สไลด์โชว์

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เปิดข้อเสนอเชิงนโยบายจากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชายแดนใต้ (Peace Survey) ในห้วง 10 ปี จำนวน 10,582 ตัวอย่าง ประชาชนเรียกร้องทุกฝ่ายหยุดความรุนแรง – เร่งเดินหน้าพูดคุยสันติภาพ – สร้างพื้นที่ปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมอัล-อัยยูบีร์ คณะวิทยาการอิสลามนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยเครือข่ายวิชาการ Peace Survey ได้จัดงานนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการประมวลผลข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ครั้งที่ 1–7 โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรุณีวรรณ บัวเนี่ยว รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวต้อนรับและยืนยันถึงพันธกิจสำคัญด้านการคลี่คลายความขัดแย้งและสร้างสันติภาพซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์หลัก (Strategic Objective 4) ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานเปิดงานและได้ย้ำถึงความสำคัญของการนำผลการสำรวจความคิดเห็นฯ Peace Survey นี้มาใช้ในการผลักดันทางนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะตัวแทนเครือข่ายวิชาการ Peace Survey ได้นำเสนอสรุปสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่ปี 2547 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2568 ว่า มีเหตุการณ์ความไม่สงบจำนวน 23,191 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7,736 คน และผู้บาดเจ็บ 14,630 คน แม้ว่าแนวโน้มสถานการณ์ความไม่สงบจะลดลงอย่างเป็นระบบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ภายหลังจากมีกระบวนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุขระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐ แต่ก็ยังมีความแปรปรวน ระดับความถี่ของเหตุการณ์ได้สูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 ผศ.ดร.ศรีสมภพวิเคราะห์ว่า ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีลักษณะเป็น “ความยึดเยื้อ เรื้อรังและต่อเนื่อง”

ดังนั้น สถาบันทางวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคมทั้งในและนอกพื้นที่กว่า 25 องค์กรจึงได้ประสานความร่วมมือกันในนาม “เครือข่ายวิชาการ Peace Survey” เพื่อศึกษาวิจัยและสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อแนวทางการคลี่คลายความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพมาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน การสำรวจสันติภาพหรือ Peace Survey ได้ดำเนินการอย่างมาแล้ว 7 ครั้ง สอบถามความคิดเห็นของประชาชนกว่า 10,582 คน จนได้เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการวิเคราะห์และจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

8 ข้อเสนอที่สำคัญจากประชาชนในพื้นที่ ได้แก่

ข้อเสนอที่ 1      การลดความรุนแรงและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ข้อเสนอที่ 2      สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม

ข้อเสนอที่ 3     พัฒนาเศรษฐกิจบนฐานทุนทางสังคมและวัฒนธรรมของพื้นที่ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ข้อเสนอที่ 4      ส่งเสริมการเคารพสิทธิทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์

ข้อเสนอที่ 5     สานต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุขที่ครอบคลุมทุกฝ่าย และมีกลไกรับรองให้การพูดคุยฯ มีเสถียรภาพ

ข้อเสนอที่ 6      เพิ่มบทบาทของประชาชน สร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างครอบคลุมทุกฝ่าย

ข้อเสนอที่ 7      กระจายอำนาจการปกครองมากขึ้นให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของพื้นที่ 

ข้อเสนอที่ 8       พัฒนาและปรับปรุงกลไกการสื่อสาร เพื่อสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ประสานความเข้าใจระหว่างผู้คนต่างวัฒนธรรม/พื้นที่

