แนะนำ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมสันติธรรม สถาบันสันติศึกษา ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมชมและติดตามผลการดำเนินงานของสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา พร้อมด้วยคณาจารย์และบุคลากรให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ บุคลากรของสถาบันได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ

🔹ขับเคลื่อนองค์ความรู้สันติศึกษาสู่สังคมพหุลักษณ์

สถาบันสันติศึกษาได้นำเสนอพันธกิจและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งผลิตองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านสันติศึกษา พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีสมรรถนะในการใช้สันติวิธี และร่วมขับเคลื่อนสังคมพหุลักษณ์ผ่านเครือข่ายวิชาการ ภาคประชาสังคม และความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยมีการบริหารงานแบบสองวิทยาเขต (หาดใหญ่–ปัตตานี) ที่สะท้อนพลังการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

🔹จากห้องเรียนสู่พื้นที่จริงของสังคม

คณาจารย์และบุคลากรได้ร่วมสะท้อนบทบาทของสถาบันในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านกระบวนการสันติภาพ การส่งเสริมจิตตปัญญาศึกษาและรายวิชาชีวิตที่ดี การทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา สถานพินิจ และเรือนจำ ตลอดจนการใช้กระบวนการสันติวิธีและการมีส่วนร่วมในการจัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในหลายพื้นที่สำคัญของภาคใต้ โดยใช้พื้นที่จริงเป็น “ห้องปฏิบัติการทางสังคม” (Social Lab) เพื่อสร้างการเรียนรู้และแสวงหาทางออกอย่างสันติร่วมกัน

🔹มองวิกฤตเป็นโอกาส สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สถาบันสันติศึกษาได้รายงานการติดตามผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผ่านความร่วมมือกับหลายคณะและหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย พร้อมสะท้อนว่า ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสในการปรับตัวและสร้างความยั่งยืน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจสีเขียว พลังงานทางเลือก และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งมหาวิทยาลัยสามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

🔹ข้อเสนอแนะเพื่ออนาคตของสถาบันสันติศึกษา

ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ได้ให้ข้อเสนอแนะสำคัญต่อการพัฒนาสถาบันสันติศึกษา ทั้งการพัฒนาหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาให้ตอบโจทย์ปัญหาความขัดแย้งร่วมสมัย การผลักดันองค์ความรู้ด้านสันติศึกษาให้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาทุกคน และการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ประเทศ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานและเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงสังคมที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

✨นายกสภามหาวิทยาลัยได้แสดงความชื่นชมต่อบทบาทของสถาบันสันติศึกษาในการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับปัญหาจริงของสังคม และเห็นว่าภาคใต้ซึ่งเต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประเด็นความท้าทายต่าง ๆ สามารถเป็นพื้นที่เรียนรู้และห้องปฏิบัติการทางสังคมที่สำคัญ อันจะนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ การอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่าง และการพัฒนาสังคมอย่างสันติและยั่งยืนต่อไป

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา สถาบันสันติศึกษาได้จัดสัมมนาบุคลากรสถาบันสันติศึกษาประจำปี 2569 เรื่อง "สถาบันสันติศึกษา: ทิศทางและแนวทางการขับเคลื่อนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ” ณ  ลันตา แซนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่  เพื่อวางแนวทางการขับเคลื่อนสถาบันบนพื้นฐานของศักยภาพของบุคลากรและโอกาสใหม่ ๆ ของสถาบัน รวมไปถึงการเสริมองค์กรให้มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของบริบทสังคมทั้งภายในประเทศและความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก ทั้งนี้ บุคลากรทั้งสายวิชาการและสายอำนวยการได้ร่วมแลกเปลี่ยนและจัดทำร่างทิศทางการขับเคลื่อนสถาบันทั้งในด้านการเรียนการสอนหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษาและรายวิชาระดับปริญญาตรี ทิศทางการวิจัยและการขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงพันธกิจด้านการเป็นพื้นที่กลางเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและสร้างสันติภาพ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569 ณ ห้องฟาฏอนี โรงแรมซี เอส ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมจัดการประชุมเพื่อรับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่เมืองชายแดนและการสร้างสันติสุข โดยมีผู้แทนจากสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมให้ข้อมูลและสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้

