สไลด์โชว์

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

นักวิจัยจากสถาบันสันติศึกษาและคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อมโครงการวิจัยร่วมด้านความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพ และการทำข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในอนาคต

เมื่อวันที่  9- 12 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ และ ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช คณะนักวิจัยจากสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เข้าร่วมประชุมวางแผนและเตรียมความพร้อมโครงการวิจัย หัวข้อ “ประสบการณ์ความรุนแรง การแสดงออกด้านความร่วมมือและอารมณ์“ ณ มหาวิทยาลัยเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

โครงการวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนความร่วมมือทางวิชาการกับศาสตราจารย์ Simon Hug ภาควิชารัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเจนีวา ซึ่งจะดำเนินการในปี 2568 - 2569 โดยมีสมมุติฐานว่าประสบการณ์โดยตรงต่อความรุนแรงจะช่วยสร้างความเข้มแข็งของการสร้างความร่วมมือภายในกลุ่ม ในขณะเดียวกันก็จะลดความเข้มแข็งของการมีความร่วมมือภายนอกกลุ่มของตัวเองด้วย ความสัมพันธ์ดังกล่าวจะถูกเชื่อมประสานผ่านอารมณ์ความรู้สึกแห่งความหวัง ความเห็นอกเห็นใจและความกลัว การออกแบบวิจัยคือการวิจัยสำรวจและการวิจัยทดลองที่ทำใน 5 พื้นที่คือ โคลัมเบีย อูกันดา ตุรกี อิสราเอลและจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย การวิจัยนี้มุ่งจะช่วยยกระดับทักษะการวิจัยโดยเฉพาะการวิจัยสำรวจและการวิจัยทดลองของนักวิจัยจากสถาบันสันติศึกษา อีกทั้งยังเป็นการขยายความร่วมมือกับนักวิจัยจากนานาประเทศด้วย

During September 9 and 12, 2024, the research team from the Institute for Peace Studies (IPS) of Prince of  Songkla University (Srisompob Jitpiromsri, Kusuma Kooyai and Rungrawee Chalermsripinyorat), has visited and participated in the research workshop which is part of an international research collaboration entitled “Exposure to Violence, Cooperative Behavior and Emotions”, led by Prof. Simon Hug at the Faculty of Social Sciences, University of Geneva, Switzerland

The research is based on a hypothesis that exposure to violence increases in-group cooperation while decreasing out-group cooperation. This relation is mediated through the emotions hope, compassion and fear. The research designs are surveys with an experimental component in five societal contexts, Colombia, Uganda, Turkey, Israel and Thailand’s Deep South. The research project would enhance and consolidate advanced skill in survey and experimental designs of the research team from Institute for Peace Studies (IPS), Prince of Songkla University. Moreover, it would expand our collaboration with international researchers from different countries.

 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา และผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

ให้การต้อนรับ นางเทย์เออะ มาร์ทีเนอะ อ็อตมันน์ รองหัวหน้าสถานทูต สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตที่ปรึกษา นางซิลเยอะ ฟิเนส วันเนอะบู เลขานุการเอก ฝ่ายการเมืองและเศรษฐกิจ นางสาวภรณี จันทร์เสวก ที่ปรึกษาอาวุโส ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเรียนรู้ให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ได้บรรยายเรื่องการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี ตลอดจนความก้าวหน้าของกระบวนการสันติภาพฯ และร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนในประเด็นดังกล่าว

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสันติธรรม สถาบันสันติศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา ให้การต้อนรับคุณซาบีร์ มูกัล หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงและความปลอดภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDSS) และ คุณวรกิต กี่ตระกูล เจ้าหน้าที่ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัย และแลกเปลี่ยนการวิเคราะห์สถานการณ์ทางด้านความปลอดภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานและประสานงานร่วมกันในอนาคต

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา รับการประเมินคุณภาพภายในระดับหลักสูตรตามเกณฑ์ AUN QA (Version 4.0) รูปแบบ Site Visit ประจำปีการศึกษา 2566