ข้อมูลที่น่าสนใจจากการสำรวจครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดเมื่อปี 2566  พบว่า ประชาชนร้อยละ 70.1 สนับสนุนการพูดคุยสันติภาพ/สันติสุข และโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีความตื่นตัวในการแสดงความคิดเห็นและได้เสนอมาตรการเร่งด่วนที่ควรดำเนินการ เช่น การหลีกเลี่ยงการก่อเหตุความรุนแรงกับพลเรือน เจ้าหน้าที่พึงหลีกเลี่ยงการวิสามัญฆาตกรรมผู้มีความเห็นต่างจากรัฐที่ต่อสู้ในระหว่างปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น การเสริมศักยภาพของชุมชนในการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยของตนเองโดยปราศจากอาวุธ รวมไปถึงการตั้งคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่ายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ความรุนแรง รวมทั้งควรมีการพูดคุยถึงรูปแบบการเมืองการปกครองที่เหมาะสมในการจัดการท้องถิ่น

นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า ประชาชนต้องการพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกกลุ่มทั้งชาวพุทธและมุสลิม โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ตลาด ศาสนสถาน ร้านน้ำชา/ร้านอาหาร การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและเวทีสาธารณะ ในขณะที่พื้นที่ของรัฐ เช่น ด่านตรวจ สถานที่ราชการ การที่เจ้าหน้าที่มาเยี่ยมบ้าน หรือการอยู่ใกล้เจ้าหน้าที่รัฐที่มีอาวุธ ต้องไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าถูกคุกคาม สำหรับสถานการณ์ที่ประชาชนยังรู้สึกไม่ปลอดภัยคือการแสดงออกทางความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐหรือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หรือการวิจารณ์รัฐ และการชุมนุมในทางการเมืองโดยสงบ ซึ่งหากจะแก้ไขปัญหาความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจของประชาชน คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายจึงควรสร้างเชื่อมั่นและให้ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่ถูกคุกคาม

สำหรับข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในระยะยาวที่ประชาชน (ร้อยละ 26.5) โดยเฉพาะกลุ่มตัวอย่างในกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Gen Y) สนับสนุนและอยากให้เป็นอย่างนั้นมากที่สุด คือการแก้ปัญหาในทางการเมืองการปกครอง ด้วยการจัดการรูปแบบการปกครองแบบกระจายอำนาจมากขึ้นโดยโครงสร้างมีลักษณะแบบพิเศษที่สอดคล้องกับพื้นที่ภายใต้กรอบกฎหมายของไทย  

เครือข่ายวิชาการ Peace Survey นี้เป็นความร่วมมือของสถาบันวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคมทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีพันธกิจและบทบาทในการทำงานเพื่อสันติภาพและการพัฒนา ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันพระปกเกล้า มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธากัมปงตักวา มูลนิธิความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ และวิทยาลัยประชาชน และองค์กรอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 25 องค์กร

ดูประมวลภาพ คลิ๊ก ที่นี่

รับชมเทปบันทึกย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ ดร.นอร์เบิร์ต โรเปอร์ส อดีตผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้จุดประกายความรู้และร่วมสร้างพื้นที่กลางเพื่อสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดห้วงเวลากว่าทศวรรษ “พื้นที่กลางสร้างสันติภาพจากคนใน” (Insider Peacebuilders Platform - IPP)

We mourn the loss of Norbert Ropers, whose unwavering dedication to peace in the Deep South of Thailand inspired many. May his spirit of compassion continue to guide us in our pursuit of peace and harmony. ” เขียนคำอาลัย โดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ระหว่างวันที่ 12 - 13 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องจะบังติกอ โรงแรมซี เอส ปัตตานี จ.ปัตตานี ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้ง สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การพัฒนาฐานข้อมูลติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในบริบทนานาชาติและประเทศไทย” สนับสนุนโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

กล่าวเปิดการประชุมฯโดย รองศาสตราจารย์ ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ หัวหน้าโครงการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้ง (Talent Hub for Monitoring Violence and Conflict) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

กล่าวแนะนำโครงการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ภาคเช้า 12 มิ.ย. 2568 เป็นการบรรยายเรื่อง "ฐานข้อมูลติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งและข้อตกลงสันติภาพ : ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ" วิทยากรโดย

Dr. Anders Engvall: โครงการฐานข้อมูลความขัดแย้ง UCDP (Uppsala Conflict Data Program) มหาวิทยาลัย Uppsala ประเทศสวีเดน

Ms. Su Mon Thant และ Ms. Rose Davies: ฐานข้อมูลสถานที่และเหตุการณ์ความขัดแย้งด้วยอาวุธ (Armed Conflict Location & Event Data - ACLED) ประเทศสหรัฐอเมริกา

Prof. Madhav Joshi: ฐานข้อมูลติดตามข้อตกลงสันติภาพ (Peace Accords Matrix Implementation Dataset) Kroc Institute for International Peace Studies มหาวิทยาลัย Notre Dame’s Keough School of Global Affairs ประเทศสหรัฐอเมริกา

ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

แปลโดย คุณรัฐวิศว์ เอื้อประชานนท์ มูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ (Peace Resource Collaborative - PRC)

ภาคบ่าย 12 มิ.ย. 2568 เป็นเวทีเสวนา เรื่อง ประสบการณ์การพัฒนาฐานข้อมูลความขัดแย้งและการพัฒนาทั้งในระดับภูมิภาคและในพื้นที่ วิทยากรโดย

• ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ฐานข้อมูลศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch)

• คุณสมเกียรติ จันทรสีมา ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส)

• ดร.ไอร์นี แอดะสง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการวิจัยแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการจังหวัดปัตตานี ฐานข้อมูลความยากจนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ฐานข้อมูล TPMAP) ศูนย์ประสานงานการวิจัยแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการจังหวัดปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

• ดร.สินาด ตรีวรรณไชย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาระบบบริหาร โครงการการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี (SEA)

ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ส่วนภาคเช้า 13 มิ.ย. 2568 เป็นวงสนทนากลุ่ม เรื่อง องค์กรภาคประชาสังคมเพื่อมองทิศทางอนาคตของการพัฒนาฐานข้อมูลเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้ง ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.สมัชชา นิลปัทม์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ คณะวิทยาการสื่อสาร

สรุปประเด็นเนื้อหาของวันแรก โดย อ.ธรรมศาสตร์ โสตถิพันธุ์ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

สะท้อนย้อนคิด โดย

• ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Dr. Anders Engvall ผู้เชี่ยวชาญจากโครงการฐานข้อมูลความขัดแย้ง UCDP (Uppsala Conflict Data Program) มหาวิทยาลัย Uppsala ประเทศสวีเดน

• ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

กล่าวปิดการประชุมฯ โดย รศ.ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ หัวหน้าโครงการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้ง (Talent Hub for Monitoring Violence and Conflict) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

🎉 วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา (CPSJ) ผ่านการประเมินวารสารใหม่เข้าสู่ฐานข้อมูล TCI (Thai Citation Index) และได้รับการจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 (TCI Tier 2)

โดยมีผลตั้งแต่ มกราคม พ.ศ. 2568 ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2572

กองบรรณาธิการวารสารขอขอบคุณทุกแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วนทั้งผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความ ผู้เขียน และผู้อ่าน และจะพัฒนาคุณภาพวารสารอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นพื้นที่เผยแพร่และเป็นคลังข้อมูลความรู้ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและสันติศึกษา ✨📚

-------------------------------------------------

🎉 The Conflict and Peace Studies Journal (CPSJ) has officially passed the Thai Citation Index (TCI) evaluation for new journals, and has been indexed in TCI Tier 2.

