่ออุณหภูมิความรู้สึกของผู้คนทั้งสองประเทศ ในการเสพข่าวสารความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ที่มาจากหลากหลายช่องทาง โดยเฉพาะข่าวสารที่ไม่ได้มีข้อเท็จจริง

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา การสื่อสารของรัฐไทยไม่ตอบสนองความต้องการข้อมูลข่าวสารของประชาชนได้ทันท่วงที และยังไม่เป็นเอกภาพ ทั้งจากรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ หรือหน่วยงานด้านความมั่นคง จึงเป็นจุดอ่อน ทำให้เกิดข่าวสารบิดเบือน ใส่สีตีไข่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะข่าวสารในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ ที่ปลุกเร้าอารมรณ์ ทำให้เกิดความเกลียดชัง

เช่นเดียวกับการใช้สื่อสารของฝั่งประเทศกัมพูชาที่สื่อสารโดยตรงกับประชาชน ที่ยังคงเน้นการถูกละเมิด การถูกรุกราน รวมผสมกับประวัติศาสตร์ที่ถือกับคนละเล่มกับไทย

ขณะเดียวกันการสื่อสารกับโลกภายนอก ก็มีการวางรูปแบบหรือบทไว้ตรงกัน โดยเน้นย้ำถึงการรักสันติเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ และสร้างความชอบธรรมในการสู้รบครั้งนี้ และดึงประชาคมโลกให้เข้ามาในปัญหา

แต่ทั้งสองวิธีการนี้ อาจส่งผลระยะยาวในความสัมพันธ์ของผู้คนของทั้งสองประเทศแม้การต่อสู้ยุติลง

“เมื่อขัดแย้งกันย่อมมีบาดแผล ซึ่งการจัดการกับบาดแผล เมื่อเป็นแผลเป็นที่ดูเหมือนไม่มีร่องรอย แต่เมื่อแผลถูกกระแทกซ้ำลงไป ในแต่ละช่วงเวลา มันยิ่งบาดลึกลงไป ความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนเดิมจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความสัมพันธ์ที่พอจะฟื้นฟูขึ้นมาได้ อันนี้ทำได้แน่ ถ้าทั้งสองฝั่งตั้งใจผ่านการฟื้นฟูระยะสั้น ระยะยาว

โดยในระยะยาว เราต้องคุยกันแบบจริงจัง ว่าจริงๆแล้วเรารู้จักเพื่อนบ้านเราจริงหรือเปล่า หรือ เค้ารู้จักเราจริงหรือเปล่า ” ผอ.สถาบันสันติศึกษา กล่าว

ส่วนการไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขของทั้งสองประเทศ หลังการหารือที่ประเทศมาเลเซีย อาจลดความน่าเชื่อของประเทศคนกลางอย่างมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา หรือจีน

แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า ในวิกฤติความขัดแย้ง ยังมีความจำเป็นที่ต้องเจรจา เพื่อหยุดยิงให้ได้ก่อน แล้วจึงเริ่มฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจขึ้นมาใหม่

“ในระยะสั้นต้องหยุดยิงให้ได้ก่อน แต่วันนี้ก็พิสูจน์แล้ว การเรียกด่วนมาคุยแล้วบอกจะหยุดยิง มันไม่สำเร็จ แต่การหยุดยิงยังเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ไว้วางใจกัน หรือ แหกข้อตกลง มันไม่มีทางที่คุยกันต่อได้ ” ผศ.กุสุมา กล่าวย้ำ

ขณะที่ประชาชนผู้เสพสื่อ นักวิชาการด้านสันติวิธี ย้ำว่า ต้องพึ่งระลึกเสมอว่า ความจริงเป็นสิ่งหายาก ในภาวะวิกฤติ จึงต้องรู้เท่าทันว่า อารมณ์ หรือการกระทำจะทำให้ใครได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์ เพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือที่สร้างความขัดแย้งเพิ่ม

ติชิลา พุทธสาระพันธ์
ThaiPBSศูนย์ข่าวภาคใต้ เรียบเรียง

 

ที่มา Thai PBS ศูนย์ข่าวภาคใต้

 

รับชม วีดีโอสัมภาษณ์ คลิ๊ก ที่นี่

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 14 – 16 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมกับสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดโครงการ อบรมเชิงปฏิบัติการ “หลักสูตรพัฒนาศักยภาพด้านการสร้างสันติภาพสำหรับสมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ณ โรงแรม Le Meridien Phuket Mai Khao Beach Resort ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

โครงการอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านกระบวนการสันติภาพ ความเข้าใจเกี่ยวกับบริบทความขัดแย้ง การบริหารจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม บทบาทของภาคประชาชนและรูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมยกระดับศักยภาพของสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายจากประชาชนสู่หน่วยงานภาครัฐและส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวต้อนรับสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ

กิจกรรมการอบรมประกอบด้วยการเสวนาโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่หลากหลาย อาทิ