เวทีครั้งนี้เป็นการจัดเวทีระดมความคิดเห็นครั้งที่ 4 ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้มีการจัดเวทีในลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้แล้วในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส และยะลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายใต้โครงการวิจัย เรื่อง “การยกระดับระเบียงเศรษฐกิจร่วมไทย-มาเลเซีย Deep South Economic Corridor” ภายใต้กรอบวิจัย “การยกระดับเศรษฐกิจร่วมของพื้นที่เมืองชายแดน” หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2568

มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษและการยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ ตลอดจนแสวงหากลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนบนฐานวัฒนธรรมอัตลักษณ์ที่หลากหลาย

กิจกรรมในครั้งนี้กล่าวต้อนรับโดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และแนะนำโครงการโดย ผศ.ดร.ปรัตถ พรหมมี คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยคณะโครงการวิจัยได้รับเกียรติจาก คุณภมรรัตน์ ตันสงวนวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการพัฒนาสังคม ธนาคารโลกประจำประเทศไทย มาบรรยายในรูปแบบออนไลน์ หัวข้อ “โอกาสและความท้าทายของการพัฒนาเศรษฐกิจร่วม ไทย-มาเลเซีย กับการสร้างสันติภาพและการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้”

นอกจากนี้ ดร.ขดดะรี บินเซ็น ประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ได้ให้เกียรติบรรยายในหัวข้อ “ความสำคัญและบทบาทของสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับการพัฒนาเศรษฐกิจและการสร้างสันติสุขชายแดนใต้” และ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา บรรยายในหัวข้อ "ชายแดนใต้และระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้" พร้อมเปิดวงพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้และรับฟังความคิดเห็นตลอดจนข้อเสนอแนะจากผู้แทนสมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ให้การต้อนรับ คุณกิตติพงษ์ สุ่นประเสริฐ บรรณารักษ์และหัวหน้าสำนักงานกรุงเทพ สำนักงานหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (Library of Congress Representative Office, U.S. Embassy Thailand) ในโอกาสเดินทางมาเพื่อรวบรวมสิ่งพิมพ์ทางวิชาการในพื้นที่ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการจัดทำวารสารของสถาบันสันติศึกษา ณ ห้องประชุมสถาบันสันติศึกษา โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ บรรณาธิการวารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา (CPSJ) ร่วมต้อนรับ

ในการนี้ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และบรรณาธิการฯ ได้ให้ข้อมูลแนวทางการดำเนินงานของวารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา (Conflict and Peace Studies Jornal: CPSJ) ซึ่งเป็นวารสารในการกำกับดูแลของสถาบันสันติศึกษา รวมไปถึงชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการห้องสมุดสถาบันสันติศึกษา วิทยาเขตหาดใหญ่ และห้องสมุดสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา วิทยาเขตปัตตานี

ในโอกาสเดียวกันนี้ สถาบันสันติศึกษาได้มอบหนังสือและสิ่งพิมพ์ทางวิชาการของสถาบันฯ ซึ่งเป็นผลงานของคณาจารย์และนักวิจัยประจำสถาบันสันติศึกษา ให้แก่สำนักงานหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน เพื่อสนับสนุนการรวบรวมและเผยแพร่ทรัพยากรทางวิชาการในระดับนานาชาติ

สถาบันสันติศึกษารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเกิดความร่วมมือด้านการเผยแพร่ผลงานวิชาการและวารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา (CPSJ) เพื่อประโยชน์ทางวิชาการในระดับนานาชาติต่อไป

Institute for Peace Studies Welcomes Head of the Library of Congress Office in Bangkok for Academic Exchange on Library and Journal Management

──────────────────

On 18 May 2026, the Institute for Peace Studies (IPS), Prince of Songkla University (PSU), led by Asst. Prof. Dr. Kusuma Kooyai, Director of the Institute, accompanied by Assoc. Prof. Dr. Bussabong Chaijaroenwatana, Editor in Chief of the Conflict and Peace Studies Journal (CPSJ), welcomed Mr. Kittipong Soonprasert, Head of Library of Congress Representative Office, U.S. Embassy Thailand, for his visit to IPS, PSU, to exchange knowledge on academic journal management, and to collect academic publications published in the southern region.