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม 2567 ณ ห้องประชุมสันติธรรม สถาบันสันติศึกษา และผ่านระบบ Zoom Meeting ตลอดการประเมินได้รับเกียรติจาก ดร.อภิวัฒน์ อายุสุข ประธานกรรมการ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ซัมซู สาอุ กรรมการประเมิน ที่ได้ให้ข้อเสนอแนะและแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานของหลักสูตรที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ขอขอบคุณผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ตัวแทนนักศึกษาปัจจุบัน ศิษย์เก่า และผู้ใช้บัณฑิตทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล สะท้อนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นต่อไป

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วันที่ 25 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช อาจารย์ประจำสถาบันสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (IPS, PSU) และนายรัฐวิศว์ เอื้อประชานนท์ ผู้จัดการโครงการ มูลนิธิศูนย์ทรัพยากรสันติภาพ (PRC) ได้นำเสนอรายงานวิจัยเรื่อง “วาระเพื่อสันติภาพ: ทบทวนข้อเสนอจากภาคประชาสังคมต่อการสร้างสันติภาพในชายแดนใต้” ให้กับนักการทูตและเจ้าหน้าที่จากองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์  สหภาพยุโรป และหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (USAID) ฯลฯ ณ ห้องประชุมสำนักงานหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ กรุงเทพมหานคร

รายงานวิจัยฉบับนี้ได้ทบทวนข้อเสนอของภาคประชาสังคมในชายแดนใต้ 14 องค์กร/เครือข่ายเกี่ยวกับการสร้างสันติภาพในชายแดนใต้ เพื่อเป็นการรวบรวมองค์ความรู้และข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรึกษาหารือสาธารณะที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้  โดยรายงานจะมีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของสถาบันสันติศึกษาเร็วๆ นี้

ในการสัมมนานี้ยังมีผู้อภิปรายอีกท่านหนึ่งคือนายจาตุรนต์ ฉายแสง  อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับปัญหารากเหง้าของความขัดแย้งในภาคใต้ในหลายๆ ด้าน  โดย ดร.รุ่งรวี ได้ร่วมอภิปรายในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษากรรมาธิการของคณะกรรมาธิการนี้ด้วย

โดยโครงการวิจัยเรื่อง “วาระเพื่อสันติภาพ: ทบทวนข้อเสนอจากภาคประชาสังคมต่อการสร้างสันติภาพในชายแดนใต้” มีนักวิจัยประกอบไปด้วย

ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช อาจารย์ประจำสถาบันสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะ หัวหน้าโครงการวิจัย

นายรัฐวิศว์ เอื้อประชานนท์ ผู้จัดการโครงการ มูลนิธิศูนย์ทรัพยากรสันติภาพ ในฐานะ นักวิจัยร่วม

นายอิมรอน ซาเหาะ เจ้าหน้าที่ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะ นักวิจัยร่วม

นางสาวกอนีต๊ะ สะรี เจ้าหน้าที่ประจำมูลนิธิศูนย์ทรัพยากรสันติภาพ ในฐานะ นักวิจัยร่วม 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

📜ชวนอ่านบทความ

---------------------

"ร่วมรำลึกและเรียนรู้จากบิดาแห่งสันติศึกษา"

ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระลึกถึง Johan Vincent Galtung นักสังคมวิทยาที่ได้อุทิศชีวิตให้กับการสร้างสันติภาพทั่วโลก

บทความพิเศษเรื่อง "ต้นแบบสันติภาพและสันติศึกษาในกรอบคิดของ Johan Galtung: ความรุนแรงทางตรง ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง และความรุนแรงเชิงวัฒนธรรม" โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี จะพาคุณไปสำรวจแนวคิดอันลึกซึ้งของ Galtung เกี่ยวกับความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ และวิธีการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

บทความนี้ตีพิมพ์ในวารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา (CPSJ) ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (มกราคม - ธันวาคม 2567) เป็นงานวิชาการที่น่าสนใจและควรค่าแก่การศึกษาสำหรับผู้ที่สนใจในด้านสันติศึกษา ความขัดแย้ง และการพัฒนาสังคม

อ่านและดาวน์โหลดบทความได้ที่ : https://so07.tci-thaijo.org/.../cpsj.../article/view/A1/3348
-------------------

วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา (CPSJ) เปิดรับบทความวิจัย บทความวิชาการ บทความพิเศษ และบทแนะนำหนังสือเพื่อตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2567)

เปิดรับบทความตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 กันยายน 2567

📌Author's Guideline:
https://so07.tci-thaijo.org/.../cpsj_psu/about/submissions

--------------------

ติดต่อกองบรรณาธิการ:

📨 [email protected]
☎️ 0-7428-9461
🌐 https://so07.tci-thaijo.org/index.php/cpsj_psu/index

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 3 - 4 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) สถาบันพระปกเกล้า และสภาประชาสังคมชายแดนใต้ จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจัดทำข้อเสนอแนะในการบังคับใช้ และการเยียวยาเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ  เศรษฐมาลินี และนางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นายไพโรจน์  พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นางสาวรตญา  กอบศิริกาญจน์ รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ เข้าร่วม ณ โรงแรมริเวอร์ ปัตตานี ตำบลสะบารัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี

โดยการเสวนาในวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 ช่วงเช้า ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ  เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเปิดการเสวนา และปาฐกถา หัวข้อ “บทบาท กสม. กับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้”  ต่อมาเป็นกิจกรรมสันติสนทนา ( Peace Dialogue ) หัวข้อ “บริบทของการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้”

วิทยากรโดย คุณพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ดร.ขดดะรี บินเซ็น ที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ พันตรีพนมกรณ์ พันพรมมา ผู้แทน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค ๔ ส่วนหน้า พันตำรวจโทเสกสันต์ คงคืน ผู้แทนศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า คุณดนัย มู่สา ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดร.ธตรฐ สนธิเณร สถาบันพระปกเกล้า ทนายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูตะ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม คุณละม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนภาคใต้ คุณพงษ์ศักดิ์  พรหมสังข์ ประธานสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้ คุณอับดุลเลาะ เงาะ ประธานเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ (JASAD) ดำเนินรายการโดย ดร.อภิญญา ดิสสะมาน สถาบันพระปกเกล้า

ภาคบ่ายเป็นกิจกรรม Justice Discussion หัวข้อ กระบวนการยุติธรรมภายใต้การบังคับใช้กฎหมายความมั่น

คง และกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

วิทยากรโดย ผศ.สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พลโทปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า พันตำรวจเอกรังษี มั่นจิตร ผู้แทนกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ คุณน้ำแท้ มีบุญสล้าง สำนักงานอัยการสูงสุด (ผ่านระบบสื่อออนไลน์ Zoom Meeting) ทนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม คุณพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม คุณนริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ (หลานสาวของพลทหารวิเชียร เผือกสม) คุณอัรฟาน ดอเลาะ รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย คุณวันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานี

ดำเนินรายการโดย นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายสุเรนทร์ ปะดุกา ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้

ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ช่วงเช้าเป็นกิจกรรม Human Rights Circle หัวข้อ “การเยียวยาความเสียหายผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” และกระบวนการรับฟังความคิดเห็น เพื่อกำหนดพัฒนาและจัดทำข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายความมั่นคง พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จากผู้เข้าร่วมสัมมนาจากทุกภาคส่วน

วิทยากรโดย  นายแพทย์ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ คุณนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  ผศ.ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง อาจารย์ประจำภาควิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร คุณโซรยา จามจุรี เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ คุณอนันต์ โตงนุแย สำนักงานยุติธรรมจังหวัดยะลา คุณนภัสนันท์ ทรัพย์เจริญ ผู้แทนศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.ฟารีดา ปันจอร์ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ คุณแวกอเดร์ แวโน๊ะ ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จชต.

ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์

โดยช่วงท้ายของการสัมมนา นางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์  กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวสรุปผลการสัมมนา และแนวทางการจัดทำข้อเสนอแนะในการบังคับใช้และเยียวยาเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวปิดโครงการ

อนึ่ง โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เกี่ยวกับแนวทางการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง 3 ฉบับ การดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และพัฒนากระบวนการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมถึงข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ และคำสั่งใด ๆ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย เครือข่ายภาคประชาสังคม องค์กรเอกชน ภาควิชาการ สื่อมวลชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่บังคับใช้กฎหมายความมั่นคง จำนวน 100 คน

ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. จะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะแนวปฏิบัติที่สอดคล้องเหมาะสมกับหลักสิทธิมนุษยชนในการบังคับใช้กฎหมาย การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมและการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนจากเครือข่ายภาคประชาสังคม องค์กรเอกชน ภาควิชาการ เครือข่ายประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานของรัฐเพื่อนำไปทบทวนแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และเพื่อนำไปสู่การเสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนและร่วมสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ กรรมาธิการวิสามัญสันติภาพชายแดนภาคใต้ฯ สภาผู้แทนราษฎร และสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกันจัดงานประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การจัดการศึกษาแบบทวิ/พหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐานในชายแดนใต้: โอกาสและความท้าทาย” (Mother Tongue-Based Education) ณ อาคารรัฐสภา กรุงเทพมหานคร และห้องประชุม ชั้น  สำนักงานวิทยาเขตปัตตานี ม.องปัตตานี โดยมีผู้เชี่ยวชาญในหลายหลากสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศมาระดมความคิดเห็น อาทิ Prof.Joseph Lo Bianco ศาสตราจารย์ด้านภาษา การเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรมและการสร้างสันติภาพ จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และ Prof. Tejendra Pherali ศาตราจารย์ด้านการศึกษา ความขัดแย้งและสันติภาพจาก University College London

กิจกรรมในวันนี้เกี่ยวเนื่องจากคณะกรรมาธิการวิสามัญสันติภาพชายแดนภาคใต้ฯ ได้ลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้และทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทยเพื่อจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นมาอย่างต่อเนื่อง และพบข้อเท็จจริงในหลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีผลสัมฤทธิ์ต่ำที่สุดในประเทศมาอย่างยาวนาน ซึ่งการจัดการศึกษาโดยใช้ภาษาแม่ในชายแดนภาคใต้คือภาษามาลายูได้เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมีหน่วยงานต่าง ๆ ศึกษาต่อเนื่องมามากกว่า 20 ปีจนมีข้อค้นพบว่าทำให้เด็กมีผลการเรียนดีขึ้น

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธาน กมธ. กล่าวว่า ในสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการได้ทำงานร่วมกับ Summer institute of linguistics-SIL เพื่อนำร่องการใช้ภาษามาลายูในการจัดการศึกษาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวมีประสบการณ์จัดการศึกษาโดยภาษาแม่ในหลายพื้นที่ทั่วโลกหลายร้อยแห่ง และพบว่าการใช้ภาษาแม่เมื่อเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาเป็นครั้งแรกจะทำให้เด็กสนใจเรียน มีความคิดสร้างสรรค์ และผลการศึกษาดี สอดคล้องกับงานวิจัยของยูเนสโกที่ระบุว่าการสอนภาษาแม่ควบคู่กับภาษาที่สอง (หรือภาษาประชาชาติ) ทำให้การเรียนภาษาที่สองและวิชาอื่น ๆ ดีขึ้น ในทางตรงกันข้ามถ้านักเรียนได้รับการสอนที่ไม่ใช่ภาษาแม่ ความสามารถในการเรียนรู้จะลดลง จึงทำให้นักวิชาการทั่วโลกถือว่าการกีดกันเด็กจากการศึกษาโดยภาษาแม่คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนของอย่างหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ตัวแทนคณะกรรมาธิการได้เข้าพบนายเปโดร สวาห์เลน เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย นำมาสู่การพูดคุยหารือในประเด็นการใช้ภาษาแม่ในการจัดการศึกษา เนื่องจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีภาษาราชการถึง 4 ภาษา และเด็กทุกคนมีสิทธ์เรียนโดยใช้ภาษาแม่เมื่อเข้าเรียนในชั้นเด็กเล็ก จากนั้นเมื่อเรียนในชั้นสูงขึ้นมาเด็กสามารถเลือกเรียนในภาษาราชการที่ตนสนใจได้เอง