  • พัฒนาการของกระบวนการพูดคุยสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้
  • แนวคิดเรื่องสภากระจายอำนาจ (Devolution Assembly) บทบาทของสภาที่ปรึกษาฯ และบทเรียนจากต่างประเทศ
  • การส่งเสริมความหลากหลายและการเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรม
  • รูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการสันติภาพ
  • แนวคิดและประสบการณ์ด้านความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional Justice)

ทั้งนี้ คณาจารย์และบุคลากรของสถาบันสันติศึกษา ได้แก่ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช คุณอิมรอน ซาเหาะ และ Dr. Anders Engvall จาก Stockholm School of Economics ประเทศสวีเดน ร่วมเป็นวิทยากรและผู้ดำเนินรายการ

บรรยากาศการอบรมเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้สมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซักถามเชิงลึกและระดมสมองกับผู้แทนจากหน่วยงานรัฐและภาควิชาการ เพื่อร่วมกันวางแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานสันติภาพในระยะต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาควิชาการ เพื่อเสริมสร้างพลังทางความรู้และเครือข่ายการทำงานของสภาที่ปรึกษาฯ ให้สามารถมีบทบาทอย่างแท้จริงในการผลักดันการแก้ไขปัญหาและสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

สำหรับ “สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” นั้นเป็นกลไกที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 มาตรา 19 บัญญัติให้มีสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นพื้นที่ให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนะแนวนโยบายและมาตรการที่เหมาะสมต่อการบริหาร การพัฒนาและการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้  และเสริมสร้างความเป็นธรรมและความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐกับประชาชน โดยสภาที่ปรึกษาฯ มีตัวแทนของประชาชนที่หลากหลาย ได้แก่ ผู้แทนศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนภาคประชาสังคม ผู้สอนและบุคคลากรทางการศึกษา  สถานศึกษาปอเนาะ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม กลุ่มสตรี ผู้แทนภาคธุรกิจ สื่อมวลชนและผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งสิ้น 13 กลุ่ม 47 คน

 

The National Security Council (NSC), Institute of Peace Studies (IPS) at Prince of Songkla University,  the Advisory Council on Administration and Development of Southern Border Provinces and the Southern Border Provinces Administrative Center (SBPAC) jointly organized a workshop on 14-16 July 2025 at Le Meridien Phuket Mai Khao Beach Resort in Phuket, to enhance capacity of the Advisory Council’s members to drive peace process and peacebuilding in the southernmost provinces.

The workshop, presided over by the Secretary-General of the National Security Council (NSC), Mr. Chatchai Bangchuad, covers various issues such as the development of peace process, power sharing, cultural diversity and intercultural education, public participation in the peace process and transitional justice. The IPS team, led by IPS Director Asst. Prof. Dr. Kusuma Kooyai, includes Asst. Prof. Dr. Srisompob Jitpiromsri, Dr. Rungrawee Chalermsripinyorat, and Mr. Imron Sahoh, together with Dr. Anders Engvall from the Stockholm School of Economics in Sweden, joined the workshop as speakers and moderators.

The Advisory Council, established under the Southern Border Provinces Administration Act B.E. 2553, is designed to enhance people’s participation in development and conflict resolution in the Deep South. The 47-member Advisory Council consists of representatives from various sectors, including religious leaders, local leaders, civil society, education sector, women, business, mass media and experts.

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เปิดข้อเสนอเชิงนโยบายจากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชายแดนใต้ (Peace Survey) ในห้วง 10 ปี จำนวน 10,582 ตัวอย่าง ประชาชนเรียกร้องทุกฝ่ายหยุดความรุนแรง – เร่งเดินหน้าพูดคุยสันติภาพ – สร้างพื้นที่ปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมอัล-อัยยูบีร์ คณะวิทยาการอิสลามนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยเครือข่ายวิชาการ Peace Survey ได้จัดงานนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการประมวลผลข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ครั้งที่ 1–7 โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรุณีวรรณ บัวเนี่ยว รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวต้อนรับและยืนยันถึงพันธกิจสำคัญด้านการคลี่คลายความขัดแย้งและสร้างสันติภาพซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์หลัก (Strategic Objective 4) ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานเปิดงานและได้ย้ำถึงความสำคัญของการนำผลการสำรวจความคิดเห็นฯ Peace Survey นี้มาใช้ในการผลักดันทางนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะตัวแทนเครือข่ายวิชาการ Peace Survey ได้นำเสนอสรุปสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่ปี 2547 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2568 ว่า มีเหตุการณ์ความไม่สงบจำนวน 23,191 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7,736 คน และผู้บาดเจ็บ 14,630 คน แม้ว่าแนวโน้มสถานการณ์ความไม่สงบจะลดลงอย่างเป็นระบบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ภายหลังจากมีกระบวนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุขระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐ แต่ก็ยังมีความแปรปรวน ระดับความถี่ของเหตุการณ์ได้สูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 ผศ.ดร.ศรีสมภพวิเคราะห์ว่า ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีลักษณะเป็น “ความยึดเยื้อ เรื้อรังและต่อเนื่อง”