During the exchange, the Director and Editor in Chief presented the Conflict and Peace Studies Journal (CPSJ) editorial and publication management processes, and also shared information regarding the management of IPS libraries at both Hat Yai Campus and at the Center for Conflict Studies and Cultural Diversity (CSCD) Library, Pattani Campus.

On this occasion, the Institute for Peace Studies (IPS) also presented books and academic publications produced by the IPS’s faculty members and researchers to the Library of Congress Representative Office in support of the collection and dissemination of academic resources at the international level.

IPS is honored to welcome the representative from the Library of Congress and sincerely hopes that this visit will contribute to future academic collaboration and wider dissemination of scholarly publications and the Conflict and Peace Studies Journal (CPSJ).

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

บทวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์: ถอดรหัสความล้มเหลวของการเจรจาสันติภาพสหรัฐอเมริกา - อิหร่าน

จากวงสันติสนทนา Ep.6  : ถอดรหัสการเจรจาสงบศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน: ทำไมล้มเหลว ? เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ของคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ร่วมกับ คณะรัฐศาสตร์ และสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นการถอดรหัสเบื้องหลังการเจรจาสันติภาพที่ล้มเหลวระหว่างวันที่ 11 - 12 เมษายน 2569 ว่ามาจากปัจจัยใด และทิศทางของสถานการณ์หลังจากนี้จะดำเนินไปอย่างไร โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมแลกเปลี่ยนทรรศนะ ได้แก่

🧑‍🏫 ดร.รุสตั้ม หวันสู สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

🧑‍🏫 ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

🧑‍🏫 ผศ.ดร.อันวาร์ กอมะ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ดำเนินรายการโดย

🧝 อิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

บทวิเคราะห์ฉบับนี้ได้รวบรวมมุมมองเชิงลึกและนัยสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์ ท่ามกลางระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่สภาวะหลายขั้วอำนาจ โดยมีข้อค้นพบสำคัญที่ตอกย้ำว่า สันติภาพไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ชั่วคราวที่เกิดขึ้นแล้วจบไป แต่คือกระบวนการระยะยาวที่ต้องอาศัยกลไกค้ำประกันที่มีศักยภาพและเสถียรภาพ

ภาพรวมพลวัตความขัดแย้ง

สงครามระหว่างกลุ่มพันธมิตรสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับฝั่งอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้เกิดการโจมตีและตอบโต้กันอย่างรุนแรงยาวนานกว่า 40 วัน ก่อนจะนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในวันที่ 8 เมษายน ความพยายามทางการทูตเริ่มต้นขึ้นในการเจรจารอบแรกระหว่างวันที่ 11-12 เมษายน ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน แม้จะเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกจากการที่ทีมเทคนิคของทั้งสองฝ่ายยอมนั่งหารือในห้องเดียวกัน แต่ท้ายที่สุดกระบวนการเจรจากลับประสบความล้มเหลว ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นได้สร้างแรงกระเพื่อมโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจโลก สะท้อนได้จากราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไทยที่พุ่งสูงถึงลิตรละ 50 บาท

 ปัจจัยที่ทำให้การเจรจาชะงักงัน

การล่มสลายของโต๊ะเจรจาเกิดจากรอยร้าวเชิงยุทธศาสตร์ในหลายมิติ ได้แก่

 สภาวะขาดความไว้วางใจ: สหรัฐอเมริกาและอิหร่านต่างไม่เชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างแท้จริง

 ความแตกต่างสุดขั้วของข้อเรียกร้อง: การตั้งเงื่อนไขของสหรัฐอเมริกาจำนวน 15 ข้อ และอิหร่าน 10 ข้อ ไม่มีพื้นที่ทับซ้อนทางผลประโยชน์ที่สามารถตกลงกันได้เลย

 อิทธิพลของตัวแทรกแซงกระบวนการ: แม้อิสราเอลจะไม่อยู่ในโต๊ะเจรจา แต่ยังคงมีอิทธิพลต่อสหรัฐอเมริกา ทำให้การต่อรองซับซ้อนและถูกขัดขวาง

 ยุทธวิธีบีบบังคับทางการทูต: ท่าทีของสหรัฐอเมริกามุ่งเน้นการกดดันเพื่อให้อิหร่านยอมจำนน มากกว่าการเจรจาต่อรองอย่างจริงจัง ทำให้อิหร่านปฏิเสธที่จะลดละข้อเรียกร้อง

 ข้อจำกัดของคณะผู้แทนเจรจา: ตัวแทนของสหรัฐอเมริกาขาดอำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินใจ การต้องรอคำสั่งจากสายการบังคับบัญชาระดับสูงส่งผลให้กระบวนการขาดความคล่องตัวและประสิทธิภาพ

กรอบวิเคราะห์เชิงทฤษฎีและพฤติกรรมเชิงกลยุทธ์

การวิเคราะห์สถานการณ์ผ่านกรอบทฤษฎีความขัดแย้งช่วยอธิบายสภาวะที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ทฤษฎีความสุกงอมของความขัดแย้งชี้ว่า คู่ขัดแย้งจะเข้าสู่การเจรจาอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายบอบช้ำอย่างหนักและตระหนักว่าอำนาจทางทหารไม่สามารถสร้างชัยชนะได้ นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านความขัดแย้งยังเป็นกระบวนการที่ลึกซึ้งและต้องใช้เวลา

พฤติกรรมบนโต๊ะเจรจายังมีลักษณะคล้ายเกมวัดใจและกับดักนักโทษ กล่าวคือ ต่างฝ่ายต่างแข่งขันกันโดยไม่ยอมถอย เพราะเกรงว่าฝ่ายที่ยอมก่อนจะสูญเสียอำนาจต่อรอง และด้วยความไร้ความเชื่อใจ ทั้งคู่จึงเลือกยุทธศาสตร์ที่ไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งเมื่อประเมินผลลัพธ์ความเป็นไปได้ จะพบว่า

 - หากทั้งคู่ยอมประนีประนอม จะเกิดข้อตกลงที่ทุกฝ่ายพึงพอใจและสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน

 - หากสหรัฐอเมริกายอมแต่อิหร่านไม่ยอม สหรัฐอเมริกาจะเสียบารมีและอิหร่านจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ

 - หากสหรัฐอเมริกาไม่ยอมแต่อิหร่านยอม สหรัฐอเมริกาจะได้ชัยชนะเต็มที่ขณะที่อิหร่านสูญเสีย

 - หากทั้งคู่ไม่ยอมประนีประนอมดังเช่นสถานการณ์ปัจจุบัน จะนำไปสู่สงครามที่ยืดเยื้อและสร้างความเสียหายสูงสุดต่อทุกฝ่าย

บทบาทของผู้เล่นระดับโลกและภูมิรัฐศาสตร์

ปากีสถาน:ทำหน้าที่จัดเตรียมพื้นที่เจรจาและรักษาความปลอดภัย แต่ด้วยข้อจำกัดด้านความเป็นอิสระและศักยภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้บทบาทตัวกลางยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

 จีน: ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญที่อาจทำหน้าที่ผู้ค้ำประกันข้อตกลง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ อย่างไรก็ตามยังต้องประเมินท่าทีการยอมรับจากฝั่งสหรัฐอเมริกา

 อิสราเอล: เป็นตัวแปรหลักที่ทำให้การเจรจายากขึ้น เนื่องจากไม่ยอมรับผลการเจรจาและพยายามแทรกแซงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง

 ประเทศในภูมิภาคและยุโรป: สนับสนุนแนวทางการทูตและพยายามสกัดกั้นไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งลุกลาม

ฉากทัศน์อนาคตและผลกระทบระดับมหภาค

ทิศทางของความขัดแย้งสามารถประเมินได้ใน 3 ฉากทัศน์หลัก คือ

 1. การเจรจาทางการทูตดำเนินการต่อผ่านตัวกลางและการมีส่วนร่วมของมหาอำนาจอื่น ซึ่งมีโอกาสนำไปสู่การลดความตึงเครียดหรือการหยุดยิงชั่วคราว

