ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

projek Sama Sama ชวนแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนาสาธารณะ “เขียนอนาคตปาตานี ปลดล็อกรัฐธรรมนูญไทย” พร้อมรับฟังข้อเสนอจุดยืนนักเคลื่อนไหวต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. (บ่ายโมงครึ่ง เป็นต้นไป) ณ พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา


กำหนดการ

13.30 ร่วมลงชื่อประชาชนปาตานี/ชายแดนใต้ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.256

14.00 - 14.15 น. กล่าวปาฐกถา โดย ตัวแทนสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ CAP

14.15 - 16.30 น. เสวนาสาธารณะ หัวข้อ “เขียนอนาคตปาตานี ปลดล็อกรัฐธรรมนูญไทย”

วิทยากร

- ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี
สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา ม.อ.

- ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์
รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร คณะรัฐศาสตร์ ม.อ.

- คุณรอมฎอน ปันจอร์
ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร 

- คุณอาเต็ฟ โซ๊ะโก
ประธาน เดอะ ปาตานี (The Patani)

ดำเนินรายการโดย

- ซาฮารี เจ๊ะหลง
THE MOTIVE


*16.30 - 16.45 น. อ่านแถลงจุดยืนเรื่องรัฐธรรมนูญ ยืนยันเจตจำนงของภาคีเครือข่ายนักกิจกรรมประชาคมปาตานี ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ต้องมีสันติภาพปาตานี และเปิดตัวการรณรงค์เชิญชวนเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน


หมายเหตุ : กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมสันติธรรม สถาบันสันติศึกษา ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมชมและติดตามผลการดำเนินงานของสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา พร้อมด้วยคณาจารย์และบุคลากรให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ บุคลากรของสถาบันได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ

🔹ขับเคลื่อนองค์ความรู้สันติศึกษาสู่สังคมพหุลักษณ์

สถาบันสันติศึกษาได้นำเสนอพันธกิจและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งผลิตองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านสันติศึกษา พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีสมรรถนะในการใช้สันติวิธี และร่วมขับเคลื่อนสังคมพหุลักษณ์ผ่านเครือข่ายวิชาการ ภาคประชาสังคม และความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยมีการบริหารงานแบบสองวิทยาเขต (หาดใหญ่–ปัตตานี) ที่สะท้อนพลังการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

🔹จากห้องเรียนสู่พื้นที่จริงของสังคม

คณาจารย์และบุคลากรได้ร่วมสะท้อนบทบาทของสถาบันในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านกระบวนการสันติภาพ การส่งเสริมจิตตปัญญาศึกษาและรายวิชาชีวิตที่ดี การทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา สถานพินิจ และเรือนจำ ตลอดจนการใช้กระบวนการสันติวิธีและการมีส่วนร่วมในการจัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในหลายพื้นที่สำคัญของภาคใต้ โดยใช้พื้นที่จริงเป็น “ห้องปฏิบัติการทางสังคม” (Social Lab) เพื่อสร้างการเรียนรู้และแสวงหาทางออกอย่างสันติร่วมกัน

🔹มองวิกฤตเป็นโอกาส สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สถาบันสันติศึกษาได้รายงานการติดตามผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผ่านความร่วมมือกับหลายคณะและหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย พร้อมสะท้อนว่า ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสในการปรับตัวและสร้างความยั่งยืน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจสีเขียว พลังงานทางเลือก และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งมหาวิทยาลัยสามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

🔹ข้อเสนอแนะเพื่ออนาคตของสถาบันสันติศึกษา

ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ได้ให้ข้อเสนอแนะสำคัญต่อการพัฒนาสถาบันสันติศึกษา ทั้งการพัฒนาหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาให้ตอบโจทย์ปัญหาความขัดแย้งร่วมสมัย การผลักดันองค์ความรู้ด้านสันติศึกษาให้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาทุกคน และการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ประเทศ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานและเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงสังคมที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

✨นายกสภามหาวิทยาลัยได้แสดงความชื่นชมต่อบทบาทของสถาบันสันติศึกษาในการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับปัญหาจริงของสังคม และเห็นว่าภาคใต้ซึ่งเต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประเด็นความท้าทายต่าง ๆ สามารถเป็นพื้นที่เรียนรู้และห้องปฏิบัติการทางสังคมที่สำคัญ อันจะนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ การอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่าง และการพัฒนาสังคมอย่างสันติและยั่งยืนต่อไป

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

📣📣📣 สถาบันสันติศึกษา ม.อ.หาดใหญ่ ขอเชิญชวนนักศึกษา ม.อ.ปัตตานี ลงทะเบียนเรียน(ข้ามวิทยาเขต)รายวิชาเลือกเสรี (3 หน่วยกิต)
.
🎉 วิชาเลือกเสรี 3 หน่วยกิต
🚩 ภาค 1/2569
🎯 สำหรับนักศึกษาทุกคณะ ทุกชั้นปี
.
📍 950-301 ความขัดแย้งและสันติภาพในอาเซียน (CONFLICTS AND PEACE IN ASEAN) SEC 03 เฉพาะนักศึกษาวิทยาเขตปัตตานี (รับเพียง 50 ที่นั่งเท่านั้น)
👥ดำเนินการเรียนการสอน ณ อาคาร 19 ม.อ.ปัตตานี
📅 วันและเวลาเรียน:
• วันจันทร์ เวลา 13.00 - 14.50 น.
• วันอังคาร เวลา 13.00 – 13.50 น.