ดังนั้น สถาบันทางวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคมทั้งในและนอกพื้นที่กว่า 25 องค์กรจึงได้ประสานความร่วมมือกันในนาม “เครือข่ายวิชาการ Peace Survey” เพื่อศึกษาวิจัยและสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อแนวทางการคลี่คลายความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพมาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน การสำรวจสันติภาพหรือ Peace Survey ได้ดำเนินการอย่างมาแล้ว 7 ครั้ง สอบถามความคิดเห็นของประชาชนกว่า 10,582 คน จนได้เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการวิเคราะห์และจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

8 ข้อเสนอที่สำคัญจากประชาชนในพื้นที่ ได้แก่

ข้อเสนอที่ 1      การลดความรุนแรงและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ข้อเสนอที่ 2      สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม

ข้อเสนอที่ 3     พัฒนาเศรษฐกิจบนฐานทุนทางสังคมและวัฒนธรรมของพื้นที่ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ข้อเสนอที่ 4      ส่งเสริมการเคารพสิทธิทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์

ข้อเสนอที่ 5     สานต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุขที่ครอบคลุมทุกฝ่าย และมีกลไกรับรองให้การพูดคุยฯ มีเสถียรภาพ

ข้อเสนอที่ 6      เพิ่มบทบาทของประชาชน สร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างครอบคลุมทุกฝ่าย

ข้อเสนอที่ 7      กระจายอำนาจการปกครองมากขึ้นให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของพื้นที่ 

ข้อเสนอที่ 8       พัฒนาและปรับปรุงกลไกการสื่อสาร เพื่อสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ประสานความเข้าใจระหว่างผู้คนต่างวัฒนธรรม/พื้นที่

ข้อมูลที่น่าสนใจจากการสำรวจครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดเมื่อปี 2566  พบว่า ประชาชนร้อยละ 70.1 สนับสนุนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุข และโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีความตื่นตัวในการแสดงความคิดเห็นและได้เสนอมาตรการเร่งด่วนที่ควรดำเนินการ เช่น การหลีกเลี่ยงการก่อเหตุความรุนแรงกับพลเรือน เจ้าหน้าที่พึงหลีกเลี่ยงการวิสามัญฆาตกรรมผู้มีความเห็นต่างจากรัฐที่ต่อสู้ในระหว่างปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น การเสริมศักยภาพของชุมชนในการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยของตนเองโดยปราศจากอาวุธ รวมไปถึงการตั้งคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่ายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ความรุนแรง รวมทั้งควรมีการพูดคุยถึงรูปแบบการเมืองการปกครองที่เหมาะสมในการจัดการท้องถิ่น

นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า ประชาชนต้องการพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกกลุ่มทั้งชาวพุทธและมุสลิม โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ตลาด ศาสนสถาน ร้านน้ำชา/ร้านอาหาร การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและเวทีสาธารณะ ในขณะที่พื้นที่ของรัฐ เช่น ด่านตรวจ สถานที่ราชการ การที่เจ้าหน้าที่มาเยี่ยมบ้าน หรือการอยู่ใกล้เจ้าหน้าที่รัฐที่มีอาวุธ ต้องไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าถูกคุกคาม สำหรับสถานการณ์ที่ประชาชนยังรู้สึกไม่ปลอดภัยคือการแสดงออกทางความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐหรือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หรือการวิจารณ์รัฐ และการชุมนุมในทางการเมืองโดยสงบ ซึ่งหากจะแก้ไขปัญหาความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจของประชาชน คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายจึงควรสร้างเชื่อมั่นและให้ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่ถูกคุกคาม

สำหรับข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในระยะยาวที่ประชาชน (ร้อยละ 26.5) โดยเฉพาะกลุ่มตัวอย่างในกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Gen Y) สนับสนุนและอยากให้เป็นอย่างนั้นมากที่สุด คือการแก้ปัญหาในทางการเมืองการปกครอง ด้วยการจัดการรูปแบบการปกครองแบบกระจายอำนาจมากขึ้นโดยโครงสร้างมีลักษณะแบบพิเศษที่สอดคล้องกับพื้นที่ภายใต้กรอบกฎหมายของไทย  

เครือข่ายวิชาการ Peace Survey นี้เป็นความร่วมมือของสถาบันวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคมทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีพันธกิจและบทบาทในการทำงานเพื่อสันติภาพและการพัฒนา ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันพระปกเกล้า มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธากัมปงตักวา มูลนิธิความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ และวิทยาลัยประชาชน และองค์กรอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 25 องค์กร

ดูประมวลภาพ คลิ๊ก ที่นี่

รับชมเทปบันทึกย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ ดร.นอร์เบิร์ต โรเปอร์ส อดีตผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้จุดประกายความรู้และร่วมสร้างพื้นที่กลางเพื่อสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดห้วงเวลากว่าทศวรรษ “พื้นที่กลางสร้างสันติภาพจากคนใน” (Insider Peacebuilders Platform - IPP)

We mourn the loss of Norbert Ropers, whose unwavering dedication to peace in the Deep South of Thailand inspired many. May his spirit of compassion continue to guide us in our pursuit of peace and harmony. ” เขียนคำอาลัย โดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี