สไลด์โชว์

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

สถาบันสันติศึกษาต้อนรับกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

--------------------------------------------

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ผศ. ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา พร้อมด้วย ผศ. ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ให้การต้อนรับคุณภาษิต จูฑะพุทธิ กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ในโอกาสเยือนสถาบันสันติศึกษา ณ ห้องประชุมสันติธรรม อาคารสถาบันสันติศึกษา

การพบปะครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งในหลากหลายมิติ ทั้งการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการพูดคุยสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการในอนาคต

ในโอกาสนี้ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ยังได้มอบรายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 7 และข้อเสนอเชิงนโยบาย (Peace Survey 7) แก่ท่านกงสุลใหญ่เพื่อเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานอีกด้วย

================

19 September 2025, Asst. Prof. Dr. Kusuma Kooyai, Director of the Institute for Peace Studies (IPS), together with Asst. Prof. Dr. Srisompob Jitpiromsri, welcomed Mr. Phasit Chudabuddhi, Consul General of Thailand in Kota Bharu, Kelantan, Malaysia, on his visit to the Institute for Peace Studies, Prince of Songkla University.

The meeting provided an opportunity for an exchange of perspectives on various dimensions of conflict, including economic, social, and peace dialogue process, particularly in the context of Thailand’s southern border provinces. The meeting also served to strengthen relations between IPS and Royal Thai Consulate-General, Kota Bharu to promote future academic cooperation.

On this occasion, the Director also presented the report of the 7th Public Opinion Survey on the Peace Process in the Southern Border Provinces of Thailand (Peace Survey 7) to the Consul General for his reference and use in future work.

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เสียงจากชุมชนถึงโต๊ะเจรจาสันติภาพ 

บทเรียนและประสบการณ์จากโครงการการสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุมในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย 2565 – 2568

** อ่านฉบับเต็มออนไลน์ได้ที่:** คล๊ก https://anyflip.com/chcsb/ngjw/ 

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม CSCD สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ม.อ. ปัตตานี และศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ได้มีโอกาสต้อนรับคณะผู้เชี่ยวชาญด้านฐานข้อมูลข้อตกลงสันติภาพ Peace Accords Matrix (PAM) จากสถาบัน Kroc Institute for International Peace Studies มหาวิทยาลัย Notre Dame ประเทศสหรัฐอเมริกา และมูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ (PRC) อันประกอบด้วย

- Professor Dr.Madhav Joshi รองผู้อำนวยการโครงการ PAM

- Mr. Bihnu Sapkota ผู้จัดการโครงการ Nepal Transition to Peace Initiative (NTTPI) และผู้แทนภูมิภาค โครงการ PAM

- Ms. Myla J. Leguro ที่ปรึกษาเทคนิค ด้านความยุติธรรม การสร้างสันติภาพและความสามัคคีทางสังคม จาก Catholic Relief Services ประเทศฟิลิปปินส์ และ

- คุณรัฐวิศว์ เอื้อประชานนท์ มูลนิธิความร่วมมือสันติภาพ

การประชุมครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาฐานข้อมูลและความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง 4 สถาบัน โดยมี ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา ม.อ. กล่าวต้อนรับและหารือแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้ง สถาบันสันติศึกษา (HMVC) อีกด้วย

ในช่วงการประชุม ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ผศ.ดร.สมัชชา นิลปัทม์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ คณะวิทยาการสื่อสาร และคณะทำงาน Deep South Watch ได้นำเสนอการทำงานฐานข้อมูลสถานการณ์ภาคใต้ และฐานข้อมูลผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (โดยเครือข่ายวิชาการ Peace Survey) ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมโยงชุดข้อมูลต่าง ๆ ของสถาบันในการยกระดับฐานข้อมูล และการพัฒนาศักยภาพคณะทำงานให้มีมาตรฐานสากลมากขึ้น

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วันที่ 5 กันยายน 2568 บุคลากรจากสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา เข้าร่วมนำเสนอผลงานทางวิชาการในการประชุมวิชาการนานาชาติ International Seminar on Development and Civil Society in Thailand and Lao PDR ณ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีผลงานที่นำเสนอ ดังนี้

1.บทความวิชาการเรื่อง “Contestation of Peace Discourse in the Deep South of Thailand between 2013 and 2025” นำเสนอโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่

2. บทความวิชาการเรื่อง “The Role of Local Women in Fostering Inclusive Peacebuilding in Thailand’s Southern Border Province” นำเสนอโดย อาจารย์ฟารีดา ปันจอร์

การสัมมนาครั้งนี้จัดโดย Japan Society for the Promotion of Science (JSPS) ภายใต้การนำของ ดร.โนริยูกิ ซูซูกิ จาก University of the Ryukyus หัวหน้าโครงการ

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ผศ. ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และคณาจารย์ประจำสถาบันฯ ให้การต้อนรับ H.E. Mr. Robert F. Godec เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเยือนสถาบันสันติศึกษาเพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ด้านการเมือง เศรฐกิจ สังคม และสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องประชุมสันติธรรม อาคารสถาบันสันติศึกษา

ในโอกาสนี้ ผศ. ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช ได้นำเสนอข้อมูลว่าด้วยเรื่องกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2556 และพัฒนาการจนถึงปัจจุบัน โดยมี ผศ. ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และ ดร.รุสตั้ม หวันสู ร่วมแลกเปลี่ยนและให้ข้อมูล

================

U.S. Ambassador to Thailand visited Institute for Peace Studies, PSU, to discuss southern Thai conflict.

------------------------------------------

On 22 August 2025, Asst. Prof. Dr. Kusuma Kooyai, Director of the Institute for Peace Studies (IPS), together with lecturers, had the honor of welcoming H.E. Mr. Robert F. Godec, Ambassador of the United States of America to Thailand, and his delegation on the occasion of their visit to the Institute for Peace Studies. The purpose of the visit was to study and exchange knowledge on the political, economic, and social situation as well as the ongoing violent conflict in Thailand’s southern border provinces.

On this occasion, Asst. Prof. Dr. Rungrawee Chalermsripinyorat presented an overview on the peace process in the southernmost region, highlighting the inception of the official peace dialogue in 2013 and its subsequent developments to the present. Asst. Prof. Dr. Srisompob Jitpiromsri and Dr. Roostum Vansu also joined the session to provide additional insights.

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ ได้จัดวงสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใต้โครงการบรรยายสาธารณะ เรื่อง ถอดบทเรียนเส้นทางร่าง พรบ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์กับนัยยะสำคัญต่อพื้นที่ชายแดนใต้

ณ สำนักงานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ชั้น 1 อาคาร 51 B ห้อง We Center พิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติและเครือข่ายเรียนรู้ท้องถิ่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

โดยมีวิทยากร 2 ท่าน จาก คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎร คือ คุณอภินันท์ ธรรมเสนา ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารสังคมและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) และคุณจตุรนต์ เอี่ยมโสภา รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี

ดำเนินรายการโดย คุณอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์/ประธานกลุ่มงานสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้

กล่าวต้อนรับโดย ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และกล่าวเปิดงานโดย คุณลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้

ประเด็นสำคัญของงานเสวนาในครั้งนี้ คือ ความเป็นมาและความสำคัญของ พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้เกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิ ความหลากหลาย และวิถีชีวิตดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทย ทั้งยังเป็นเครื่องมือทางกฎหมายเพื่อให้ความสำคัญกับการดำรงอยู่ของอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ภาษา และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยกระบวนการร่าง พ.ร.บ. มีการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน นักวิชาการ และองค์กรต่างๆ

กระบวนการร่างและบทเรียนที่ได้ คือ การผลักดันกฎหมายลักษณะนี้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางการเมืองและโครงสร้างรัฐรวมศูนย์ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องสร้างการรับรู้ในสังคมวงกว้าง ไม่ให้ถูกมองว่าเป็นกฎหมายเฉพาะกลุ่ม แต่เป็น “กฎหมายเพื่อความเสมอภาคและอยู่ร่วมกัน” มีบทเรียนจากการทำงานเชิงเครือข่ายระหว่างภาควิชาการ องค์กรประชาสังคม และกลุ่มชาติพันธุ์เอง

ส่วนนัยยะต่อพื้นที่ชายแดนใต้นั้น ประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่ง พ.ร.บ. นี้จะช่วยสร้างความมั่นใจว่ารัฐจะเคารพสิทธิในการดำเนินชีวิตตามอัตลักษณ์ เช่น ภาษา การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่น อีกทั้งยังสามารถลดความรู้สึก “ถูกกดทับ” หรือ “ถูกทำให้เป็นชายขอบ” ของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่ ที่สำคัญยังสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผ่านการยอมรับความหลากหลาย

ทั้งนี้ ความท้าทายและก้าวต่อไป คือ ความเข้าใจและการยอมรับของสังคมวงกว้าง ตลอดจนกลไกในการทำให้กฎหมายถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียง “ตัวหนังสือ” สิ่งที่สำคัญก็คือการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ ท้องถิ่น และชุมชนชาติพันธุ์

งานเสวนานี้มุ่งชี้ให้เห็นว่า พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ใช่แค่เรื่องของชนกลุ่มน้อย แต่เป็นเรื่องของ สิทธิ ความเสมอภาค และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีความหลากหลายสูง

รับชมวงสนทนาย้อนหลัง คลิ๊ก ที่นี่

ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

วช. จัดเสวนา “การพัฒนาองค์ความรู้และการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้งในประเทศไทย” ในงาน อว.แฟร์ 2025

วันที่ 11 สิงหาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้ง จัดกิจกรรมเสวนาเรื่อง “การพัฒนาองค์ความรู้และการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้งในประเทศไทย” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

กล่าวต้อนรับ ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND ณ ห้องประชุม MR 207 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่าในนามของ วช. ภายใต้กระทรวง อว.รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมการเสวนาในหัวข้อ “การพัฒนาองค์ความรู้และการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้งในประเทศไทย” พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนากลไกเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ผ่านการสนับสนุน Hub of Talents และ Hub of Knowledge เพื่อสร้างเครือข่ายนักวิจัยและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา หน่วยงานรัฐ และเอกชน ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาทักษะ และต่อยอดผลงานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนเป็นเวทีเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณะ และสร้างความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนทำให้การเสวนาครั้งนี้สำเร็จตามวัตถุประสงค์

รองศาสตราจารย์ ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการเฝ้าระวังความรุนแรงและความขัดแย้ง (Talent Hub for Monitoring Violence and Conflict) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวถึงบทบาทและการดำเนินงานของศูนย์ฯ ว่า ศูนย์ฯ ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก วช. เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลซึ่งจะช่วยสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลเพื่อลดความขัดแย้ง โดยพัฒนาจัดทำเป็นฐานข้อมูล ได้แก่ ฐานข้อมูลเฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ฐานข้อมูลความคิดเห็นประชาชน ฐานข้อมูลเศรษฐกิจและสังคม และฐานข้อมูลงบประมาณแผ่นดิน ผ่านการบูรณาการข้อมูลจากหลายภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเฝ้าระวังและจัดการปัญหาความรุนแรงและความขัดแย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ถัดมาเป็น การเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมัชชา นิลปัทม์ รองผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และ คุณสมเกียรติ จันทรสีมา ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และกิจกรรมช่วงถามตอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เข้าร่วม

กิจกรรมครั้งนี้มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือและพัฒนาองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายและปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความรุนแรงและความขัดแย้งในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจ สามารถเข้าร่วมงาน “อว.แฟร์ 2025” และ “NST Fair 2025” ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงาน อว.แฟร์ 2025 จะจัดขึ้นที่ฮอลล์ 1-4 ชั้น G และงาน NST Fair 2025 จะจัดขึ้นที่ฮอลล์ 5-6 ชั้น LG สามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอบคุณเรื่องและภาพจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

ติดตามรับชมการถ่ายทอดสด การแข่งขันประกวดสุนทรพจน์รอบชิงชนะเลิศ และประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบและผู้ได้รับรางวัลช่อมะกอก ปีที่ 11 ประจำปี 2568 ประเภทบทกวี เรื่องเล่า และสุนทรพจน์ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่

เพจ FB: โครงการประกวดสื่อสันติภาพ สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ : https://www.facebook.com/olivebranchips

เพจ FB สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ : https://www.facebook.com/ips.psu

เพจ FB สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ : https://www.facebook.com/CSCD.IPS.PSU

อย่าลืมติดตามชม ลุ้นผลการแข่งขัน และให้กำลังใจน้องๆ เยาวชนในการประกวดสื่อสันติภาพ #รางวัลช่อมะกอก11 กันนะครับ...

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

 

สถาบันสันติศึกษา และคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) และกลุ่มมานีมานะ จัดอบรมนักผลิตสื่อสร้างสรรค์ในหัวข้อ “Magic of peace มหัศจรรย์แห่งสันติภาพ” ระหว่างวันที่ 26- 28 ก.ค. 2568 ณ โรงแรม C.S. Pattani จังหวัดปัตตานี เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสันติภาพและสามารถเป็นนักสื่อสารสันติภาพที่ลดอคติ ไม่สร้างความเกลียดชังซึ่งนำไปสู่ความรุนแรง และสามารถสร้างเสริมให้เกิดสันติภาพในชีวิตประจำวันได้ ผ่านการผลิตสื่อที่สร้างสรรค์ สร้างคุณค่าให้กับสังคม และร่วมกันสร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่นักสื่อสารสันติภาพ

การจัดอบรมในครั้งนี้ต่อเนื่องจากอบรมภาคอีสานเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยหลังจากผ่านกระบวนการอบรมเรื่องสันติภาพที่ผู้เข้าร่วมมีส่วนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและบอกเล่าผ่านประสบการณ์ของตน เยาวชนและสื่อท้องถิ่นจะได้นำความรู้ไปผลิตสื่อหนังสั้นเพื่อร่วมสื่อสารประเด็นสันติภาพมิติต่างๆ ทางสังคม โดยผลงานจะนำไปร่วมจัดแสดงในงานสัปดาห์เยาวชนเท่าทันสื่อ ระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคม 2568 ณ ลิโด้ คอนเน็ก กรุงเทพมหานคร

กระบวนการอบรมแบ่งเป็น 2 รอบ คือรอบเยาวชนในวันที่ 26-27 ก.ค. 2568 และรอบสื่อท้องถิ่นในวันที่ 28 ก.ค. 2568 มีวิทยากรคือคุณโตมร อภิวันทนากร จากกลุ่มมานีมานะ ผศ.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และ ผศ.ดร.สมัชชา นิลปัทม์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ. ปัตตานี กระบวนการในรอบนี้ต่อยอดจากรอบที่แล้วโดยปรับบริบทให้เข้ากับพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เสริมประเด็นสันติภาพเชิงบวกเชิงลบแต่ละด้านเหมาะกับการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งที่ต่างกัน ช่องว่างระหว่างความขัดแย้งที่กลายเป็นความรุนแรงซึ่งหากเข้าใจสิ่งนี้จะสามารถบรรเทาสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งไม่ให้บานปลายเป็นการใช้ความรุนแรงได้ รวมถึงการใช้กระบวนการละครและการจำลองสถานการณ์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเกิดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากเยาวชนว่าเข้าใจและเข้าถึงเนื้อหาได้ดีมาก

 

งานอบรมในครั้งนี้ มีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในภาคใต้ร่วมอบรมจำนวน 10 หน่วยงาน ได้แก่

🔸โรงเรียนสุขสวัสดิ์วิทยา จ.ยะลา

🔸โรงเรียนร่มเกล้านราธิวาส จ.นราธิวาส

🔸โรงเรียนเรียงราษฎร์อุปถัมภ์ จ.นราธิวาส

🔸โรงเรียนมูลนิธิสันติวิทยา จ.ปัตตานี

🔸โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ จ.ปัตตานี

🔸โรงเรียนแสงทอง จ.สงขลา

🔸โรงเรียนสาธิตวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

🔸ชมรมอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

🔸คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

🔸มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

 

มีตัวแทนจากสื่อท้องถิ่นในภาคใต้เข้าร่วมอบรมจำนวน 8 หน่วยงาน ได้แก่

🔸Wartani

🔸MOJO ชายแดนใต้

🔸แอดชายแดนใต้

🔸สถานีวิทยุ ม.อ. หาดใหญ่

🔸Are You คนใต้

🔸ดวงอาทิตย์ ท้องฟ้า ภูเขา x Hatyai Connext

🔸เพจ Chalee

🔸แลต๊ะแลใต้ ThaiPBS

ประเภท/หมวดหมู่งานวิจัย
ประเภทเนื้อหา
เพิ่มลงสไลด์โชว์
ปีที่เผยแพร่
เนื้อหา

เมื่อวันที่ 14 – 16 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมกับสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดโครงการ อบรมเชิงปฏิบัติการ “หลักสูตรพัฒนาศักยภาพด้านการสร้างสันติภาพสำหรับสมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ณ โรงแรม Le Meridien Phuket Mai Khao Beach Resort ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

โครงการอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านกระบวนการสันติภาพ ความเข้าใจเกี่ยวกับบริบทความขัดแย้ง การบริหารจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม บทบาทของภาคประชาชนและรูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมยกระดับศักยภาพของสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายจากประชาชนสู่หน่วยงานภาครัฐและส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และ ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวต้อนรับสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ

กิจกรรมการอบรมประกอบด้วยการเสวนาโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่หลากหลาย อาทิ

  • พัฒนาการของกระบวนการพูดคุยสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้
  • แนวคิดเรื่องสภากระจายอำนาจ (Devolution Assembly) บทบาทของสภาที่ปรึกษาฯ และบทเรียนจากต่างประเทศ
  • การส่งเสริมความหลากหลายและการเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรม
  • รูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการสันติภาพ
  • แนวคิดและประสบการณ์ด้านความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional Justice)

ทั้งนี้ คณาจารย์และบุคลากรของสถาบันสันติศึกษา ได้แก่ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช คุณอิมรอน ซาเหาะ และ Dr. Anders Engvall จาก Stockholm School of Economics ประเทศสวีเดน ร่วมเป็นวิทยากรและผู้ดำเนินรายการ

บรรยากาศการอบรมเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้สมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซักถามเชิงลึกและระดมสมองกับผู้แทนจากหน่วยงานรัฐและภาควิชาการ เพื่อร่วมกันวางแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานสันติภาพในระยะต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาควิชาการ เพื่อเสริมสร้างพลังทางความรู้และเครือข่ายการทำงานของสภาที่ปรึกษาฯ ให้สามารถมีบทบาทอย่างแท้จริงในการผลักดันการแก้ไขปัญหาและสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

สำหรับ “สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” นั้นเป็นกลไกที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 มาตรา 19 บัญญัติให้มีสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นพื้นที่ให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนะแนวนโยบายและมาตรการที่เหมาะสมต่อการบริหาร การพัฒนาและการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้  และเสริมสร้างความเป็นธรรมและความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐกับประชาชน โดยสภาที่ปรึกษาฯ มีตัวแทนของประชาชนที่หลากหลาย ได้แก่ ผู้แทนศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนภาคประชาสังคม ผู้สอนและบุคคลากรทางการศึกษา  สถานศึกษาปอเนาะ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม กลุ่มสตรี ผู้แทนภาคธุรกิจ สื่อมวลชนและผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งสิ้น 13 กลุ่ม 47 คน

 

The National Security Council (NSC), Institute of Peace Studies (IPS) at Prince of Songkla University,  the Advisory Council on Administration and Development of Southern Border Provinces and the Southern Border Provinces Administrative Center (SBPAC) jointly organized a workshop on 14-16 July 2025 at Le Meridien Phuket Mai Khao Beach Resort in Phuket, to enhance capacity of the Advisory Council’s members to drive peace process and peacebuilding in the southernmost provinces.

The workshop, presided over by the Secretary-General of the National Security Council (NSC), Mr. Chatchai Bangchuad, covers various issues such as the development of peace process, power sharing, cultural diversity and intercultural education, public participation in the peace process and transitional justice. The IPS team, led by IPS Director Asst. Prof. Dr. Kusuma Kooyai, includes Asst. Prof. Dr. Srisompob Jitpiromsri, Dr. Rungrawee Chalermsripinyorat, and Mr. Imron Sahoh, together with Dr. Anders Engvall from the Stockholm School of Economics in Sweden, joined the workshop as speakers and moderators.

The Advisory Council, established under the Southern Border Provinces Administration Act B.E. 2553, is designed to enhance people’s participation in development and conflict resolution in the Deep South. The 47-member Advisory Council consists of representatives from various sectors, including religious leaders, local leaders, civil society, education sector, women, business, mass media and experts.