ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา สถาบันสันติศึกษาได้จัดสัมมนาบุคลากรสถาบันสันติศึกษาประจำปี 2569 เรื่อง "สถาบันสันติศึกษา: ทิศทางและแนวทางการขับเคลื่อนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ” ณ  ลันตา แซนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่  เพื่อวางแนวทางการขับเคลื่อนสถาบันบนพื้นฐานของศักยภาพของบุคลากรและโอกาสใหม่ ๆ ของสถาบัน รวมไปถึงการเสริมองค์กรให้มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของบริบทสังคมทั้งภายในประเทศและความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก ทั้งนี้ บุคลากรทั้งสายวิชาการและสายอำนวยการได้ร่วมแลกเปลี่ยนและจัดทำร่างทิศทางการขับเคลื่อนสถาบันทั้งในด้านการเรียนการสอนหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษาและรายวิชาระดับปริญญาตรี ทิศทางการวิจัยและการขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงพันธกิจด้านการเป็นพื้นที่กลางเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและสร้างสันติภาพ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569 ณ ห้องฟาฏอนี โรงแรมซี เอส ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมจัดการประชุมเพื่อรับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่เมืองชายแดนและการสร้างสันติสุข โดยมีผู้แทนจากสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมให้ข้อมูลและสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้

เวทีครั้งนี้เป็นการจัดเวทีระดมความคิดเห็นครั้งที่ 4 ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้มีการจัดเวทีในลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้แล้วในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส และยะลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายใต้โครงการวิจัย เรื่อง “การยกระดับระเบียงเศรษฐกิจร่วมไทย-มาเลเซีย Deep South Economic Corridor” ภายใต้กรอบวิจัย “การยกระดับเศรษฐกิจร่วมของพื้นที่เมืองชายแดน” หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2568

มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษและการยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ ตลอดจนแสวงหากลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนบนฐานวัฒนธรรมอัตลักษณ์ที่หลากหลาย

กิจกรรมในครั้งนี้กล่าวต้อนรับโดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และแนะนำโครงการโดย ผศ.ดร.ปรัตถ พรหมมี คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยคณะโครงการวิจัยได้รับเกียรติจาก คุณภมรรัตน์ ตันสงวนวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการพัฒนาสังคม ธนาคารโลกประจำประเทศไทย มาบรรยายในรูปแบบออนไลน์ หัวข้อ “โอกาสและความท้าทายของการพัฒนาเศรษฐกิจร่วม ไทย-มาเลเซีย กับการสร้างสันติภาพและการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้”

นอกจากนี้ ดร.ขดดะรี บินเซ็น ประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ได้ให้เกียรติบรรยายในหัวข้อ “ความสำคัญและบทบาทของสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับการพัฒนาเศรษฐกิจและการสร้างสันติสุขชายแดนใต้” และ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา บรรยายในหัวข้อ "ชายแดนใต้และระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้" พร้อมเปิดวงพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้และรับฟังความคิดเห็นตลอดจนข้อเสนอแนะจากผู้แทนสมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์ อาจารย์สถาบันสันติศึกษา และคุณภัทรภร ภู่ทองนักวิจัยอิสระ ได้เข้าร่วมนำเสนอบทความวิชาการในรูปแบบออนไลน์ในงานสัมมนา World Human Rights Cities Forum 2026 (WHRCF) ณ เมืองควังจู สาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยนำเสนอผลงานเรื่อง “Challenges and Opportunities for Developing Human Rights City in the Context of Unrest in Thailand’s Southern Border Provinces” ภายใต้หัวข้อหลัก “Human Rights Cities Against Authoritarianism and Populism”

การเข้าร่วมนำเสนอบทความวิชาการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การพัฒนาเมืองสิทธิมนุษยชน (Human Rights City) ตามมาตรฐานสากลสำหรับบริบทประเทศไทย” ซึ่งมีสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นหน่วยงานหัวหน้าโครงการ

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดและศึกษาบทความวิชาการต่างๆที่น่าสนใจฉบับเต็ม คลิ๊ก ที่นี่ 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ให้การต้อนรับ คุณกิตติพงษ์ สุ่นประเสริฐ บรรณารักษ์และหัวหน้าสำนักงานกรุงเทพ สำนักงานหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (Library of Congress Representative Office, U.S. Embassy Thailand) ในโอกาสเดินทางมาเพื่อรวบรวมสิ่งพิมพ์ทางวิชาการในพื้นที่ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการจัดทำวารสารของสถาบันสันติศึกษา ณ ห้องประชุมสถาบันสันติศึกษา โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ บรรณาธิการวารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา (CPSJ) ร่วมต้อนรับ

ในการนี้ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และบรรณาธิการฯ ได้ให้ข้อมูลแนวทางการดำเนินงานของวารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา (Conflict and Peace Studies Jornal: CPSJ) ซึ่งเป็นวารสารในการกำกับดูแลของสถาบันสันติศึกษา รวมไปถึงชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการห้องสมุดสถาบันสันติศึกษา วิทยาเขตหาดใหญ่ และห้องสมุดสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา วิทยาเขตปัตตานี

ในโอกาสเดียวกันนี้ สถาบันสันติศึกษาได้มอบหนังสือและสิ่งพิมพ์ทางวิชาการของสถาบันฯ ซึ่งเป็นผลงานของคณาจารย์และนักวิจัยประจำสถาบันสันติศึกษา ให้แก่สำนักงานหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน เพื่อสนับสนุนการรวบรวมและเผยแพร่ทรัพยากรทางวิชาการในระดับนานาชาติ

สถาบันสันติศึกษารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเกิดความร่วมมือด้านการเผยแพร่ผลงานวิชาการและวารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา (CPSJ) เพื่อประโยชน์ทางวิชาการในระดับนานาชาติต่อไป

Institute for Peace Studies Welcomes Head of the Library of Congress Office in Bangkok for Academic Exchange on Library and Journal Management

──────────────────

On 18 May 2026, the Institute for Peace Studies (IPS), Prince of Songkla University (PSU), led by Asst. Prof. Dr. Kusuma Kooyai, Director of the Institute, accompanied by Assoc. Prof. Dr. Bussabong Chaijaroenwatana, Editor in Chief of the Conflict and Peace Studies Journal (CPSJ), welcomed Mr. Kittipong Soonprasert, Head of Library of Congress Representative Office, U.S. Embassy Thailand, for his visit to IPS, PSU, to exchange knowledge on academic journal management, and to collect academic publications published in the southern region.

During the exchange, the Director and Editor in Chief presented the Conflict and Peace Studies Journal (CPSJ) editorial and publication management processes, and also shared information regarding the management of IPS libraries at both Hat Yai Campus and at the Center for Conflict Studies and Cultural Diversity (CSCD) Library, Pattani Campus.

On this occasion, the Institute for Peace Studies (IPS) also presented books and academic publications produced by the IPS’s faculty members and researchers to the Library of Congress Representative Office in support of the collection and dissemination of academic resources at the international level.

IPS is honored to welcome the representative from the Library of Congress and sincerely hopes that this visit will contribute to future academic collaboration and wider dissemination of scholarly publications and the Conflict and Peace Studies Journal (CPSJ).

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

Eid Mubarak 2026

SELAMAT HARI RAYA AIDIL ADHA 1447 H.
MAAF ZAHIR DAN BATIN

สุขสันต์วันอีดอีดิ้ลอัฎฮา พ.ศ. 2569

Center for Conflict Studies and Cultural Diversity [CSCD], Institute for Peace Studies (IPS), Prince of Songkla University (PSU).

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

سلامت هاري راي عيد الاضحى ١٤٤٧ هجرية
معاف ظاهير دان باطن

ڤوسة ڤڽليديقكن كونفليك دانكڤلباڬين بوداي سلاتن 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

หัวข้องานเสวนาทางวิชาการ

"22 ปี จชต. ถอดบทเรียนความมั่นคง สู่พื้นที่ปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืน"


ความร่วมมือ 4 สถาบัน

  1. คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา

  2. สถาบันพระปกเกล้า

  3. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

  4. มหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันยุทธศาสตร์ความมั่นคงและสันติภาพสุวรรณภูมิ


วัน เวลา และสถานที่

  • วันเสวนา: วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569

  • สถานที่: ณ ห้องประชาธิปก ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

 


ประธานและผู้กล่าวรายงาน

  • พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ (รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง) — ประธานพิธีเปิดการเสวนา

  • นายสมบูรณ์ หนูนวล (ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา) — กล่าวรายงาน

  • รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ (เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า)


วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ

ปาฐกถาพิเศษ

  • พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร (อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขคนแรก)

วิทยากร

  • ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี (สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผู้กำกับดูแลศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้)

  • ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง (อัยการพิเศษ ฝ่ายประจำสำนักงานอัยการสูงสุด)

  • นายศัณสวีร์ สืบแสง (ผู้เชี่ยวชาญด้านสันติภาพ มนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน ผู้ลี้ภัย ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)

ผู้ดำเนินรายการ

  • นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ (อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวไทยพีบีเอส และพิธีกรอิสระ)


ประเด็นสำคัญในการเสวนา

  • การพัฒนาแนวคิดพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone)

  • การส่งเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข (Dialogue Space)

  • การบูรณาการในนโยบายความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม


วัตถุประสงค์

  • ทบทวนสถานการณ์ด้านความมั่นคงและบทเรียนตลอด 22 ปีในพื้นที่ จชต.

  • แลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางสู่สันติสุขที่ยั่งยืน

  • เสริมสร้างความเข้าใจด้านความมั่นคงแบบบูรณาการ

  • สนับสนุนบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการกำหนดนโยบายและติดตามการบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพ


กลุ่มเป้าหมาย

  • สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

  • หน่วยงานภาครัฐและความมั่นคง

  • นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ

  • ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน

  • ประชาชนทั่วไปที่สนใจ


ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม มูลนิธิศูนย์กลางเพื่อการพัฒนายะลา นายอิมรอน ซาเหาะ บุคลากรสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ในฐานะประธานกลุ่มงานสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ได้เข้าร่วมประชุมสมาชิกสามัญองค์กรสมาชิกสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ประจำภาคใต้ตอนล่าง

จัดโดย สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ประสานงานสภาเครือข่ายฯ ประจำภาคใต้ตอนล่าง (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) เพื่อหารือแนวทางการบริหารงาน และคัดเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ (วาระปี 2569 - 2573)  

เปิดการประชุม และบรรยาย เรื่อง "ความร่วมมือและการขับเคลื่อนภารกิจด้วยความเป็นเครือข่าย" โดย นพ.อนันต์ชัย ไทยประทาน ประธานสภาเครือข่ายฯ โดย นายอนุสรณ์ ศรีอดุลย์พันธุ์ เลขาธิการสภาเครือข่ายฯ ได้อธิบายบทบาทและกลไกการทำงานของศูนย์ประสานงานฯ

เปิดเวทีแสดงความคิดเห็น เรื่อง "รูปแบบและวิธีการในการมีส่วนร่วมขององค์กรสมาชิกฯ" โดย นายรอซีดี เลิศอริยะพงษ์กุล ประธานฝ่ายยุทธศาสตร์และพัฒนาองค์กร นอกจากนี้ ยังมีการคัดเลือกกรรมการศูนย์ประสานสภาเครือข่าย ประจำภาคใต้ตอนล่างชุดใหม่ด้วย

ทั้งนี้ ตัวแทนสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ได้นำเสนอ 3 ประเด็น ได้แก่ 1. ถอดบทเรียนการทำงานของสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 2. Mapping องค์กรสมาชิกของสภาเครือข่ายฯ และ 3. สร้างความร่วมมือ กับหน่วยงานภาครัฐ เช่น ศอ.บต. กอ.รมน. ฯลฯ

นอกจากนี้ยังได้เสนอประเด็นการมีส่วนร่วมกับองค์กรสมาชิกและเครื่องข่ายโดยการขยายพันธกิจจากการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติอย่างเดียว ให้มีการช่วยเหลือด้านความเดือดร้อนจากสถานการณ์ความไม่สงบด้วย โดยไม่แบ่งแยกศาสนา ชาติพันธุ์ ยึดหลักการช่วยเหลือในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นหลัก