Effective from January 2025 to December 2029

The editorial team would like to express our gratitude for the support received from peer reviewers, authors, and readers. We remain committed to continuously improving the quality of the CPSJ journal to serve as a platform for publication and a knowledge repository in the field of conflict and peace studies. ✨📚
.
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/share/p/1ZhFSwj5P5/

CPSJ Archive: https://so07.tci-thaijo.org/index.php/cpsj_psu/issue/archive

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

🎉 วิชาเลือกเสรี 3 หน่วยกิต
🚩 ภาค 1/2568
🎯 สำหรับนักศึกษาทุกคณะ ทุกชั้นปี
.
📍 950-301
ความขัดแย้งและสันติภาพในอาเซียน (CONFLICTS AND PEACE IN ASEAN)
SEC 03 เฉพาะนักศึกษาวิทยาเขตปัตตานี
.
👥 แจ้งชื่อลงทะเบียนเรียนได้ที่ ลิงก์: https://forms.gle/WK6TL5kJAaXVUavLA 
⚡️ ภายในวันที่ 23/06/2568

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องศรีวังสา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา และ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ร่วมจัดงานเสวนาสาธารณะ ภายใต้หัวข้อ “20 ปี ทำไมต้องพูดคุยสันติภาพ?” ร่วมกล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงานโดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และ ผศ.ดร.สุรวุฒน์ ช่อไม้ทอง คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ภายในงานมีกำหนดการหลากหลายช่วงที่น่าสนใจ อาทิ การบรรยายพิเศษ หัวข้อ Timeline กระบวนการสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี โดย ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต่อด้วยวงเสวนาสาธารณะ เรื่อง ทำไมต้องพูดคุยสันติภาพ? ถ้าไม่คุยชายแดนใต้/ปาตานีจะเป็นอย่างไร? วิทยากรโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (CSCD, IPS, PSU), ผศ.ดร.มุคตาร์ อับดุลกอเดร์ และ ดร.ยูเนี่ยนสาสมีต้า สาเมาะ สถาบันปาตานีเพื่อการวิจัยและพัฒนามนุษย์ (INSANI), คุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ สมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และ คุณซุลกิฟลี ลาเต๊ะ The Patani ดำเนินรายการโดย คุณซาฮารี เจ๊ะหลง The motive

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 วงเสวนาสาธารณะที่น่าสนใจ คือ วงเสวนาเรื่อง "เสียงของคนกลางดงไฟ" วิทยากรโดย คุณรุจิรดา วงศ์แก้ว ต้นกล้าพันธุ์ใหม่, คุณปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ คณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้ (PAOW) และ คุณพาดีละห์ นิโซะ มูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา ดำเนินรายการโดย คุณลม้าย มานะการ สภาประชาสังคมชายแดนใต้

ปิดท้ายด้วยวงเสวนา เรื่อง "บอกเล่าประสบการณ์งานชายแดนใต้/ปาตานี" วิทยากรโดย คุณกนกพร ชูพันธ์ กลุ่มเพื่อนเยาวชนและคนพุทธ, คุณคนึงนิจ มากชูชิต สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา, คุณโซรยา จามจุรี เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้หรือ (Civic Women), คุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ สมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม, คุณอัสนี ดอราแม็ง องค์การเยาวชนเมืองสาย Persatuan Pemuda/Pemudi Sai - (Persai) ดำเนินรายการโดย คุณอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (CSCD, IPS, PSU)

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของงานมีการอ่านข้อเสนอแนะจากภาควิชาการและภาคประชาสังคมชายแดนใต้/ปาตานี ซึ่งมีรายละเอียดข้อเสนอดังนี้

1. ท่ามกลางสถานการณ์ของความรุนแรงชายแดนใต้/ปาตานีที่เข้มข้นขึ้นในเวลานี้ เราขอให้พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดหรือไม่ได้มีศาสนาได้โปรดอดทนอดกลั้นต่อเหตุการณ์ที่มีลักษณะยั่วยุให้เกิดความหวาดระแวงและแตกแยกระหว่างกัน  สถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ยิ่งต้องทำให้เราเห็นอกเห็นใจกัน เป็นกำลังใจให้กัน 

2. ขอให้สื่อมวลชนได้โปรดใช้ความระมัดระวังในการรายงานข่าวสารที่อาจจะกลายเป็นการเลือกปฏิบัติ ตีตรา เหมารวม หรือทำให้เป็นอื่น สร้างอคติ ความเกลียดชังระหว่างศาสนาและชาติพันธุ์