 2. สงครามยืดเยื้อจากการเจรจาที่ล้มเหลว ซึ่งฝ่ายที่มีความทนทานมากกว่าอย่างอิหร่านอาจชิงความได้เปรียบในระยะยาว

 3. ความขัดแย้งขยายวงกว้างลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาคหรือระดับโลก โดยมีมหาอำนาจอื่นเข้าร่วม

ผลกระทบที่ตามมาคือความผันผวนอย่างหนักของราคาพลังงาน หากสถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะกระทบต่อตลาดพลังงานโลกอย่างรุนแรง โดยราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งทะยานถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อสถานะมหาอำนาจของสหรัฐอเมริกาถูกท้าทาย สวนทางกับบทบาทและการแสดงอิทธิพลของจีนที่เพิ่มสูงขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์เบื้องต้นต่อสังคมไทยในภาพรวม

ความล้มเหลวของการเจรจาสงบศึกสะท้อนความซับซ้อนของความขัดแย้งที่เชื่อมโยงกันทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก สถานการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบอำนาจโลกที่ก้าวเข้าสู่ยุคของมหาอำนาจหลายขั้วอย่างเต็มรูปแบบ วิกฤตดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นคลื่นกระแทกที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยตรง สังคมไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมและปรับตัวดังนี้

 ระดับนโยบายภาครัฐ: ต้องเร่งวางกลยุทธ์รับมือผลกระทบด้านพลังงานและเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การจัดหาทางเลือกพลังงานสำรอง เช่น การขุดเจาะแหล่งพลังงานใหม่ หรือการเร่งพัฒนาพลังงานทางเลือก เป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อลดการพึ่งพิงตลาดโลกที่เปราะบาง

 ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม: ควรเตรียมแผนรับมือกับต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่งที่มีความผันผวนสูง การกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานและการรักษาสภาพคล่องทางการเงินจะช่วยให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นต่อสภาวะแทรกซ้อนทางเศรษฐกิจ

 ภาคประชาชน: ต้องตระหนักถึงแนวโน้มของค่าครองชีพและราคาสินค้าที่อาจปรับตัวสูงขึ้น การปรับพฤติกรรมการบริโภคพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการวางแผนการเงินอย่างรัดกุม คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกภาคส่วนของสังคมไทยสามารถรับมือและก้าวผ่านความท้าทายจากผลกระทบของความขัดแย้งระดับโลกครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคง

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่ 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ขอเชิญติดตามรายการสันติสนทนา Ep.6 : ถอดรหัสการเจรจาสงบศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน: ทำไมล้มเหลว ?

วิทยากรร่วมสนทนา
🧑‍🏫 ดร.รุสตั้ม หวันสู สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
🧑‍🏫 ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
🧑‍🏫 ผศ.ดร.อันวาร์ กอมะ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ดำเนินรายการโดย
🧝 อิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น เป็นต้นไป

ทาง Facebook Page : Institute for Peace Studies : สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ Faculty of Political Science, Prince of Songkla University

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจาสันติภาพ 

บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568

** อ่านฉบับเต็มออนไลน์ได้ที่:** คลิ๊ก  ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

บทความวิชาการของบุคลากรของสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ ได้รับการในตีพิมพ์ในหนังสือรวมรวมบทความวิชาการ และบทความวิจัยในโครงการการพัฒนาและกระบวนการสร้างประชาคมในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (2020-2024) นำโดย University of the Ryukyus ได้แก่

1. ประชาสังคมหญิงชายแดนใต้กับการขับเคลื่อนสันติภาพและสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนใต้ โดย อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์

2. หนึ่งทศวรรษแห่งการต่อสู้ทางภาษา บทสนทนาและวาทกรรมของสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้ โดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่

หนังสือรวมงานวิชาการและบทความวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยและการพัฒนาเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่จากประเทศไทยและประเทศลาวในประเด็นบทบาทของประชาคมและการพัฒนาท้องถิ่น ได้แก่ University of the Ryukrus, Niigata Univerity, Ibarki University, Doshisha, Hokkaido University จากประเทศไทยได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, วิทยาลัยชุมชนยโสธร, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และจากประเทศลาว National University of Laos