.
📣 แจ้งรายชื่อประสงค์จะลงทะเบียนเรียนได้ที่
ลิงก์: https://forms.gle/P4hhMFG8trSGJuAy9 หรือสแกน QRCode
⚡️ ภายในวันที่ 17 มิถุนายน 2568
👥 สอบถามเพิ่มเติม สแกน QRCode

🕊️ เรียนสนุก ท้าทาย เปิดโลกหลากหลาย!!!

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม ซี เอส ปัตตานี นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Chief of Peace Dialogue) คนปัจจุบัน ซึ่งได้ลงนามแต่งตั้งจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการเจรจากับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐและผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อหารือร่วมกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้ นำโดย คุณลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ พร้อมคณะกรรมการสภาฯ และผ้แทนองค์กรสมาชิก โดยมี คุณอิมรอน ซาเหาะ จากสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะประธานกลุ่มงานสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้ เข้าร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ด้วย

โดยสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ซึ่งเป็นเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีสมาชิกจำนวน 47 องค์กร ได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสะท้อนเสียง ความต้องการ และข้อห่วงกังวลของประชาชนในพื้นที่ พร้อมผลักดันให้กระบวนการสันติภาพเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง มีส่วนร่วม และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

สภาประชาสังคมชายแดนใต้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554 จากการรวมตัวขององค์กรภาคประชาสังคม 20 องค์กร โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อนสันติภาพ การพัฒนาสังคม และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันได้ขยายเครือข่ายเป็น 47 องค์กร และทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอจากภาคประชาชนมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 15 ปี

ในเอกสารข้อเสนอ สภาประชาสังคมฯ ระบุว่า แม้ประชาชนจำนวนมากจะรู้สึกอ่อนล้าและผิดหวังกับความล่าช้าของกระบวนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง แต่ยังคงมีความหวังที่จะเห็นการพูดคุยสันติสุขนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และขอให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีเพื่อร่วมกันแสวงหาทางออกอย่างจริงจัง

ข้อเสนอสำคัญประกอบด้วย การใช้กรอบการพูดคุย 3 วาระหลัก ได้แก่ การลดเหตุรุนแรง การแสวงหาทางออกทางการเมือง และการปรึกษาหารือสาธารณะ ควบคู่กับการคุ้มครองพลเรือนตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการสื่อสารความคืบหน้าของกระบวนการสันติภาพต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ สภาประชาสังคมฯ ยังเสนอให้เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในฐานะตัวแทนกลุ่มต่าง ๆ เช่น ผู้หญิง เยาวชน คนพิการ ผู้นำศาสนา และกลุ่มเปราะบาง ทั้งในฐานะผู้สังเกตการณ์และผู้ส่งข้อเสนอเข้าสู่โต๊ะเจรจา เพื่อให้เสียงของประชาชนได้รับการสะท้อนอย่างเป็นระบบ

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญ คือ การจัดตั้งกลไกติดตามและประเมินผลข้อตกลงร่วม (Monitoring Mechanism) ที่เป็นอิสระและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย โดยมีองค์ประกอบจากภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ผู้นำศาสนา ตัวแทนสตรี และเยาวชน เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจต่อกระบวนการสันติสุข

สภาประชาสังคมฯ ยังเสนอให้มีคณะทำงานติดตามสถานการณ์และคณะทำงานประสานงานฉุกเฉิน เพื่อรองรับเหตุการณ์ความรุนแรงหรือสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการพูดคุย โดยสามารถสื่อสาร ประสานงาน และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างทันท่วงที เพื่อลดความตึงเครียด ป้องกันความเข้าใจผิด และรักษาความต่อเนื่องของกระบวนการสันติภาพ

พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อกระบวนการสันติภาพ โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองพลเรือนและกลุ่มเปราะบาง หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง การปฏิบัติการข่าวสาร (IO) การฟ้องปิดปาก (SLAPP) และมาตรการที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่จำเป็น เพื่อเปิดพื้นที่ทางการเมืองที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์

สภาประชาสังคมชายแดนใต้ระบุว่า การเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมและประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย จะช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจต่อกระบวนการสันติภาพ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

“สันติภาพที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกภาคส่วนได้รับโอกาสในการมีส่วนร่วม รับฟัง และร่วมกันกำหนดอนาคตของพื้นที่” เป็นสารสำคัญที่สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ต้องการสื่อสารผ่านข้อเสนอฉบับนี้ต่อคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้