กมธ.จึงตั้ง “คณะทํางานพิจารณาศึกษาการใช้ภาษาแม่เป็นสื่อในการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา” ขึ้นมา โดยประธานกรรมาธิการเสนอให้มีการปรึกษาหารือในการจัดทำ Workshop วันนี้ใน 4 ประเด็น ได้แก่

1. การใช้ภาษาแม่เป็นสื่อการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพอย่างไร และจะแตกต่างจากการใช้ภาษาประจำชาติอย่างเดียวอย่างที่ทำกันอยู่หรือไม่อย่างไร

2. การสอนภาษาไทยกับเด็กที่มีภาษาแม่ไม่ใช่ภาษาไทย เช่น เด็กชายแดนใต้ที่ใช้ภาษามลายู คือสอนภาษาไทยกับเด็กเหล่านี้แบบเดียวกับที่สอนเด็กในจังหวัดอื่นที่ใช้ภาษาไทยตั้งแต่เกิด 100% อย่างที่ทำกันอยู่นี้เป็นปัญหาหรือไม่

3. จากข้อที่ 2 เราสอนภาษาไทยกับเด็กที่มีภาษาแม่เป็นภาษามลายูด้วยวิธีการที่ผิดใช่หรือไม่

4. การจัดการเรียนการสอนในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนโดยคำนึงถึงอัตลักษณ์ต้องทำอย่างไร

“หลายคนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทางเทคนิคทางภาษาศาสตร์ที่เป็นประเด็นเล็กๆ แต่ถ้าเราทำความเข้าใจให้ดีเราจะพบว่านี่คือเรื่องใหญ่มากที่เราปล่อยให้ประชากรกว่า 1.8 ล้านคนที่มีภาษาแม่ที่ไม่ใช่ภาษาไทยได้รับการศึกษาจากการเรียนการสอนที่ไม่ได้ใช้ภาษาแม่ ซึ่งเป็นภาษาที่พวกเขาไม่เข้าใจ เรื่องนี้สำหรับผมถือเป็นเรื่องใหญ่มากและเป็นเรื่องใหญ่ในระดับสากล ซึ่งนำมาสู่คำถามว่าประเทศไทยเข้าใจเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหนและจะทำอย่างไรที่เราจะจัดการเรื่องนี้ได้อย่างถูกต้อง” นายจาตุรนต์ กล่าว

ข้อสรุปและข้อค้นพบจากการจัด workshop ครั้งนี้จะนำไปทำเป็นข้อเสนอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในรายงานของ กมธ. ที่เตรียมเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในเดือนกรกฎาคมนี้

“วันนี้เราจะสนับสนุนให้ใช้ภาษาแม่ในการจัดการเรียนการสอนแต่เมื่อเด็กโตขึ้นมาก็ต้องขยับมาเรียนภาษาประจำชาติ เพราะถึงอย่างไรประชาชนทุกคนก็มีสิทธิ์เข้าถึงภาษาประจำชาติเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารกับคนในประเทศเช่นกัน” ประธาน กมธ. กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ งานประชุมในครั้งนี้ ดำเนินรายงานและกล่าวปิดการประชุมโดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และประธานคณะทำงานพิจารณาศึกษาการใช้ภาษาแม่เป็นสื่อในการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ภายใต้คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษา และเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ระหว่างวันที่ 24 – 26 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ณ ห้องศรีนาฆารา โรงแรมเซาร์เทิร์นปัตตานี สถาบันสันติศึกษา และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล  มหาวิทยาลัยฟาฏอนี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภาคใต้ (สนง.กสม.ภาคใต้) สถาบันพระปกเกล้า สภาประชาสังคมชายแดนใต้ และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมจัดกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการพัฒนา/หลักสูตรพัฒนาศักยภาพขององค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติฯ

สำหรับ เป้าหมายที่จัดอบรมในครั้งนี้ เพื่อหนุนเสริมภาคประชาสังคมให้เป็นสื่อกลางในการสร้างความเข้าใจ สร้างการรับรู้และเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม ที่เชื่อมโยงและส่งเสริมการทำงานอย่างเป็นหุ้นส่วนการทำงาน ร่วมแลกเปลี่ยนและกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างเป็นหุ้นส่วน เป็นแนวทางที่เน้นการร่วมมือกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาชุมชน อาทิ การใช้และพัฒนาทรัพยากรร่วมกัน การสร้างความรู้สึกในการเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกัน ตลอดจน การวางกลไกที่เหมาะสม การวางเป้าหมายและแผนงานร่วมกัน ร่วมสื่อสารและสร้างความเข้าใจร่วมกัน ด้วยการพัฒนาทักษะ และสร้างองค์ความรู้ การวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารจัดการงบประมาณ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

โดย รองเลขาธิการ ศอ.บต. ได้เน้นย้ำการร่วมกำหนดแนวทางการพัฒนา องค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหนุนเสริมประเด็นการพัฒนาที่สำคัญของพื้นที่ จชต. ที่เป็นแนวทางการทำงานขององค์กรภาคประชาสังคม และพร้อมขยายผลในประเด็นที่เป็นความสนใจของภาคประชาสังคม และ ศอ.บต. ตามหลักคิด“แสวงหาจุดร่วม สงวนจุดต่าง” ให้สอดคล้องกับ (ร่าง) แผนส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2567 – 2570 ในการขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมของ ศอ.บต. ตามมาตรา 9 (10) ตาม พรบ.การบริหารราชการ จชต. ต่อไป

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

จินตธรรม: บทบาทของการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ และสื่อเพื่อสันติภาพในชายแดนใต้

 

ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่

สถาบันสันติศึกษา และ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.สมัชชา นิลปัทม์

คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

บทคัดย่อ

          บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอบทบาทและศักยภาพของนักสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ แก่นสาระ รูปแบบและเนื้อหาสารของสื่อเชิงสร้างสรรค์เพื่อแปรเปลี่ยนความขัดแย้งและสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ การวิจัยเชิงคุณภาพนี้ใช้ระเบียบวิธีการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย เยาวชน ศิลปิน นักออกแบบ นักสื่อสาร และนักกิจกรรมทางสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          ผลการวิจัยพบว่า ในพื้นที่มีความเคลื่อนไหวด้านการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ที่หลากหลาย เพื่อเปลี่ยนแปลงผลกระทบทั้งในเชิงบวกและลบที่เกิดกับปัจเจกบุคคลและชุมชนอันเป็นผลมาจากความขัดแย้ง มีการพูดคุยถกเถียงและแสวงหาความร่วมมือในการลดผลกระทบเชิงลบจากความขัดแย้ง และเพิ่มศักยภาพของบุคคลให้เติบโตทั้งทางกายภาพ อารมณ์ ทัศนคติต่อความขัดแย้งเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลาในกระบวนการสร้างสันติภาพ มีการใช้การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ในการถักทอสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่ห่างเหินและสร้างความหวังในอนาคตร่วมกัน ใช้การสื่อสารเพื่อย้ำให้คนในสังคมตระหนักว่า เสรีภาพเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนใฝ่หา การยอมรับ อัตลักษณ์และการเคารพในความแตกต่างเป็นสิ่งที่สังคมสามารถสร้างได้จริง

ในการสร้างสันติภาพ อย่างไรก็ตาม จินตนาการและการสร้างสรรค์ยังถูกจำกัดโดยโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงโครงสร้างอำนาจซึ่งกลายเป็นปัจจัยกำหนดบทบาทของประชาชนในกระบวนการสร้างสันติภาพ

          ข้อเสนอจากงานวิจัยนี้คือ สันติภาพชายแดนภาคใต้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสังคมส่งเสริมการเปิดพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์และพื้นที่ของเสรีภาพในการแสดงออก การให้โอกาสให้ผู้คนในพื้นที่ได้คิดและออกแบบอนาคตของตนเองด้วยความสร้างสรรค์ การหนุนเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างสันติภาพ และสนับสนุนกิจกรรมและแนวทางการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ให้เติบโตและเบ่งบาน

 

ที่มา วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์