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569 สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้การต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาจากหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านสตรี สันติภาพ และความมั่นคง (Diploma in Women, Peace and Security - DWPS) จากมหาวิทยาลัย Mindanao State University, Maguindanao ประเทศฟิลิปปินส์ ในโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านสตรี สันติภาพและความมั่นคง (WPS)

ในการนี้ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และ Assoc. Prof. Dr. Saima S. Maulana ผู้อำนวยการ Institute of Management และประธานหลักสูตรดังกล่าวได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสองสถาบัน ณ ห้องประชุมชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่

1) โครงการวิจัยร่วมด้านสตรี สันติภาพ และความมั่นคง

2) การแลกเปลี่ยนคณาจารย์และความร่วมมือทางวิชาการ

3) กิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพด้านเพศภาวะและสันติศึกษา

4) โครงการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนทางวิชาการในระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ สถาบันสันติศึกษา ได้มีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “การบูรณาการเรื่องสตรี สันติภาพ และความมั่นคง เข้าสู่การศึกษาสันติภาพและความขัดแย้งในระดับภูมิภาค” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่

1) ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา

2) อาจารย์ธรรมศาสตร์ โสตถิพันธุ์ รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา

3) ผศ.ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา

โดยมี อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

การเสวนามุ่งนำเสนอบทบาทและผลงานของสถาบันสันติศึกษาในประเด็นเพศภาวะและวาระสตรี สันติภาพ และความมั่นคงรวมถึงการดำเนินงานด้านสันติศึกษา (Peace Education) ตลอดจนองค์ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งและกระบวนการเจรจาสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของสตรีในกระบวนการสันติภาพ

ต่อมาในวันที่ 29 – 30 มีนาคม พ.ศ. 2569 คณาจารย์และนักศึกษาจากประเทศฟิลิปปินส์ได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับนักวิชาการและนักปฏิบัติการด้านสันติภาพ ในหัวข้อ “WPS, สันติศึกษา และความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และคุณโซรยา จามจุรี ประธาน Civic Women ดำเนินรายการโดย คุณฟาฏิล จามจุรี ณ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ส่วนในวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569 คณะผู้แทนจากประเทศฟิลิปปินส์ยังได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมเข้าร่วมการเสวนาโต๊ะกลมในหัวข้อ “การสร้างสันติภาพโดยสตรีและธรรมาภิบาลแบบมีส่วนร่วม: การเสริมสร้างภาวะผู้นำของสตรีในวาระสตรี สันติภาพ และความมั่นคง” อีกด้วย

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 11:00 น.-15:30 น. ณ ห้องประชุมชูเกียรติปิติเจริญ ชั้น 3 คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ได้เข้าร่วมการประชุมภาคีโครงการสหภาพยุโรปในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี คุณ Audrey-Anne Rochelemagne ผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และคุณอรุณศิริ โพธิ์ทอง ผู้จัดการโครงการ เป็นผู้นำการประชุม

ในการนี้ ตัวแทนจากสถานวิจัยฯ นำโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ได้นำเสนอภาพรวมสถานการณ์ความไม่สงบและความคืบหน้าของกระบวนการพูดคุยสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกัน อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์ พร้อมคณะ ได้นำเสนอความคืบหน้าการดำเนินโครงการวิจัยเรื่อง “ความเสมอภาคของคนพิการในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ภายใต้โครงการ Movement on Disability Equality in Thailand’s Southern Border Provinces (MODE-SBP) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Minority Rights Group (MRG) และสหภาพยุโรป (EU)

นอกจากนี้ ภายในที่ประชุมยังมีการนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการอื่น ๆ ได้แก่ โครงการ “Creating an Inclusive and Transformative Youth-Led Climate Action Movement (CINTALAM)” ดำเนินงานโดย Save the Children Thailand ร่วมกับมูลนิธิภาคใต้สีเขียว และโครงการ “Advancing Gender Responsive Governance through Women’s and Youth’s Leadership in Thailand’s Southern Border Provinces” ดำเนินงานโดยมูลนิธิรักษ์ไทยร่วมกับมูลนิธิเพื่อนหญิง