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์ ตัวแทนสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ได้เข้าร่วมสัมมนาภายใต้โครงการวิจัย “การเพิ่มบทบาทของประชาชนในการมีส่วนร่วมต่อกระบวนการสันติภาพในพื้นที่จังหวัดปัตตานี” ณ โรงแรม ซี เอส ปัตตานี จัดโดย สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อผลักดันแนวคิด “สันติภาพจากฐานราก” (Peace from Below) ผ่านการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม มุ่งหวังให้ประชาชนเป็นพลังสำคัญในการร่วมออกแบบแนวทางสร้างสันติสุขที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนอย่างแท้จริง

ภายในงาน นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ได้บรรยายในหัวข้อ “ความหมายของความขัดแย้ง ความรุนแรง และแนวคิดกระบวนการมีส่วนร่วม” โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจต้นตอของปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำว่าการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา ถือเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการสันติภาพที่ยั่งยืน

ดร.อภิญญา ดิสสะมาน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล ได้ดำเนินกิจกรรม Focus Group เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนาในการร่วมกันออกแบบกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมุ่งเน้นให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้กระบวนการสันติวิธีไม่เป็นเพียงแนวคิดเชิงสัญลักษณ์ แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในระดับชุมชนและวิถีชีวิตของประชาชน

โดยการจัดสัมมนาครั้งนี้สะท้อนบทบาทของสถาบันพระปกเกล้าในการส่งเสริมกระบวนการสันติภาพอย่างมีส่วนร่วม และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชน เพื่อร่วมกันวางรากฐานสังคมแห่งสันติสุข ความเข้าใจ และความมั่นคงอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เชิญติดตามรายการร่วมแรงร่วมใจชายแดนใต้
วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2569
เวลา 16.00-16.30 น.
ดําเนินรายการโดย นางสาวพัชรา ยิ่งดำนุ่น
อํานวยการผลิตโดย
ดร.ชไมพร อินทร์แก้ว
หัวหน้าสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี
ฝ่ายเทคนิค วันไซดี เจ๊ะแว
ชมรายการย้อนหลังที่นี่

ประเด็นที่น่าสนใจ
●สัมภาษณ์ : ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่
ผอ.สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ประเด็น
"มุมมองและข้อเสนอการนำเสนอข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้ง จชต.กรณีการใช้ AI ทำภาพข่าวประกอบการสื่อสารข้อเท็จจริง"

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

หลังสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติตั้ง “ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์” ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข แทน “พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา” อดีตเลขาธิการ สมช. ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งในรัฐบาล “อนุทิน 1” แต่ต้องพ้นหน้าที่ดังกล่าวเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

สำหรับ “ฐนัตถ์” ถือเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ พลเรือน คนที่ 2 โดย นับจาก “ฉัตรชัย บางชวด”เลขาธิการ สมช. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะดังกล่าว เมื่อครั้งเป็นรองเลขาธิการ สมช. ในปี 2566 สมัยรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน

ผศ.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มองว่า การแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ซึ่งยังไม่ได้เกษียณอายุราชการ สะท้อนแนวทางที่รัฐบาลต้องการให้การเมืองนำการทหาร นับเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในทางที่ดี

ทั้งยังเคยมีบทบาทอยู่เบื้องหลังของปัญหาชายแดนมานาน ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งผ.อ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ จึงเชื่อว่าทิศทางการทำงานน่าจะชัดเจนขึ้น รวมถึงความต่อเนื่องในแนวทางของนโยบายที่ได้มีการร่วมทำกันมาก่อนหน้านี้ว่าจะมีการทบทวน แก้ไข หรือเสริมต่อให้ดีขึ้น

"พูดคุยสันติสุข" ช่วยลดความขัดแย้ง?

เคยมีการคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการล้มเหลวของการใช้แนวทางคณะพูดคุยสันติสุข 10 กว่าปี แต่กลับไม่สามารถคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งได้ แนวทางนี้ควรต้องแก้ไข หรือเพิ่มเติมอย่างไร…

ผศ.ศรีสมภพ กล่าวว่า กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในรูปแบบ "เปิดเผย-บนโต๊ะครั้งแรกเมื่อปี 2556 ที่มีความต่อเนื่องทางนโยบาย จะเห็นว่าระดับของเหตุการณ์ความไม่สงบลดลงก่อนปี 2556 ดังนั้นจึงยังไม่ได้เป็นการล้มเหลวทางนโยบาย แต่ต้องยอมรับว่าความแปรปรวน และความไม่แน่นอนยังมีอยู่

ข้อสำคัญแรก “หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข” จะต้องทบทวนยุทธวิธี วิธีการ รวมทั้งเครื่องมือที่เคยใช้ ตั้งแต่คณะพูดคุยสันติสุขชุดที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเอกสารต่าง ๆ ว่ามีการพูดคุย ตกลง หรือไม่ตกลงอะไรไป เพื่อปรับปรุงแก้ไข หรือเพิ่มเติมในส่วนที่ต้องทำให้เหมาะสมกับปัจจุบัน โดยต้องมีแผนปฏิบัติการร่วม และข้อปฏิบัติการร่วมให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม

“คณะพูดคุยสันติภาพ ไม่ได้ทำงานเริ่มจากศูนย์ แต่มีการพูดคุยต่อเนื่องกันมายาวนานพอสมควร อย่างน้อยก็คือ 10 ปีที่ผ่านมา มีความต่อเนื่อง มีฐานความรู้ฐานประสบการณ์ซึ่งสามารถนำมาทบทวนได้ เพื่อลดหรือยุติความรุนแรงในพื้นที่ได้ตามข้อเรียกร้องของคนในพื้นที่”

กลยุทธ์สำคัญจะต้องไปคุยเนื้อหาสาระการแก้ปัญหาจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เห็นต่าง รัฐ ประชาชนในพื้นที่ ภาคประชาสังคม ผู้นำท้องถิ่น แม้กระทั้งพี่น้องชาวพุทธ และมุสลิม เพื่อหาข้อปัญหาหลักที่จะแก้ไข และหาทางออกอย่างสันติ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญของการสร้างพื้นที่ทางการเมืองร่วมกัน รับฟังข้อคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อนำมาปรับ

 

เปลี่ยนขั้ว "สายทหาร" เป็น "สายการเมือง"

ถ้าถามว่าการที่รัฐบาลเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะสันติสุขจากสายทหาร มาขั้วสู่สายพลเรือน อาจส่งผลผลกระทบของกองทัพภาคที่ 4 ควรจะเป็นไปในทิศทางใด...

ผศ.ศรีสมภพ มองว่า ในแง่บทบาทของฝ่ายทหาร โดยเฉพาะแม่ทัพภาคที่ 4 ที่มีความมั่นคงในพื้นที่ก็อาจจะส่งผลกระทบ ดังนั้นหัวใจสำคัญการทำงานจะต้องมีการพูดคุย และสร้างความ สัมพันธ์ต้องราบรื่น เนื่องด้วยที่ผ่านมาแม่ทัพภาคที่ 4 ก็อยู่ในคณะพูดคุยสันติสุขด้วยทุกครั้ง

ในขณะที่รัฐบาลให้อำนาจ "วันมูหะมัดนอร์ มะทา" ในฐานะประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี สั่งการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้เชื่อว่าจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ และสร้างการร่วมมือกันได้ เนื่องด้วยเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับสูงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะชาวมลายูและมุสลิม ดังนั้นหาก "วันมูหะมัดนอร์ มะทา" ได้แสดงบทบาทการทำงานได้อย่างเต็มที่จะเป็นเหมือนโซ่ข้อกลางที่เชื่อมความสัมพันธ์เพื่อให้การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

"ที่สำคัญคือ จะต้องลดความรู้สึกไม่ไว้วางใจในเหตุการณ์ต่าง ๆ สร้างความยุติธรรมให้ปรากฏ สืบสาวเรื่องราวอย่างยุติธรรม ถ้าท่านวันนอร์ มีบทบาทตรงนี้ได้ ก็จะช่วยสร้างความเข้าใจ และความเชื่อมั่นไว้วางใจระหว่างพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ อย่างเต็มที่ และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้"

 

ที่มา : thaipbs