3. "เสียงจากคนใน" เสียงจากคนในพื้นที่ทั้งพุทธ มุสลิมและศาสนาอื่นพวกเราไม่เอาความรุนแรงและต้องการให้ใช้สันติวิธี เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายต้องแสดงความรับผิดชอบร่วมกันต่อกระบวนการสันติภาพโดยเฉพาะกลุ่มที่มีบทบาทในการใช้ความรุนแรง ต้องยุติการกระทำที่ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน และร่วมออกแบบอนาคตด้วยความรับผิดชอบและเกียรติภูมิ

4. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงเจตจำนงทางการเมืองอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม รัฐบาลต้องเดินหน้าการเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการด้วยท่าทีที่เปิดกว้าง ไปให้พ้นจากวาทกรรมทางการเมืองคุยกับโจรหรือวาทกรรมเรื่องตัวจริง-ตัวปลอม วาทกรรมเหล่านี้คือตัวถ่วงทำลายกระบวนการพูดคุยสันติภาพอันเป็นกระบวนการหลักสากลในพื้นที่ขัดแย้งทั่วโลก

5. สันติวิธีคือทางออกเดียวของปัญหาความขัดแย้ง  กระบวนการสันติภาพไม่ใช่เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์แต่คือการเปลี่ยนผ่านอย่างลึกซึ้งและซื่อตรง ไม่มีพื้นที่ขัดแย้งใดในโลกที่ความขัดแย้งจบลงด้วยปลายกระบอกปืน ความขัดแย้งจบลงด้วยการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ร่วมอ่านข้อเสนอโดยตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่ ประกอบไปด้วย คุณรุจิรดา วงศ์แก้ว (น้องสปาย) ผู้แทนกลุ่มต้นกล้าพันธุ์ใหม่, คุณอัสนี ดอราแม็ง ผู้แทนองค์การเยาวชนเมืองสาย Persatuan Pemuda/Pemudi Sai - (Persai), คุณฟาฏิล จามจุรี ผู้แทนเครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้หรือ (Civic Women), คุณซุลกิฟลี ลาเต๊ะ ผู้แทน The Patani และคุณพาดีละห์ นิโซะ ผู้แทนมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา

กล่าวสรุปและปิดงานโดย ดร.ฮาฟีส สาและ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สถาบันสันติศึกษาต้อนรับเอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ และผู้อำนวยการสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ พร้อมคณะ ในโอกาสหารือแนวทางความร่วมมือด้านการสร้างสันติภาพ

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และบุคลากรของสถาบัน ร่วมต้อนรับ นายพงศ์ปราชญ์ มากแจ้ง เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ และ คุณฐิติพร จิระสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ พร้อมคณะ ในโอกาสเยี่ยมเยือนและหารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาการศึกษาด้านสันติศึกษา

การพบปะในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายด้านการต่างประเทศกับบทบาทของสถาบันการศึกษาในการส่งเสริมสันติภาพ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในระดับชาติและนานาชาติ รวมถึงแนวทางการเสริมสร้างการจัดการศึกษาและการวิจัยด้านสันติศึกษา

ในโอกาสนี้ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษาได้บรรยายสรุปการวิเคราะห์สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการนำเสนอผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ครั้งที่ 7 โดยมุ่งเน้นถึงความท้าทาย ความซับซ้อนของบริบทในพื้นที่ ตลอดจนปัจจัยที่เอื้อต่อการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งร่วมกันหารือแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย และกิจกรรมทางวิชาการที่จะช่วยส่งเสริมกระบวนการสันติภาพอย่างเป็นรูปธรรม

สถาบันสันติศึกษายังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นเวทีกลางในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านสันติศึกษา ทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย พร้อมเปิดกว้างต่อความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันวิชาการระหว่างประเทศ เพื่อเป้าหมายการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมหลากหลายวัฒนธรรม

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันพุธที่ 30 เมษายน ถึงวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า และเครือข่ายวิชาการ Peace Survey 24 องค์กรทั้งภาควิชาการและภาคประชาสังคม ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “โครงการขับเคลื่อนผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้”

กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้โดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทของสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้าต่อการดำเนินโครงการขับเคลื่อนผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้” โดย นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

บรรยายสรุปภาพรวมการดำเนินโครงการ Peace Survey ครั้งที่ 1-7 โดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศร ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้  และ อาจารย์ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก่อนจะเปิดวงให้ผู้เข้าร่วมทุกท่านได้ระดมความคิดเห็นที่หลากหลาย

ทั้งนี้ คณะทำงานมีกำหนดจะจัดงานแถลงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สกัดออกมาจากข้อมูลของ Peace Survey ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ที่จะถึงนี้

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สถาบันสันติศึกษา หารือแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและบริการวิชาการกับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนราธิวาส พร้อมแนะนำหลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-degree) “การจัดการความขัดแย้ง : เครื่องมือและการประยุกต์ใช้” รุ่นที่ 4

…………….

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดนราธิวาส ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาความขัดแย้งและสันติศึกษา และ ผศ.ดร.จิราภรณ์ เรืองยิ่ง อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา ร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและการบริการวิชาการ กับ นายดารุณ จางวาง ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนราธิวาส คณะบุคลากรในสถานพินิจฯ โดยมีตัวแทนจากกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรมร่วมหารือด้วย

ในโอกาสนี้ ผศ.ดร.จิราภรณ์ เรืองยิ่ง ได้นำเสนอผลการวิจัยที่ผ่านมาในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ เพื่อเตรียมความพร้อมการกลับคืนสู่ชุมชนในบริบทจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสนอแนวทางการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะการปฏิบัติงานของบุคลากรในสถานพินิจฯ ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและบริบทพื้นที่ ในด้านการจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์แก่เยาวชน การเสริมสร้างทักษะทางวัฒนธรรมแก่เยาวชน การเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงของเด็กและเยาวชนในชุมชน โดยจะมีการประสานความร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในโอกาสต่อไป

การร่วมหารือในครั้งนี้ถือเป็นการเสริมสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และสนับสนุนบุคลากรเข้าศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-degree) “การจัดการความขัดแย้ง : เครื่องมือและการประยุกต์ใช้” ที่กำลังเปิดรับสมัครอยู่ในขณะนี้ จนถึง 15 เมษายน 2568

ดูรายละเอียดหลักสูตรและสมัครได้ ที่นี่ 

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

44 องค์กรภาคประชาสังคมและภาควิชาการร่วมจัดมหกรรมสันติภาพฯ เรียกร้องรัฐบาลแสดงเจตจำนงสานต่อการพูดคุยเพื่อสันติภาพ

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ณ บักกะห์แลนด์ ฟาร์ม แอนด์ รีสอร์ท ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ เครือข่ายภาคประชาสังคมและภาควิชาการ 44 องค์กรเครือข่าย ร่วมกันจัดงานมหกรรมสันติภาพปาตานี/ชายแดนใต้ 2568 (Patani Peace Festival 2025) ภายใต้สโลแกน “หนึ่งเดียวเพื่อสันติภาพ” Solidarity for Peace หรือ Bersatu untuk Damai 

โดยการจัดมหกรรมในครั้งนี้เพื่อแสดงพลังร่วมกันนำเสนอทิศทางการสร้างสันติภาพที่ประชาชนต้องการ และให้ภาครัฐบาลได้แสดงเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ นำพากระบวนการสันติภาพนี้ไปสู่จุดมุ่งหมายที่ทุกฝ่ายมีทางออกในการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ในฐานะประธานจัดงานฯ กลาวว่า การจัดงานมหกรรมสันติภาพในครั้งนี้เพื่อทบทวนกระบวนการสันติภาพในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา และค้นหาโอกาสใหม่ๆ ในการที่จะให้กระบวนการพูดคุยสันติภาพมีความก้าวหน้า ในขณะที่รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่าจะเดินหน้ากระบวนการพูดคุยไปในทิศทางใด แต่ทว่าภาคประชาสังคมและภาควิชาการจัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อยืนยันว่าประชาชนต้องการสันติภาพ และต้องการให้รัฐบาลสานต่อกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพสันติสุขในพื้นที่ปาตานี/ชายแดนใต้

นายแวรอมลี แวบูละ นายกสมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา และนายกสมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน ในฐานะรองประธานจัดงานฯ และตัวแทนองค์กรเครือข่ายที่ร่วมจัดงานได้ร่วมกันอ่านจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งระบุว่า มีความกังวล หลังจากที่ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศแนวนโยบายทบทวนการบริหารจัดการกับปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

รวมถึงประเด็นการพิจารณาตั้งคณะเจรจาเพื่อสันติภาพ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในแนวนโยบายการเจรจาสันติภาพ จึงมีข้อเรียกร้องสำคัญ อาทิ

ขอให้นายกรัฐมนตรีแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนว่าจะสานต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพ

ให้ภาคประชาสังคมได้จัดเวทีปรึกษาหารือสาธารณะ เพื่อหาทางออกทางการเมือง

ขอให้รัฐบาลและฝ่ายขบวนการตระหนักถึงความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือนและผู้บริสุทธิ์ โดยให้มีการยกเลิกกฎอัยการศึกและยุติการใช้ความรุนแรง

ขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดโครงสร้างความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ให้มีความรู้สึกเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง

ขอให้รัฐบาลดำเนินนโยบายสันติภาพตามวิถีทางประชาธิปไตย ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญไทย หมวด 3 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง บทบาทของภาคประชาชนในการหนุนเสริมการสร้างสันติภาพ โดย Cikgu MOHD AZMI BIN ABD HAMID ประธานสภาที่ปรึกษาองค์กรอิสลามแห่งมาเลเซีย (Malaysian Consultative Council of Islamic Organisation : MAPIM) แปลเป็นภาษาไทยโดย คุณตูแวดานียา มือรีงิง ผู้สื่อข่าวทีวี 3 มาเลเชียประจำประเทศไทย

โดยช่วงบ่ายยังมีวงเสวนา เรื่อง “ทางแพร่งของการสร้างสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี:ถอดบทเรียนสันติภาพสากลหรือสันติภาพแบบไทย (66/23)” วิทยากรโดย

1. ดร.พลเทพ ธนโกเศศ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

2. ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

3. ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และอาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

4. ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

5. คุณอาเต็ฟ โซ๊ะโก ประธาน The Patani

6. คุณตูแวดานียา มือรีงิง ผู้สื่อข่าวทีวี 3 มาเลเชียประจำประเทศไทย

7. คุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ นายกสมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.สมัชชา นิลปัทม์ รองผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSW) และคุณตูแวดานียา ตูแวแมแง เลขาธิการสมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน (APP) 

ทั้งนี้ ช่วงท้ายของมหกรรมสันติภาพมีการขมวดประเด็นว่าด้วยทิศทางขบวนสันติภาพชายภาคประชาชนชายแดนใต้/ปาตานี โดย คุณจำนงค์ จิตรนิรัตน์ นักพัฒนาเอกชน ผ่านมุมมองจากคนทำงานพัฒนาที่อาศัยอยู่นอกพื้นที่ชายแดนใต้ด้วย

กล่าวปิดงาน โดย คุณอิมรอน ซาเหาะ ตัวแทนสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, อุปนายกสมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน (Gerakan Damai Rakyat : GDR) และประธานกลุ่มงานสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้